อปริยาปันนกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อปริยาปนฺนกถา
๑๕๙๔ทิฏฺฐิคตํ อปริยาปนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ สกทาคามิมคฺโค สกทาคามิผลํ อนาคามิมคฺโค อนาคามิผลํ อรหตฺตมคฺโค อรหตฺตผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๕๙๕น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐิคตํ อปริยาปนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโคติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ วิคตทิฏฺฐิโยติ วตฺตพฺโพติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตนหิ ทิฏฺฐิคตํ อปริยาปนฺนนฺติ ฯ อปริยาปนฺนกถา ฯ จุทฺทสโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ อกุสลมูลํ ปฏิสนฺทหติ กุสลมูลํ กุสลมูลํ ปฏิสนฺทหติ อกุสลมูลํ สฬายตนํ ฉวิญฺญาณกายา อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทาย เสฺวว อนุสโย ตํ ปริยุฏฺฐานํ ปริยุฏฺฐานํ จิตฺตวิปฺปยุตฺตํ ยถาธาตุกญฺเจว อนุเสติ ทิฏฺฐิคตํ อพฺยากตํ ทิฏฺฐิคตํ อปริยาปนฺนนฺติ ฯ ------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. อปริยาปันนกถา (๑๔๔) ว่าด้วยธรรมที่ไม่นับเนื่อง(ในโลกิยะ)
สก. ทิฏฐิเป็นธรรมที่ไม่นับเนื่องใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิเป็นมรรค ผล นิพพาน โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผลสกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรคอรหัตตผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทิฏฐิเป็นธรรมที่ไม่นับเนื่อง” ใช่ไหม สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๓๐๖/๓๙ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๙/๒๗๗-๒๗๘)@ เพราะมีความเห็นว่า ปุถุชนผู้ได้ฌานเรียกว่าผู้ละกามราคะได้ แต่ไม่เรียกว่าผู้ละทิฏฐิได้ ดังนั้น ทิฏฐิ@จึงไม่นับเนื่องในโลกิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๙/๒๗๗-๒๗๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค ปร. ปุถุชน ท่านยอมรับว่า “ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านยอมรับว่า “ปราศจากทิฏฐิ” ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ทิฏฐิจึงเป็นธรรมที่ไม่นับเนื่อง อปริยาปันนกถา จบ จุททสมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กุสลากุสลปฏิสันทหนกถา ๒. สฬายตนุปปัตติกถา ๓. อนันตรปัจจยกถา ๔. อริยรูปกถา ๕. อัญโญอนุสโยติกถา ๖. ปริยุฏฐานังจิตตวิปปยุตตันติกถา ๗. ปริยาปันนกถา ๘. อัพยากตกถา ๙. อปริยาปันนกถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๖๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอปริยาปันนกถา ว่าด้วยโลกุตตรธรรม
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอปริยาปันนะ คือโลกุตตระ.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า ปุถุชนผู้ได้ฌานพึงกล่าวได้ว่าเป็นผู้มีราคะไปปราศแล้วในกามทั้งหลาย แต่ไม่ได้กล่าวว่าเป็นผู้มีทิฏฐิไปปราศแล้ว เหตุใด เพราะเหตุนั้น ทิฏฐิจึงเป็นอปริยาปันนะ คือโลกุตตรธรรม ดังนี้
คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถาอปริยาปันนกถา จบ. -----------------------------------------------------
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. กุสลากุสลปฏิสันทหนกถา
๒. สฬายตนุปปัตติกถา
๓. อนันตรปัจจยกถา
๔. อริยรูปกถา
๕. อัญโญอนุสโยติกถา
๖. ปริยุฏฐานังจิตตวิปปยุตตันติกถา
๗. ปริยาปันนกถา
๘. อัพยากตกถา
๙. อปริยาปันนกถา.
วรรคที่ ๑๔ จบ. -----------------------------------------------------