๘. อาทีนวญาณนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๘. อาทีนวญาณนิทเทส ๘. อาทีนวญาณนิทเทส แสดงอาทีนวญาณ
ปัญญาในการ (เห็นสังขาร) ปรากฏโดยความเป็นภัย ชื่อว่า อาทีนวญาณ เป็นอย่างไร คือ ปัญญาในการ (เห็นสังขาร) ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นภัย” ชื่อว่าอาทีนวญาณ ... “ความเป็นไปเป็นภัย” ... “นิมิต เป็นภัย” “กรรมเป็นเครื่องประมวลมาเป็นภัย” ... “ปฏิสนธิเป็นภัย” ... “คติเป็นภัย” ... “ความบังเกิดเป็นภัย” ... “ความอุบัติเป็นภัย” ... “ความเกิดเป็นภัย” ... “ความแก่เป็นภัย”... “ความเจ็บไข้เป็นภัย” ... “ความตายเป็นภัย” ... “ความเศร้าโศกเป็นภัย” ... “ความรำพันเป็นภัย”... ปัญญาในการ (เห็นสังขาร) ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า“ความคับแค้นใจเป็นภัย” ชื่อว่าอาทีนวญาณ ญาณในสันติบท ว่า “ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย” ... “ความไม่เป็นไปปลอดภัย”ฯลฯ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย” ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นภัย” ... “ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย” ... “ความเป็นไปเป็นภัย” ... “ความไม่เป็นไปปลอดภัย” ฯลฯ “ความคับแค้นใจเป็นภัย”ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย” ปัญญาในการ (เห็นสังขาร) ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์”ชื่อว่าอาทีนวญาณ ฯลฯ ปัญญาในการ(เห็นสังขาร)ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า“ความคับแค้นใจเป็นทุกข์” ชื่อว่าอาทีนวญาณ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข” ... “ความไม่เป็นไปเป็นสุข” ฯลฯ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข” @เชิงอรรถ : @ นิมิต ในที่นี้หมายถึงสังขารนิมิต (ขุ.ป.อ. ๑/๕๓/๒๘๑) @ สันติบท หมายถึงส่วนแห่งความสงบ อีกนัยหนึ่งคือพระนิพพาน (ขุ.ป.อ. ๑/๕๓/๒๘๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๘๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๘. อาทีนวญาณนิทเทส ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์” ... “ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข”... “ความเป็นไปเป็นทุกข์” ... “ความไม่เป็นไปเป็นสุข” ฯลฯ “ความคับแค้นใจเป็นทุกข์”ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข” ปัญญาในการ(เห็นสังขาร)ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นอามิส”ชื่อว่าอาทีนวญาณ ... “ความเป็นไปเป็นอามิส” ฯลฯ ปัญญาในการ(เห็นสังขาร)ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความคับแค้นใจเป็นอามิส” ชื่อว่าอาทีนวญาณ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นไม่เป็นอามิส” ... “ความไม่เป็นไปไม่เป็นอามิส” ฯลฯ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจไม่เป็นอามิส” ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นอามิส” ... “ความไม่เกิดขึ้นไม่เป็นอามิส” ... “ความเป็นไปเป็นอามิส” ... “ความไม่เป็นไปไม่เป็นอามิส” ฯลฯ “ความคับแค้นใจเป็นอามิส” ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจไม่เป็นอามิส” ปัญญาในการ (เห็นสังขาร) ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า “ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร”ชื่อว่าอาทีนวญาณ ฯลฯ ปัญญาในการ(เห็นสังขาร)ปรากฏโดยความเป็นภัยว่า“ความคับแค้นใจเป็นสังขาร” ชื่อว่าอาทีนวญาณ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน” ... “ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน” ฯลฯ ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน” ญาณในสันติบทว่า “ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร” ... “ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน” ... “ความเป็นไปเป็นสังขาร” ... “ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน” ฯลฯ “ความคับแค้นใจเป็นสังขาร” ญาณในสันติบทว่า “ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน” การที่พระโยคาวจรเห็นความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเป็นเครื่องประมวลมา และปฏิสนธิว่าเป็นทุกข์ นี้เป็นอาทีนวญาณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๘๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๙. สังขารุเปกขาญาณนิทเทส การที่พระโยคาวจรเห็นความไม่เกิดขึ้น ความไม่เป็นไป อนิมิต ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมา และความไม่มีปฏิสนธิว่าเป็นสุข นี้เป็นญาณในสันติบท อาทีนวญาณนี้ย่อมเกิดขึ้นในฐานะ ๕ ญาณในสันติบทย่อมเกิดขึ้นในฐานะ ๕ พระโยคาวจรรู้ชัดญาณ ๑๐ ประการ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฏฐิต่างๆ เพราะเป็นผู้ฉลาดในญาณทั้งสอง ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการ (เห็นสังขาร) ปรากฏโดยความเป็นภัย ชื่อว่าอาทีนวญาณ อาทีนวญาณนิทเทสที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อุปฺปาโท ภยนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ปวตฺตํ ภยนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ นิมิตฺตํ ภยนฺติ ฯเปฯ อายุหนา ภยนฺติ ปฏิสนฺธิ ภยนฺติ คติ ภยนฺติ นิพฺพตฺติ ภยนฺติ อุปปตฺติ ภยนฺติ ชาติ ภยนฺติ ชรา ภยนฺติ พฺยาธิ ภยนฺติ มรณํ ภยนฺติ โสโก ภยนฺติ ปริเทโว ภยนฺติ อุปายาโส ภยนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯ อนุปฺปาโท เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท ภยํ อนุปฺปาโท เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ ภยํ อปฺปวตฺตํ เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส ภยํ อนุปายาโส เขมนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท ทุกฺขนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส ทุกฺขนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อนุปฺปาโท สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ปัญญาในความปรากฏเป็นของน่ากลัว เป็นอาทีนวญาณอย่างไร ฯ ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นเป็นภัย ความเป็นไปเป็นภัย สังขารนิมิตเป็นภัย ฯลฯ กรรมประมวลมาเป็นภัย ปฏิสนธิเป็นภัย คติเป็นภัย ความบังเกิดเป็นภัย ความอุบัติเป็นภัย ชาติเป็นภัย ชราเป็นภัย พยาธิเป็นภัย มรณะเป็นภัย ความโศกเป็นภัย ความรำพันเป็นภัยความคับแค้นใจเป็นภัย เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่าง ฯ ญาณในสันติบทว่า ความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัยฯลฯ ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย ญาณในสันติบทว่า ความเกิดขึ้นเป็นภัยความไม่เกิดขึ้นปลอดภัย ความเป็นไปเป็นภัย ความไม่เป็นไปปลอดภัย ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นภัย ความไม่คับแค้นใจปลอดภัย ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่างๆ ญาณในสันติบทว่า ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความไม่เป็นไปเป็นสุข ฯลฯ ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข ฯ
อุปฺปาโท ทุกฺขํ อนุปฺปาโท สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ ทุกฺขํ อปฺปวตฺตํ สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส ทุกฺขํ อนุปายาโส สุขนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ญาณในสันติบทว่า ความเกิดขึ้นเป็นทุกข์ ความไม่เกิดขึ้นเป็นสุข ความเป็นไปเป็นทุกข์ ความไม่เป็นไปเป็นสุข ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นทุกข์ ความไม่คับแค้นใจเป็นสุข ฯ
อุปฺปาโท สามิสนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ปวตฺตํ สามิสนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สามิสนฺติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อนุปฺปาโท นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท สามิสํ อนุปฺปาโท นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ สามิสํ อปฺปวตฺตํ นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สามิสํ อนุปายาโส นิรามิสนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นมีอามิสความเป็นไปมีอามิส ฯลฯ ความคับแค้นใจมีอามิส เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่างๆญาณในสันติบทว่าความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ฯลฯ ความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ความเกิดขึ้นมีอามิส ความไม่เกิดขึ้นไม่มีอามิสความเป็นไปมีอามิส ความไม่เป็นไปไม่มีอามิส ฯลฯ ความคับแค้นใจมีอามิสความไม่คับแค้นใจไม่มีอามิส ฯ
อุปฺปาโท สงฺขาราติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สงฺขาราติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ อนุปฺปาโท นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อปฺปวตฺตํ นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อนุปายาโส นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ อุปฺปาโท สงฺขารา อนุปฺปาโท นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ปวตฺตํ สงฺขารา อปฺปวตฺตํ นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯเปฯ อุปายาโส สงฺขารา อนุปายาโส นิพฺพานนฺติ สนฺติปเท ญาณํ ฯ
ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัยว่า ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นสังขาร เป็นอาทีนวญาณแต่ละอย่างๆ ญาณในสันติบทว่า ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ฯลฯ ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน ญาณในสันติบทว่า ความเกิดขึ้นเป็นสังขาร ความไม่เกิดขึ้นเป็นนิพพาน ความเป็นไปเป็นสังขาร ความไม่เป็นไปเป็นนิพพาน ฯลฯ ความคับแค้นใจเป็นสังขาร ความไม่คับแค้นใจเป็นนิพพาน ฯ
อุปฺปาทญฺจ ปวตฺตญฺจ นิมิตฺตํ ทุกฺขนฺติ ปสฺสติ อายุหนํ ปฏิสนฺธึ ญาณํ อาทีนเว อิทํ อนุปฺปาทํ อปฺปวตฺตํ อนิมิตฺตํ สุขนฺติ จ อนายุหนํ อปฺปฏิสนฺธึ ญาณํ สนฺติปเท อิทํ อิทํ อาทีนเว ญาณํ ปญฺจฏฺฐาเนสุ ชายติ ปญฺจฏฺฐาเน สนฺติปเท ทส ญาเณ ปชานาติ ทฺวินฺนํ ญาณานํ กุสลตา นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตีติ ฯ {๑๑๙.๑} ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ภยตุปฏฺฐาเน ปญฺญา อาทีนเว ญาณํ ฯ
ข้อที่พระโยคาวจรพิจารณาเห็นความเกิดขึ้น ความเป็นไป สังขารนิมิต กรรมเครื่องประมวลมาและปฏิสนธิว่า เป็นทุกข์ นี้เป็นอาทีนวญาณ ข้อที่พระโยคาวจรพิจารณาเห็นความไม่ เกิดขึ้น ความไม่เป็นไป ความไม่มีนิมิต ความไม่มี กรรมเครื่องประมวลมาและความไม่ปฏิสนธิว่า เป็นสุขนี้เป็น ญาณในสันติบท อาทีนวญาณนี้ย่อมเกิดในฐานะ ๕ ญาณ ในสันติบทย่อมเกิดในฐานะ ๕ พระโยคาวจรย่อมรู้ชัดญาณ- ๑๐ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฐิต่างๆ เพราะเป็นผู้ฉลาดใน ญาณทั้ง ๒ ฉะนี้แล ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความปรากฏโดยความเป็นภัย เป็นอาทีนวญาณ ฯ