สัพพมิทัง กัมมโตติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สพฺพมิทํ กมฺมโตติกถา
๑๖๙๙สพฺพมิทํ กมฺมโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมมฺปิ กมฺมโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพมิทํ กมฺมโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพมิทํ ปุพฺเพกตเหตูติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพมิทํ กมฺมโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพมิทํ กมฺมวิปากโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพมิทํ กมฺมวิปากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมวิปาเกน ปาณํ หเนยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปาณาติปาโต สผโลติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมวิปาโก สผโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมวิปาโก อผโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ปาณาติปาโต อผโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมวิปาเกน อทินฺนํ อาทิเยยฺย ฯเปฯ มุสา ภเณยฺย ปิสุณํ ภเณยฺย ผรุสํ ภเณยฺย สมฺผํ ปลเปยฺย สนฺธึ ฉินฺเทยฺย นิลฺโลปํ หเรยฺย เอกาคาริกํ กเรยฺย ปริปนฺเถ ติฏฺเฐยฺย ปรทารํ คจฺเฉยฺย คามฆาตกํ กเรยฺย นิคมฆาตกํ กเรยฺย กมฺมวิปาเกน ทานํ ทเทยฺย จีวรํ ทเทยฺย ปิณฺฑปาตํ ทเทยฺย เสนาสนํ ทเทยฺย คิลานปจฺจย- เภสชฺชปริกฺขารํ ทเทยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร สผโลติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมวิปาโก สผโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมวิปาโก อผโลติ ฯ อามนฺตา ฯ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร อผโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๗๐๐น วตฺตพฺพํ สพฺพมิทํ กมฺมโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา กมฺมุนา วตฺตตี โลโก กมฺมุนา วตฺตตี ปชา กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา รถสฺสาณีว ยายโต กมฺเมน กิตฺตึ ลภเต ปสํสํ กมฺเมน ชานิญฺจ วธญฺจ พนฺธํ ตํ กมฺมํ นานากรณํ วิทิตฺวา กสฺมา วเท นตฺถิ กมฺมนฺติ โลเกติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ สพฺพมิทํ กมฺมโตติ ฯ สพฺพมิทํ กมฺมโตติกถา ฯ ---------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา (๑๖๘) ว่าด้วยสิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะกรรม
สก. สิ่งทั้งปวง นี้เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. แม้แต่กรรมเองก็เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะเหตุที่ทำไว้ก่อนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๑๗/๓๕๗ @ สิ่งทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงวัฏฏะคือกิเลส กรรม และวิบาก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๓/๒๙๑)@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะและนิกายสิทธัตถิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๓/๒๙๑)@ เพราะมีความเห็นว่า สิ่งทั้งปวงคือกัมมวัฏฏะ กิเลสวัฏฏะ และวิปากวัฏฏะเกิดขึ้นเพราะกรรมเท่านั้น@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า วิปากวัฏฏะเท่านั้นที่เกิดขึ้นเพราะกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๘๓/๒๙๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา (๑๖๘) สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะวิบากของกรรมใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะวิบากของกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลพึงฆ่าสัตว์ เพราะวิบากของกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปาณาติบาตมีผลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมวิบากมีผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมวิบากไม่มีผลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปาณาติบาตไม่มีผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลพึงลักทรัพย์ ฯลฯ พูดเท็จ ฯลฯ พูดส่อเสียด ฯลฯ พูดคำหยาบฯลฯ พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ ตัดช่องย่องเบา ฯลฯ ปล้นสะดม ฯลฯ ปล้นเรือนหลังเดียวฯลฯ ดักปล้นในทางเปลี่ยว ฯลฯ ผิดภรรยาผู้อื่น ฯลฯ ปล้นชาวบ้าน ฯลฯ ปล้นชาวนิคม ฯลฯ พึงถวายทาน ฯลฯ จีวร ฯลฯ บิณฑบาต ฯลฯ เสนาสนะฯลฯ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เพราะวิบากของกรรมใช่ไหม ปร. ใช่ สก. คิลานปัจจัยเภสัชบริขารมีผลใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๗. สัตตรสมวรรค] ๓. สัพพมิทังกัมมโตติกถา (๑๖๘) สก. กรรมวิบากมีผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมวิบากไม่มีผลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. คิลานปัจจัยเภสัชบริขารไม่มีผลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “สิ่งทั้งปวงนี้เป็นไปเพราะกรรม” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม หมู่สัตว์เป็นไปตามกรรม สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องผูกพัน เปรียบเหมือนรถมีหมุดเป็นเครื่องตรึงไว้ แล่นไปอยู่ฉะนั้น บุคคลได้เกียรติ ความสรรเสริญ ความเสื่อม การถูกฆ่า และการถูกจองจำก็เพราะกรรม บุคคลทราบชัดกรรมนั้นที่ทำให้ต่างกันได้ ไฉนเล่า จะพึงกล่าวว่ากรรมไม่มีในโลก” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น สิ่งทั้งปวงนี้จึงเป็นไปเพราะกรรม สัพพมิทังกัมมโตติกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.ม. (แปล) ๑๓/๔๖๐/๕๘๑-๕๘๒, ขุ.สุ. (แปล) ๒๕/๖๖๐/๖๕๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๒๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถา ว่าด้วยสิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องสิ่งทั้งปวงนี้เป็นคือเกิด เพราะกรรม.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายราชคิริกะและสทธัตถิกะทั้งหลายว่า สิ่งทั้งปวงนี้กล่าวคือกัมมวัฏฏะ กิเลสวัฏฏะ วิปากวัฏฏะเกิดมา เพราะกรรมเทียว เพราะอาศัยพระสูตรว่า โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า สิ่งทั้งปวงเป็นต้นหมายถึงชนเหล่านั้น. คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อจะท้วงด้วยคำว่า ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนั้นมีอยู่ แม้กรรมก็ย่อมเกิดแต่กรรม ดังนี้ จึงกล่าวว่า แม้กรรมก็เป็น คือเกิด เพราะกรรมหรือ? ปรวาทีตอบปฏิเสธด้วยคำว่า ผิว่า แม้กรรมชื่อว่าเกิดแต่กรรมจริงไซร้ กรรมนั้นก็พึงเป็นวิบากเท่านั้น ดังนี้.
คำว่า สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะเหตุที่ทำไว้ในกาลก่อนหรือ สกวาทีถามเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า สิ่งทั้งปวงเกิดแต่กรรม สิ่งนั้นก็พึงมีเหตุที่ทำไว้แล้วในกาลก่อน. ปรวาทีตอบปฏิเสธเพราะกลัวเป็นลัทธิปุพเพกตเหตุวาทะ.
คำว่า เป็นเพราะวิบากแห่งกรรมหรือ สกวาทีถามเพื่อท้วงว่า ถ้าว่า สิ่งทั้งปวงย่อมเกิดเพราะกรรม กรรมใดที่เป็นเหตุแห่งความเป็นไปในอดีตภพ กรรมแม้นั้นก็เกิดจากกรรมในภพก่อน เพราะฉะนั้น กัมมวิบากย่อมสำเร็จ ด้วยเหตุนั้น สิ่งทั้งปวงย่อมปรากฏ เพราะกัมมวิบากตามลัทธิของท่านด้วยเหตุนั้นหรือ ดังนี้.
ปรวาทีตอบปฏิเสธ เพราะหมายเอาความเกิดแต่กรรมของความเป็นไปในปัจจุบันเท่านั้น เหมือนหน่อแห่งพืชย่อมเกิดมาจากพืช.
ถูกถามครั้งที่ ๒ ท่านก็ตอบรับรอง เพราะความที่กรรมแม้นั้นเป็นไป เพราะกรรมในก่อนเหมือนหน่อแห่งพืช ย่อมเกิดจากพืชต้นก่อน.
คำว่า บุคคลพึงฆ่าสัตว์ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อท้วงว่า ผิว่า สิ่งทั้งปวงเกิดแต่กัมมวิบากไซร้ บุคคลก็พึงทำปาณาติบาตเป็นต้นด้วยกัมมวิบากนั้นนั่นแหละ.
ปรวาทีตอบรับรองตามลัทธิว่า แม้เจตนาในความเป็นผู้ทุศีลที่เกิดขึ้นในกรรมก่อนก็เป็นวิบากโดยปริยายหนึ่งทีเดียว.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวว่า ปาณาติบาตมีผลหรือ เพื่อท้วงว่า ถ้าว่า ปาณาติบาตย่อมสำเร็จจากกัมมวิบากตามลัทธิของท่านไซร้แม้วิบากก็มีผลปรากฏเหมือนปาณาติบาต ดังนี้ ปรวาที เมื่อเห็นซึ่งความที่ปาณาติบาตมีผล เพราะความเป็นผลให้เกิดในนรกเป็นต้น จึงตอบรับรอง. แต่เมื่อไม่เห็นฐานะที่สกวาทีกล่าวว่า สิ่งชื่อนี้เป็นผลของกัมมวิบาก จึงตอบปฏิเสธ.
แม้ในอทินนาทานเป็นต้น ก็นัยนี้.
คำว่า คิลานปัจจยเภสัชชบริขารมีผลหรือ ความว่า สกวาทีย่อมถามว่า ผลแห่งการให้ทานมีอยู่ด้วยสามารถแห่งไทยธรรมหรือ ดังนี้. พระสูตรว่า โลกคือสัตวโลก เป็นไปเพราะกรรม ย่อมแสดงซึ่งความที่บุคคลนับถือกรรมว่าเป็นของตน ของกัมมวาทีบุคคลว่า กรรมมีอยู่ เพราะปฏิเสธอกัมมวาทีบุคคลที่กล่าวว่า กรรมไม่มีอยู่ ดังนี้ มิใช่แสดงซึ่งความที่สิ่งทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะกรรมเลย เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงไม่สำเร็จดังลัทธินั้น ดังนี้แล.
อรรถกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถา จบ. -----------------------------------------------------