นวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
น วตฺตพฺพํ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติกถา
๑๗๒๖น วตฺตพฺพํ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา ทิปทานํ อคฺโค ทิปทานํ เสฏฺโฐ ทิปทานํ ปโมกฺโข ทิปทานํ อุตฺตโม ทิปทานํ ปวโร อสโม อสมสโม อปฺปฏิสโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโลติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ภควา ทิปทานํ อคฺโค ทิปทานํ เสฏฺโฐ ทิปทานํ ปโมกฺโข ทิปทานํ อุตฺตโม ทิปทานํ ปวโร อสโม อสมสโม อปฺปฏิสโม อปฺปฏิภาโค อปฺปฏิปุคฺคโล เตน วต เร วตฺตพฺเพ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ
๑๗๒๗น วตฺตพฺพํ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ พุทฺเธน สมสโม สีเลน สมาธินา ปญฺญายาติ ฯ นตฺถิ ฯ หญฺจิ นตฺถิ โกจิ พุทฺเธน สมสโม สีเลน สมาธินา ปญฺญาย เตน วต เร วตฺตพฺเพ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ
๑๗๒๘น วตฺตพฺพํ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา น ยิมสฺมึ วา โลกสฺมึ ปรสฺมึ วา ปน พุทฺเธน เสฏฺโฐ จ สโม จ วิชฺชติ ยมาหุเนยฺยานํ อคฺคตํ คโต ปุญฺญตฺถิกานํ วิปุลผเลสินนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ น วตฺตพฺพํ พุทฺธสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติกถา ฯ --------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. นวัตตัพพังพุทธัสสทินนังมหัปผลันติกถา (๑๗๕) ว่าด้วยไม่ควรยอมรับว่าทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก
สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก” ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.วิ. (แปล) ๒๖/๖๔๓-๖๔๕/๗๑, ๗๕๒-๗๕๔/๘๗-๘๘ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายเวตุลลกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๙๙/๒๙๖) @ เพราะมีความเห็นว่า พระพุทธเจ้าย่อมไม่ทรงฉันอะไรๆ แต่เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก ย่อมทรงแสดงพระ@องค์เหมือนกับว่าทรงฉันอยู่ ดังนั้น การถวายทานแด่พระพุทธเจ้าจึงไม่ควรกล่าวว่ามีผลมาก@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๙๙/๒๙๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๑๐. นวัตตัพพังพุทธัสสทินนังมหัปผลันติกถา (๑๗๕) สก. พระผู้มีพระภาคเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นประธาน เป็นผู้อุดมเป็นผู้ล้ำเลิศกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย หาผู้เสมอมิได้ เสมอกับบุคคลผู้หาผู้เสมอมิได้ ไม่มีใครเปรียบเทียบ ไม่มีผู้ทำกิจเปรียบเทียบ หาบุคคลเปรียบเทียบมิได้ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นประธาน เป็นผู้อุดม เป็นผู้ล้ำเลิศกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย หาผู้เสมอมิได้ เสมอกับบุคคลผู้หาผู้เสมอมิได้ ไม่มีใครเปรียบเทียบ ไม่มีผู้ทำกิจเปรียบเทียบ หาบุคคลเปรียบเทียบมิได้ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก” สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ใครๆ ที่เสมอเหมือนพระพุทธเจ้าโดยศีล สมาธิ ปัญญา มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่มี สก. หากใครๆ ผู้เสมอเหมือนพระพุทธเจ้าโดยศีล สมาธิ ปัญญา ไม่มี ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก” @เชิงอรรถ : @ หาผู้เสมอมิได้ หมายถึงไม่มีสรรพสัตว์เท่าเทียมกับพระองค์ เพราะไม่มีบุคคลจะเปรียบเทียบได้@(องฺ.เอกก.อ. ๑/๑๗๔/๑๐๕) @ เสมอกับบุคคลผู้หาผู้เสมอมิได้ หมายถึงทรงเป็นผู้เสมอกับสัพพัญญูพุทธเจ้าทั้งหลาย ทั้งในอดีตและ@อนาคต ซึ่งหาผู้เสมอมิได้ (องฺ.เอกก.อ. ๑/๑๗๔/๑๐๕) @ ไม่มีใครเปรียบเทียบ หมายถึงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมที่พระตถาคตแสดงไว้ได้ เช่น@สติปัฏฐาน ๔ ประการ ไม่มีใครสามารถแสดงย่อให้เหลือเป็น ๓ ประการ หรือเพิ่มให้เป็น ๕ ประการได้@(องฺ.เอกก.อ. ๑/๑๗๔/๑๐๕) @ ไม่มีผู้ทำกิจเปรียบเทียบ หมายถึงไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมที่พระตถาคตแสดงไว้ได้ เช่น@สติปัฏฐาน ๔ ประการ ไม่มีใครสามารถแสดงย่อให้เหลือเป็น ๓ ประการ หรือเพิ่มให้เป็น ๕ ประการได้@(องฺ.เอกก.อ. ๑/๑๗๔/๑๐๕) @ หาบุคคลเปรียบเทียบมิได้ หมายถึงไม่มีใครอื่นที่จะกล้าปฏิญาณว่า เราเป็นพระพุทธเจ้าได้เหมือนพระ@ตถาคต (องฺ.เอกก.อ. ๑/๑๗๔/๑๐๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๑๑. ทักขิณาวิสุทธิกถา (๑๗๖) สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ไม่ว่าในโลกนี้หรือในโลกอื่นก็ตาม ไม่มีผู้ที่จะประเสริฐกว่า หรือจะทัดเทียมพระพุทธเจ้า ผู้ถึงความเป็นยอดแห่งอาหุไนยบุคคล ของเหล่าชนผู้มีความต้องการบุญ ผู้แสวงหาผลไพบูลย์” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้าจึงมีผลมาก นวัตตัพพังพุทธัสสทินนังมหัปผลันติกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา ว่าด้วย ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายพระพุทธเจ้ามีผลมาก
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายพระพุทธเจ้ามีผลมาก.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเวตุลลกะนั้นนั่นแหละว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ย่อมไม่บริโภคอะไรๆ แต่ย่อมแสดงพระองค์ดุจบริโภคอยู่เพื่อต้องการคล้อยตามชาวโลก เพราะฉะนั้นจึงไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระพุทธเจ้านั้นมีผลมากเพราะไม่มีอุปการคุณ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า พระพุทธเจ้าเป็นยอดแห่งบรรดาทวิบท คือเลิศกว่าเทวดาและมนุษย์เป็นต้น. เป็นอาทิ สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงว่า ทานที่ให้แม้ในมนุษย์ผู้ทุศีล ยังมีคุณถึงพันหนึ่ง จะป่วยกล่าวไปใยถึงทานที่ถวายในบุคคลผู้เลิศเห็นปานนี้เล่า.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบความพระบาลีนั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถานวัตตัพพังพุทธัสสทินนังมหัปผลันติกถา จบ. -----------------------------------------------------