นิยตัสสนิยามกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นิยตสฺส นิยามกถา
๑๕๒๑นิยโต นิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมติ สมฺมตฺตนิยโต มิจฺฉตฺตนิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิยโต นิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุพฺเพ มคฺคํ ภาเวตฺวา ปจฺฉา นิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ โสตาปตฺติมคฺคํ ภาเวตฺวา ปจฺฉา โสตาปตฺตินิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ สกทาคามิมคฺคํ ฯเปฯ อนาคามิมคฺคํ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺคํ ภาเวตฺวา ปจฺฉา อรหตฺตนิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ สติปฏฺฐานํ ฯเปฯ สมฺมปฺปธานํ ฯเปฯ อิทฺธิปาทํ ฯเปฯ อินฺทฺริยํ ฯเปฯ พลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคํ ภาเวตฺวา ปจฺฉา นิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๕๒๒น วตฺตพฺพํ นิยโต นิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ภพฺโพ โพธิสตฺโต ตาย ชาติยา ธมฺมํ นาภิสเมตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ นิยโต นิยามํ โอกฺกมตีติ ฯ นิยตสฺส นิยามกถา ฯ ---------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. นิยตัสสนิยามกถา (๑๒๙) ว่าด้วยนิยามของบุคคลผู้แน่นอน
สก. บุคคลผู้แน่นอน ก้าวลงสู่นิยาม ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้แน่นอนในมิจฉัตตะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ บุคคลผู้แน่นอน ในสัมมัตตะก็ก้าวลงสู่มิจฉัตตนิยามได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ บุคคลผู้แน่นอน ในที่นี้หมายถึงผู้เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับเอกังสพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าว่า จักบรรลุ@โพธิญาณ (ปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้) ในอนาคตอย่างแน่นอน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙)@ นิยาม ในที่นี้หมายถึงนิยาม ๒ อย่าง คือ (๑) มิจฉัตตนิยามหรือเรียกว่าอนันตริยกรรม (๒) สัมมัตต-@นิยามหรือเรียกว่าอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะและนิกายปรเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓/๒๖๙)@ เพราะมีความเห็นว่า พระโพธิสัตว์ผู้ได้รับเอกังสพยากรณ์ชื่อว่าเข้าถึงนิยามแล้ว โดยเชื่อว่าการได้รับ@พยากรณ์เช่นนั้นเป็นการก้าวลงสู่นิยามประเภทหนึ่ง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า การได้รับ@เอกังสพยากรณ์ไม่ชื่อว่าเป็นการเข้าถึงนิยาม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓/๒๖๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๔. นิยตัสสนิยามกถา (๑๒๙) สก. บุคคลผู้แน่นอนก้าวลงสู่นิยามได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้แน่นอนเจริญมรรคมาก่อนแล้วจึงก้าวลงสู่นิยามในภายหลังใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้แน่นอนเจริญโสดาปัตติมรรคมาก่อนแล้วจึงก้าวลงสู่โสดาปัตติ-นิยามในภายหลังใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้แน่นอนเจริญสกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรค ฯลฯ อรหัตตมรรคมาก่อนแล้วจึงก้าวลงสู่อรหัตตนิยามในภายหลังใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้แน่นอนเจริญสติปัฏฐาน ฯลฯ สัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์มาก่อนแล้วจึงก้าวลงสู่นิยามใน ภายหลังใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้แน่นอนก้าวลงสู่นิยามได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระโพธิสัตว์เป็นผู้ไม่ควรจะบรรลุธรรมในชาตินั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น บุคคลผู้แน่นอนจึงก้าวลงสู่นิยามได้ นิยตัสสนิยามกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๑๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานิยตัสส นิยามกถา ว่าด้วยนิยามของบุคคลผู้แน่นอนแล้ว
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิยามของบุคคลผู้แน่นอนแล้ว.
ในเรื่องนั้น นิยามคือความแน่นอน มี ๒ คืออนันตริยกรรม ชื่อว่ามิจฉัตตนิยาม และอริยมรรค ชื่อว่าสัมมัตตนิยาม เว้นนิยาม ๒ นี้แล้ว ธรรมอื่นชื่อว่านิยาม ย่อมไม่มี.
จริงอยู่ เตภูมิกธรรม คือธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ ที่เหลือแม้ทั้งปวงชื่อว่าอนิยตธรรม คือธรรมอันไม่แน่นอน แม้แต่ธรรมที่ประกอบด้วยเตภูมิกธรรมเหล่านั้น ก็ชื่อว่าเป็นอนิยตธรรมทั้งสิ้น.
อนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่พยากรณ์การก้าวลงสู่นิยามธรรมด้วยคำว่า สัตว์นี้จักบรรลุโพธิญาณในอนาคตกาล ด้วยกำลังแห่งพระองค์ แต่พระโพธิสัตว์ท่านเรียกว่า นิยตบุคคล เพราะความเป็นผู้มีบุญมาก.
ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะและอปรเสลิยะทั้งหลายว่า พระโพธิสัตว์ย่อมก้าวลงสู่นิยาม ดังนี้เพราะประสงค์เอาคำว่า พระโพธิสัตว์ผู้เกิดในภพสุดท้ายเป็นผู้สามารถเพื่อจะตรัสรู้ในชาตินั้น โดยถือเอาโวหารนี้ด้วยประการฉะนี้คำถามของสกวาทีหมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า บุคคลผู้แน่นอนแล้วในมิจฉัตตะ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงความเป็นนิยามอย่างหนึ่งของผู้เที่ยงแล้วโดยนิยามอย่างหนึ่ง.
คำว่า ยังมรรคให้เกิดก่อน เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงประเภทแห่งนิยาม.
คำว่า บุคคลยังสติปัฏฐาน เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อแสดงประเภทแห่งธรรมในนิยามแม้อย่างเดียว.
คำว่า พระโพธิสัตว์ไม่เป็นผู้ควร เป็นต้น ท่านแสดงซึ่งความที่พระโพธิสัตว์เป็นผู้สามารถตรัสรู้อย่างเดียว มิใช่แสดงการก้าวลงสู่นิยามของนิยตบุคคล เพราะฉะนั้น คำนี้จึงมิได้สำเร็จประโยชน์.
จริงอยู่ พระโพธิสัตว์นั้นเป็นผู้ไม่แน่นอนด้วยนิยตธรรมอย่างหนึ่งในปางก่อนมาแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น ท่านก็ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามแล้วด้วยการเห็นสัจจะที่โคนไม้โพธิ ด้วยประการฉะนี้แล.
อรรถกถานิยตัสสนิยามกถา จบ. -----------------------------------------------------