อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนกถา
๑๓๖๘อตีเตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีเตน สมนฺนาคโตติ ฯ
๑๓๖๙อนาคเตน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคตํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคเตน สมนฺนาคโตติ ฯ
๑๓๗๐อตีเตน รูปกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต อนาคเตน รูปกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺเนน รูปกฺขนฺเธน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีหิ รูปกฺขนฺเธหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีเตหิ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สมนฺนาคโต อนาคเตหิ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺเนหิ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปนฺนรสหิ ขนฺเธหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๓๗๑อตีเตน จกฺขายตเนน สมนฺนาคโต อนาคเตน จกฺขายตเนน สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺเนน จกฺขายตเนน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีหิ จกฺขายตเนหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีเตหิ ทฺวาทสหิ อายตเนหิ สมนฺนาคโต อนาคเตหิ ทฺวาทสหิ อายตเนหิ สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺเนหิ ทฺวาทสหิ อายตเนหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉตฺตึสายตเนหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๓๗๒อตีตาย จกฺขุธาตุยา สมนฺนาคโต อนาคตาย จกฺขุธาตุยา สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺนาย จกฺขุธาตุยา สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีหิ จกฺขุธาตูหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตาหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สมนฺนาคโต อนาคตาหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺนาหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุปญฺญาสธาตูหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๓๗๓อตีเตน จกฺขุนฺทฺริเยน สมนฺนาคโต อนาคเตน จกฺขุนฺทฺริเยน สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺเนน จกฺขุนฺทฺริเยน สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีหิ จกฺขุนฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีเตหิ พาวีสตินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโต อนาคเตหิ พาวีสตินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโต ปจฺจุปฺปนฺเนหิ พาวีสตินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉสฏฺฐินฺทฺริเยหิ สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๓๗๔น วตฺตพฺพํ อตีตานาคเตหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ อฏฺฐวิโมกฺขฌายี จตุนฺนํ ฌานานํ นิกามลาภี นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ ลาภีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อฏฺฐวิโมกฺขฌายี จตุนฺนํ ฌานานํ นิกามลาภี นวนฺนํ อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ สมาปตฺตีนํ ลาภี เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตานาคเตหิ สมนฺนาคโตติ ฯ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนกถา ฯ นวโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ อานิสํสทสฺสาวิสฺส สญฺโญชนานํ ปหานํ อมตารมฺมณํ สญฺโญชนํ รูปํ สารมฺมณํ อนุสยา อนารมฺมณา เอวเมว ญาณํ อตีตานาคตารมฺมณํ จิตฺตํ สพฺพํ จิตฺตํ วิตกฺกานุปติตํ สพฺพโส วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโท นยถาจิตฺตสฺส วาจา ตเถว กายกมฺมํ อตีตานาคเตหิ สมนฺนาคโตติ ฯ -------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔) ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔) ว่าด้วยอดีต อนาคต และปัจจุบัน
สก. บุคคลประกอบด้วยอดีตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อดีตดับไปแล้ว หายไปแล้ว แปรผันไปแล้ว สูญไปแล้ว ดับสูญไปแล้วมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอดีตดับไปแล้ว หายไปแล้ว แปรผันไปแล้ว สูญไปแล้ว ดับสูญ ไปแล้ว ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอดีต” สก. บุคคลประกอบด้วยอนาคตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนาคตยังไม่เกิด ยังไม่มี ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้นยังไม่ปรากฏมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอนาคตยังไม่เกิด ยังไม่มี ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอนาคต”@เชิงอรรถ : @ ในอรรถกถา ชื่อกถานี้เป็น อตีตานาคตสมนฺนาคตกถา ว่าด้วยบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยนามรูปที่เป็นอดีต@และอนาคต (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๘-๕๗๐/๒๔๘) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๘/๒๔๘) @ เพราะมีความเห็นว่า บุคคลในปัจจุบันมีนามรูปที่เป็นอดีตและอนาคตได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๘/๒๔๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔)
สก. บุคคลประกอบด้วยรูปขันธ์ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยรูปขันธ์ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยขันธ์ ๕ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบัน ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยขันธ์ ๑๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขายตนะที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขายตนะ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยอายตนะ ๑๒ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยอายตนะ ๓๖ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา (๙๔) สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุธาตุที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบัน ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุธาตุ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยธาตุ ๑๘ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยธาตุ ๕๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุนทรีย์ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยจักขุนทรีย์ ๓ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลประกอบด้วยอินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็น ปัจจุบันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลประกอบด้วยอินทรีย์ ๖๖ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอดีตและอนาคต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้เพ่งวิโมกข์ ๘ ได้ฌาน ๔ ตามปรารถนา ได้อนุปุพพวิหาร สมาบัติ ๙ มีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากบุคคลผู้เพ่งวิโมกข์ ๘ ได้ฌาน ๔ ตามปรารถนา ได้อนุปุพพ- วิหารสมาบัติ ๙ มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “บุคคลประกอบด้วยอดีตและอนาคต” อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา จบ นวมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อานิสังสทัสสาวีกถา ๒. อมตารัมมณกถา ๓. รูปังสารัมมณันติกถา ๔. อนุสยาอนารัมมณกถา ๕. ญาณังอนารัมมณันติกถา ๖. (ก) อตีตารัมมณกถา ๖. (ข) อนาคตารัมมณกถา ๗. วิตักกานุปติตกถา ๘. วิตักกวิปผารสัททกถา ๙. นยถาจิตตัสสวาจาติกถา ๑๐. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา ๑๑. อตีตานาคตปัจจุปปันนกถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๒๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอตีตานาคเตหิ สมันนาคตกถา ว่าด้วยบุคคลผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต
____________________________
ในอภิธรรมใช้ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนกถา.
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องบุคคลผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต.
ในเรื่องนั้น บัณฑิตพึงทราบบัญญัติ ๒ อย่าง คือ สมันนาคตบัญญัติ ได้แก่ บัญญัติคำว่า ผู้ประกอบ และปฏิลาภบัญญัติ ได้แก่ บัญญัติคำว่า การได้เฉพาะ.
ในบัญญัติ ๒ อย่างนั้น ผู้ถึงพร้อมด้วยปัจจุบันธรรม ท่านเรียกว่า สมันนาคตะ ส่วนสมาบัติทั้งหลายของผู้ได้ฌาน ๘ ไม่เป็นไปในขณะเดียวกัน คือส่วนหนึ่งเป็นอดีต ส่วนหนึ่งเป็นอนาคต ส่วนหนึ่งเป็นปัจจุบัน แม้ก็จริงถึงอย่างนั้น ท่านก็เรียกปฏิลาภะ ผู้มีปกติได้ เพราะความเป็นผู้แทงตลอดแล้ว เป็นสภาพไม่เสื่อมไป.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดไม่ถือเอาการวิภาคอย่างนี้ มีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ฌานทั้งหลายแม้เป็นอดีตและอนาคตมีอยู่แก่ผู้ได้ฌาน เหตุใด เพราะเหตุนั้น ฌานลาภีบุคคลเหล่านั้นย่อมเป็นผู้ประกอบด้วยอดีตบ้าง ด้วยอนาคตบ้าง ดังนี้คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ มีอรรถตื้นทั้งนั้น.
อนึ่ง คำว่า บุคคลผู้มีปกติเพ่งวิโมกข์ ๘ เป็นต้น เป็นข้อพิสูจน์แห่งความเป็นผู้ได้ คือได้สมาบัติ ๘ มิใช่พิสูจน์ความเป็นผู้ประกอบด้วยอดีตและอนาคต ดังนี้แล. อรรถกถาอตีตานาคเตหิสมันนาคตกถา จบ.
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. อานิสังสกถา
๒. อมตารัมมณกถา
๓. รูปังสารัมมตันติกถา
๔. อนุสยาอนารัมมณาติกถา
๕. ญาณังอนารัมมณันติกถา
๖. อตีตารัมมณกถา
๗. อนาคตารัมมณกถา
๘. วิตักกานุปติตกถา
๙. วิตักกวิปผารสัททกถา
๑๐. นยถาจิตตัสสวาจาติกถา
๑๑. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกกถา
๑๒. อตีตานาคตปัจจุปันนกถา.
วรรคที่ ๙ จบ. -----------------------------------------------------