อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๓๖

โคตรภูญาณนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๖–๑๔๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 7 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 7 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

ข้อ ๑๓๖

กถํ พหิทฺธาวุฏฺฐานวิวฏฺฏเน ปญฺญา โคตฺรภูญาณํ ฯ อุปฺปาทํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ปวตฺตํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู นิมิตฺตํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อายุหนํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ปฏิสนฺธึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู คตึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู นิพฺพตฺตึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อุปปตฺตึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ชาตึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ชรํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู พฺยาธึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู มรณํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู โสกํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ปริเทวํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อุปายาสํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อนุปฺปาทํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯเปฯ นิโรธํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อุปฺปาทํ อภิภุยฺยิตฺวา อนุปฺปาทํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรนภู ปวตฺตํ อภิภุยฺยิตฺวา อปฺปวตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู นิมิตฺตํ อภิภุยฺยิตฺวา อนิมิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯเปฯ พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตํ อภิภุยฺยิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯ

ปัญญาในการออกและหลีกไปจากสังขารนิมิตภายนอกเป็นโคตร-*ภูญาณอย่างไร ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่าครอบงำความเกิดขึ้น ครอบงำความเป็นไป ครอบงำนิมิต ครอบงำกรรมเครื่องประมวลมา ครอบงำปฏิสนธิครอบงำคติ ครอบงำความบังเกิด ครอบงำอุบัติ ครอบงำชาติ ครอบงำชราครอบงำพยาธิ ครอบงำมรณะ ครอบงำความเศร้าโศก ครอบงำความรำพันครอบงำความคับแค้นใจ ครอบงำสังขารนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเกิดขึ้น ฯลฯ แล่นไปสู่นิพพานอันเป็นที่ดับ ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า ครอบงำความเกิดขึ้นแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเกิดขึ้น ครอบงำความเป็นไปแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเป็นไป ฯลฯ ครอบงำสังขารนิมิตภายนอกแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันเป็นที่ดับ ฯ

ข้อ ๑๓๗

อุปฺปาทา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู ปวตฺตา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู นิมิตฺตา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู อายุหนา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู ปฏิสนฺธิยา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู คติยา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู นิพฺพตฺติยา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู อุปปตฺติยา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู ชาติยา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู ชราย วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู พฺยาธิมฺหา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู มรณา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู โสกา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู ปริเทวา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู อุปายาสา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตา วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภู อนุปฺปาทํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อปฺปวตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯเปฯ นิโรธํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อุปฺปาทา วุฏฺฐิตฺวา อนุปฺปาทํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ปวตฺตา วุฏฺฐิตฺวา อปฺปวตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู นิมิตฺตา วุฏฺฐิตฺวา อนิมิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อายุหนา วุฏฺฐิตฺวา อนายุหนํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ปฏิสนฺธิยา วุฏฺฐิตฺวา อปฺปฏิสนฺธึ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู คติยา วุฏฺฐิตฺวา อคตึ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู นิพฺพตฺติยา วุฏฺฐิตฺวา อนิพฺพตฺตึ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อุปปตฺติยา วุฏฺฐิตฺวา อนุปปตฺตึ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ชาติยา วุฏฺฐิตฺวา อชาตึ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ชราย วุฏฺฐิตฺวา อชรํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู พฺยาธิมฺหา วุฏฺฐิตฺวา อพฺยาธึ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู มรณา วุฏฺฐิตฺวา อมตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู โสกา วุฏฺฐิตฺวา อโสกํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ปริเทวา วุฏฺฐิตฺวา อปริเทวํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อุปายาสา วุฏฺฐิตฺวา อนุปายาสํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตา วุฏฺฐิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อุปฺปาทา วิวฏฺฏตีติ โคตฺรภู ปวตฺตา วิวฏฺฏตีติ โคตฺรภู ฯเปฯ พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตา วิวฏฺฏตีติ โคตฺรภู อนุปฺปาทํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อปฺปวตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯเปฯ นิโรธํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู อุปฺปาทา วิวฏฺฏิตฺวา อนุปฺปาทํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ปวตฺตา วิวฏฺฏิตฺวา อปฺปวตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯเปฯ พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตา วิวฏฺฏิตฺวา นิโรธํ นิพฺพานํ ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู ฯ

ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า ออกจากความเกิดขึ้น ออกจากความเป็นไป ... ออกจากสังขารนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่าแล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเกิดขึ้น แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเป็นไป ฯลฯ แล่นไปสู่นิพพานอันเป็นที่ดับ ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า ออกจากความเกิดขึ้นแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเกิดขึ้น ออกจากความเป็นไปแล้วแล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเป็นไป ออกจากสังขารนิมิตภายนอกแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันเป็นที่ดับ ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า หลีกออกจากความเกิดขึ้นหลีกออกจากความเป็นไป ฯลฯ หลีกออกจากสังขารนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภูเพราะอรรถว่า แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเกิดขึ้น แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเป็นไป ฯลฯ แล่นไปสู่นิพพานอันเป็นที่ดับ ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่าหลีกออกจากความเกิดขึ้นแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเกิดขึ้น ออกจากความเป็นไปแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันไม่มีความเป็นไป ฯลฯ หลีกออกจากสังขารนิมิตภายนอกแล้ว แล่นไปสู่นิพพานอันเป็นที่ดับ ฯ

ข้อ ๑๓๘

กติ โคตฺรภูธมฺมา สมถวเสน อุปฺปชฺชนฺติ กติ โคตฺรภูธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อฏฺฐ โคตฺรภูธมฺมา สมถวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ทส โคตฺรภูธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

โคตรภูธรรมเท่าไร ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งสมถะ โคตร-*ภูธรรมเท่าไร ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา โคตรภูธรรม ๘ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งสมถะ โคตรภูธรรม ๑๐ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา ฯ

ข้อ ๑๓๙

กตเม อฏฺฐ โคตฺรภูธมฺมา สมถวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ปฐมชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย นีวรเณ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ทุติยชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย วิตกฺกวิจาเร อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู ตติยชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย ปีตึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู จตุตฺถชฺฌานํ ปฏิลาภตฺถาย สุขทุกฺเข อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อากาสานญฺจายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย รูปสญฺญํ ปฏิฆสญฺญํ นานตฺตสญฺญํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย อากาสานญฺจายตนสญฺญํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อากิญฺจญฺญายตน- สมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปฏิลาภตฺถาย อากิญฺจญฺญายตนสญฺญํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อิเม อฏฺฐ โคตฺรภูธมฺมา สมถวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

โคตรภูธรรม ๘ เป็นไฉน ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งสมถะ ฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า ครอบงำนิวรณ์เพื่อได้ปฐมฌาน ๑ ครอบงำวิตกและวิจารเพื่อได้ทุติยฌาน ๑ ครอบงำปีติเพื่อได้ตติยฌาน ๑ ครอบงำสุขและทุกข์เพื่อได้จตุตถฌาน ๑ ครอบงำ รูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญาเพื่อได้อากาสานัญจายตนสมาบัติ ๑ ครอบงำอากาสานัญจายตนสัญญาเพื่อได้วิญญาณัญจายตนสมาบัติ ๑ ครอบงำวิญญาณัญจายตนสัญญาเพื่อได้อากิญจัญญายตน-*สมาบัติ ๑ ครอบงำอากิญจัญญายตนสัญญาเพื่อได้เนวสัญญานาสัญญายตน-*สมาบัติ ๑ โคตรภูธรรม ๘ นี้ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งสมถะ ฯ

ข้อ ๑๔๐

กตเม ทส โคตฺรภูธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ฯ โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายุหนํ ปฏิสนฺธึ คตึ นิพฺพตฺตึ อุปปตฺตึ ชาตึ ชรํ พฺยาธึ มรณํ โสกํ ปริเทวํ อุปายาสํ พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายุหนํ ปฏิสนฺธึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู สกทาคามิมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย ฯเปฯ สกทาคามิผลสมาปตฺตตฺถาย อนาคามิมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย อนาคามิผลสมาปตฺตตฺถาย อรหตฺตมคฺคํ ปฏิลาภตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายุหนํ ปฏิสนฺธึ คตึ นิพฺพตฺตึ อุปปตฺตึ ชาตึ ชรํ พฺยาธึ มรณํ โสกํ ปริเทวํ อุปายาสํ พหิทฺธาสงฺขารนิมิตฺตํ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อรหตฺตผลสมาปตฺตตฺถาย สุญฺญตวิหารสมาปตฺตตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายุหนํ ปฏิสนฺธึ อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู อิเม ทส โคตฺรภูธมฺมา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ ฯ

โคตรภูธรรม ๑๐ เป็นไฉน ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา ฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่า ครอบงำความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิตกรรมเครื่องประมวลมา ปฏิสนธิ คติ ความบังเกิด อุบัติ ชาติ ชรา พยาธิมรณะ ความเศร้าโศก ความร่ำไร ความคับแค้นใจ สังขารนิมิตภายนอกเพื่อได้โสดาปัตติมรรค ๑ ครอบงำความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเครื่องประมวลมา ปฏิสนธิ เพื่อโสดาปัตติผลสมาบัติ ๑ ฯลฯ เพื่อได้สกทาคามิ-*มรรค ๑ เพื่อสกทาคามิผลสมาบัติ ๑ เพื่อได้อนาคามิมรรค ๑ เพื่ออนาคามิผล-*สมาบัติ ๑ ครอบงำความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเครื่องประมวลมาปฏิสนธิ คติ ความบังเกิด อุบัติ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ความเศร้าโศกความร่ำไร ความคับแค้นใจ สังขารนิมิตภายนอก เพื่อได้อรหัตมรรค ๑ ครอบงำความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเครื่องประมวลมา ปฏิสนธิ เพื่ออรหัตผล-*สมาบัติ ๑ เพื่อสุญญตวิหารสมาบัติ ๑ และเพื่อสมาบัติ ๑ โคตรภูธรรม ๑๐ นี้ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา ฯ

ข้อ ๑๔๑

กติ โคตฺรภูธมฺมา กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯ ปณฺณรส โคตฺรภูธมฺมา กุสลา ตโย โคตฺรภูธมฺมา อพฺยากตา นตฺถิ โคตฺรภูธมฺมา อกุสลา ฯ

โคตรภูธรรมเป็นกุศลเท่าไร เป็นอกุศลเท่าไร เป็นอัพยากฤต เท่าไร โคตรภูธรรมเป็นกุศล ๑๕ เป็นอัพยากฤต ๓ เป็นอกุศลไม่มี ฯ

ข้อ ๑๔๒

สามิสญฺจ นิรามิสํ ปณิหิตญฺจ อปฺปณิหิตํ สญฺญุตฺตญฺจ วิสญฺญุตฺตํ วุฏฺฐิตญฺจ อวุฏฺฐิตํ อฏฺฐ สมาธิสฺส ปจฺจยา ทส ญาณสฺส โคจรา อฏฺฐารส โคตฺรภูธมฺมา ติณฺณํ วิโมกฺขาน ปจฺจยา อิเม อฏฺฐารสาการา ปญฺญายสฺส ปริจฺจิตา กุสโล วิวฏฺเฏ วุฏฺฐาเน นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปตีติ ฯ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ พหิทฺธาวุฏฺฐานวิวฏฺฏเน ปญฺญา โคตฺรภุญาณํ ฯ

โคตรภูญาณ ๘ คือ โคตรภูญาณที่มีอามิส ๑ ไม่มี อามิส ๑ มีที่ตั้ง ๑ ไม่มีที่ตั้ง ๑ เป็นสุญญตะ ๑ เป็น วุฏฐิตะ ๑ เป็นอวุฏฐิตะ ๑ เป็นปัจจัยแห่งสมาธิ โคตรภู- ญาณ ๑๐ เป็นโคจรแห่งวิปัสสนาญาณ โคตรภูธรรม ๑๘ เป็นปัจจัยแห่งวิโมกข์ ๓ โคตรภูธรรมมีอาการ ๑๘ นี้ พระโยคาวจรอบรมแล้วด้วยปัญญา พระโยคาวจรเป็นผู้ฉลาด ในโคตรภูญาณ อันเป็นเครื่องหลีกไปและในโคตรภูญาณ อันเป็นเครื่องออกไป ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฐิต่างๆ ฉะนี้แล ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการออกไป และหลีกไปจากสังขารนิมิตภายนอก เป็นโคตรภูญาณ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. โคตรภูญาณนิทเทส แสดงโคตรภูญาณ

ข้อ ๕๙

ปัญญาในการออกและหลีกไปจากนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภูญาณ เป็นอย่างไร คือ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเป็นไป ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำนิมิต ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำกรรมเป็นเครื่องประมวลมา ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำปฏิสนธิ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำคติ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความบังเกิด ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความอุบัติ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเกิด ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความแก่ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเจ็บไข้ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความตาย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๙๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๐. โคตรภูญาณนิทเทส ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเศร้าโศก ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความรำพัน ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความคับแค้นใจ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำสังขารนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น ฯลฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความดับคือนิพพาน ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเกิดขึ้นแล้วแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำความเป็นไปแล้วแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำนิมิตแล้วแล่นไปสู่อนิมิต ฯลฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำสังขารนิมิตภายนอกแล้วแล่นไปสู่ความดับคือนิพพาน ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเป็นไป ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากนิมิต ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากกรรมเป็นเครื่องประมวลมา ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากปฏิสนธิ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากคติ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความบังเกิด ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความอุบัติ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเกิด ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความแก่ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเจ็บไข้ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความตาย ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเศร้าโศก ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความรำพัน ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความคับแค้นใจ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากสังขารนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป ฯลฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความดับคือนิพพาน ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเกิดขึ้นแล้วแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเป็นไปแล้วแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากนิมิตแล้วแล่นไปสู่อนิมิต ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากกรรมเป็นเครื่องประมวลมาแล้วแล่นไปสู่ความไม่มีกรรมเป็นเครื่องประมวลมา ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากปฏิสนธิแล้วแล่นไปสู่ความไม่มีปฏิสนธิ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากคติแล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๙๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๐. โคตรภูญาณนิทเทส แล่นไปสู่อคติ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความบังเกิดแล้วแล่นไปสู่ความไม่บังเกิด ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความอุบัติแล้วแล่นไปสู่ความไม่อุบัติ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเกิดแล้วแล่นไปสู่ความไม่เกิด ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความแก่แล้วแล่นไปสู่ความไม่แก่ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเจ็บไข้แล้วแล่นไปสู่ความไม่เจ็บไข้ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความตายแล้วแล่นไปสู่ความไม่ตาย ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความเศร้าโศกแล้วแล่นไปสู่ความไม่เศร้าโศกชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากความรำพันแล้วแล่นไปสู่ความไม่รำพัน ชื่อว่าโคตรภูเพราะออกจากความคับแค้นใจแล้วแล่นไปสู่ความไม่คับแค้นใจ ชื่อว่าโคตรภู เพราะออกจากสังขารนิมิตภายนอกแล้วแล่นไปสู่ความดับคือนิพพาน ชื่อว่าโคตรภู เพราะหลีกออกจากความเกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะหลีกออกจากความเป็นไป ฯลฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะหลีกออกจากสังขารนิมิตภายนอก ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้น ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป ฯลฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะแล่นไปสู่ความดับคือนิพพาน ชื่อว่าโคตรภู เพราะหลีกออกจากความเกิดขึ้นแล้วแล่นไปสู่ความไม่เกิดขึ้นชื่อว่าโคตรภู เพราะหลีกออกจากความเป็นไปแล้วแล่นไปสู่ความไม่เป็นไป ฯลฯ ชื่อว่าโคตรภู เพราะหลีกออกจากสังขารนิมิตภายนอกแล้วแล่นไปสู่ความดับคือนิพพาน

ข้อ ๖๐

โคตรภูธรรมเท่าไรเกิดขึ้นด้วยอำนาจสมถะ โคตรภูธรรมเท่าไร เกิดขึ้นด้วยอำนาจวิปัสสนา คือ โคตรภูธรรม ๘ ประการเกิดขึ้นด้วยอำนาจสมถะ โคตรภูธรรม ๑๐ ประการเกิดขึ้นด้วยอำนาจวิปัสสนา โคตรภูธรรม ๘ ประการ อะไรบ้าง เกิดขึ้นด้วยอำนาจสมถะ คือ ๑. ญาณที่ครอบงำนิวรณ์ เพื่อได้ปฐมฌาน ชื่อว่าโคตรภู ๒. ญาณที่ครอบงำวิตกวิจาร เพื่อได้ทุติยฌาน ชื่อว่าโคตรภู ๓. ญาณที่ครอบงำปีติ เพื่อได้ตติยฌาน ชื่อว่าโคตรภู

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๐. โคตรภูญาณนิทเทส ๔. ญาณที่ครอบงำสุขและทุกข์ เพื่อได้จตุตถฌาน ชื่อว่าโคตรภู ๕. ญาณที่ครอบงำรูปสัญญา ปฏิฆสัญญา นานัตตสัญญา เพื่อได้ อากาสานัญจายตนสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู ๖. ญาณที่ครอบงำอากาสานัญจายตนสัญญา เพื่อได้วิญญาณัญจายตน- สมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู ๗. ญาณที่ครอบงำวิญญาณัญจายตนสัญญา เพื่อได้อากิญจัญญายตน- สมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู ๘. ญาณที่ครอบงำอากิญจัญญายตนสัญญา เพื่อได้เนวสัญญา- นาสัญญายตนสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู โคตรภูธรรม ๘ ประการนี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจสมถะ โคตรภูธรรม ๑๐ ประการ อะไรบ้าง เกิดขึ้นด้วยอำนาจวิปัสสนา คือ ๑. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเป็นเครื่อง ประมวลมา ปฏิสนธิ คติ ความบังเกิด ความอุบัติ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บไข้ ความตาย ความเศร้าโศก ความรำพัน ความคับแค้นใจ สังขารนิมิตภายนอก เพื่อได้ โสดาปัตติมรรค ชื่อว่าโคตรภู ๒. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้โสดาปัตติผลสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู ๓. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้สกทาคามิมรรค ชื่อว่าโคตรภู ๔. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้สกทาคามิผลสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู ๕. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้อนาคามิมรรค ชื่อว่าโคตรภู ๖. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้อนาคามิผลสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู ๗. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้อรหัตตมรรค ชื่อว่าโคตรภู ๘. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้อรหัตตผลสมาบัติ ชื่อ ว่าโคตรภู ๙. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ฯลฯ เพื่อได้สุญญตวิหารสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๐. โคตรภูญาณนิทเทส ๑๐. ญาณที่ครอบงำความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเป็นเครื่อง ประมวลมา ปฏิสนธิ คติ ความบังเกิด ความอุบัติ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บไข้ ความตาย ความเศร้าโศก ความรำพัน ความคับแค้นใจ สังขารนิมิตภายนอก เพื่อได้อนิมิตตวิหารสมาบัติ ชื่อว่าโคตรภู โคตรภูธรรม ๑๐ ประการนี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจวิปัสสนา โคตรภูธรรม ฝ่ายกุศลมีเท่าไร ฝ่ายอกุศลมีเท่าไร ฝ่ายอัพยากฤตมีเท่าไร คือ โคตรภูธรรม ฝ่ายกุศลมี ๑๕ ฝ่ายอัพยากฤตมี ๓ ฝ่ายอกุศลไม่มี โคตรภูธรรม ๘ ประการ คือ (๑) มีอามิส (๒) ไม่มีอามิส (๓) มีที่ตั้ง (๔) ไม่มีที่ตั้ง (๕) เป็นสุญญตะ (๖) เป็นวิสุญญตะ (๗) เป็นวุฏฐิตะ (๘) เป็นอวุฏฐิตะ ๘ ประการเป็นปัจจัยแห่งสมาธิ ๑๐ ประการเป็นโคจรแห่งญาณ ๑๘ ประการเป็นปัจจัยแห่งวิโมกข์ ๓ อาการ ๑๘ ประการนี้ อันพระโยคาวจรใดอบรมแล้วด้วยปัญญา พระโยคาวจรนั้นเป็นผู้ฉลาดในญาณ ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฏฐิต่างๆ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการออกและหลีกไปจากนิมิตภายนอกชื่อว่าโคตรภูญาณ โคตรภูญาณนิทเทสที่ ๑๐ จบ @เชิงอรรถ : @ อามิส ในที่นี้หมายถึงวัฏฏามิส โลกามิส และกิเลสามิส (ขุ.ป.อ. ๑/๖๐/๒๙๕)@ ที่ตั้ง ในที่นี้หมายถึงนิกันติ (ขุ.ป.อ. ๑/๖๐/๒๙๕) @ สุญญตะ ในที่นี้หมายถึงโคตรภูธรรมที่ประกอบด้วยนิกันติ (ขุ.ป.อ. ๑/๖๐/๒๙๕)@ วุฏฐิตะ ในที่นี้หมายถึงวิปัสสนาโคตรภูญาณ (ขุ.ป.อ. ๑/๖๐/๒๙๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๙๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาโคตรภูญาณนิทเทส

[๑๓๖-๑๔๐] พึงทราบวินิจฉัยในโคตรภูญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า อภิภุยฺย - ครอบงำ คือ ย่อมครอบงำ ย่อมก้าวล่วง.

บทว่า พหิทฺธา สงฺขารนิมิตฺตํ - สังขารนิมิตภายนอก ได้แก่ สังขารนิมิตอันเป็นภายนอกจากกุศลขันธ์อันเป็นไปแล้วในสันดานของตน.

จริงอยู่ สังขารอันเป็นโลกิยะ ท่านกล่าวว่าเป็นนิมิต เพราะเป็นเครื่องหมายแห่งกิเลสทั้งหลาย, หรือเพราะตั้งขึ้นด้วยอาการของนิมิต.

บทว่า อภิภุยฺยตีติ โคตฺรภู - ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำ ท่านกล่าวถึงความเป็นโคตรภู เพราะครอบงำโคตรของปุถุชน.

บทว่า ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู - ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่าแล่นไป คือท่านกล่าวถึงความเป็นโคตรภู เพราะความเกิดขึ้นแห่งโคตรพระอริยะ.

บทว่า อภิภุยฺยิตฺวา ปกฺขนฺทตีติ โคตฺรภู - ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำแล้วแล่นไป คือท่านกล่าวย่อความทั้งสอง.

บทว่า วุฏฺฐาตีติ โคตฺรภูติ จ วิวฏฺฏตีติ โคตฺรภูติ จ - ชื่อว่าโคตรภู เพราะอรรถว่าออกไป และเพราะอรรถว่าหลีกไป คือ ท่านกล่าวถึงอรรถคือความครอบงำโคตรปุถุชนโดยสมควรแก่บทว่า วุฏฐานะ - การออก, วิวัฏฏนะ - การหลีกไปแห่งมาติกา.

พึงทราบอรรถว่า ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำโคตรมีนิวรณ์เป็นต้นแห่งโคตรภูดังกล่าวแล้วด้วยสมถะ, ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำโคตรมีความเกิดเป็นต้น.

ในสมาบัติวาร ๖ มีอาทิว่า โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถาย - เพื่อต้องการโสดาปัตติผลสมาบัติ, ชื่อว่าโคตรภู เพราะครอบงำโคตรมีโสดาบันเป็นต้น.

ในมรรควาร ๓ มีอาทิว่า สกทาคามิมคฺคปฏิลาภตฺถาย - เพื่อต้องการได้สกทาคามิมรรค.

อนึ่ง ในบทว่า โคตฺรภู นี้ มีอรรถว่าโคตร และมีอรรถว่าพืช.

นัยว่าในอัตตนิปกรณ์ ท่านกล่าวนิพพานว่า โคตฺตํ - โคตร เพราะคุ้มครองจากอันตรายทั้งปวง, ชื่อว่าโคตรภู เพราะดำเนินไปสู่นิพพานนั้น, แม้สมาบัติ ๘ ก็ชื่อว่า โคตฺตํ - โคตร เพราะคุ้มครองจากอันตรายของโคตรภู, โคตรนั้น ท่านกล่าวว่าโคตรภู เพราะดำเนินไปสู่โคตร.

อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า โคตรภูแห่งมรรค ๔ มีนิพพานเป็นอารมณ์, โคตรภูแห่งผลสมาบัติ ๔ มีสังขารเป็นอารมณ์ เพราะน้อมไปในผลสมาบัติ.

ดังที่ท่านกล่าวไว้ในวิสุทธิมรรคว่า จิตของพระโยคาวจรผู้เห็นแจ้งตามลำดับอันเป็นไปแล้วนั้น ย่อมเอิบอิ่มในนิโรธด้วยสามารถแห่งผลสมาบัติในระหว่างโคตรภูญาณมีสังขารเป็นอารมณ์ ด้วยเหตุนั้นแล ในมรรควารนี้พึงทราบว่า ท่านทำจิตที่ ๑๖ แล้วถือเอาจิตที่ ๖ ในสมาบัติวารแห่งบทสังขารนิมิตภายนอกที่ถือเอาแล้ว จึงไม่ถือเอา. โดยประการนอกนี้ พึงถือเอาการถือบทอันเป็นมูลเหตุ.

[๑๔๑] ก็อาจารย์เหล่าอื่นกล่าวว่า การผูกใจครั้งแรกในนิพพาน เป็นการรวบรวมครั้งแรก นี้ท่านกล่าวว่าโคตรภู. โคตรภูหมายถึงผลนั้นไม่ถูก.

ในบทนี้ว่า ปณฺณรส โคตฺรภูธมฺมา กุสลา - โคตรภูธรรมเป็นกุศล ๑๕ พึงทราบอธิบายดังต่อไปนี้

ชื่อว่าโคตรภูย่อมไม่สมควรแก่พระอรหันต์ เพราะไม่มีนิวรณ์อันควรครอบงำ เพราะวิตกวิจารเป็นต้นพึงละได้ง่าย และเพราะอรรถว่าครอบงำ เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่าท่านทำไว้แล้วไม่กล่าวถึง เพราะโคตรภูเป็นอัพยากฤต.

อนึ่ง พระอรหันต์ผู้เข้าผลสมาบัติ ไม่สามารถครอบงำสังขารเข้าสมาบัติได้ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า โคตรภูธรรมเป็นอัพยากฤตมี ๓.

แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า สมาบัติ ๘ เป็นไปในส่วนแห่งการแทงตลอดด้วยสามารถอริยมรรคที่ท่านชี้แจงไว้แล้วในที่นี้, เพราะฉะนั้น โคตรภูแห่งสมาบัติ ๘ จึงเป็นกุศล.

อนึ่ง พึงทราบแม้ในสังขารุเปกขาญาณอย่างนั้น.

[๑๔๒] พึงทราบอธิบายความในคาถามีอาทิว่า สามิสญฺจ ดังต่อไปนี้.

บรรดาวัฏฏามิส โลกามิส กิเลสามิสทั้งหลาย โคตรภูญาณมีอามิสด้วยโลกามิส เพราะยังมีความอยาก.

นั่นคืออะไร? คือ สมถโคตรภูญาณ ๘ อย่าง.

บทว่า วฏฺฏามิสํ ในที่นี้ ได้แก่ วัฏฏะเป็นไปในภูมิ ๓ นั่นเอง.

บทว่า โลกามิสํ ได้แก่ กามคุณ ๕.

บทว่า กิเลสามิสํ ได้แก่ กิเลสทั้งหลายนั่นเอง.

บทว่า นิรามิสํ ได้แก่ วิปัสสนาโคตรภูญาณ ๑๐ อย่าง เพราะไม่มีความอยาก.

จริงอยู่ พระอริยะทั้งหลายไม่ทำความอยากในโคตรภู.

ในคัมภีร์อาจารย์ทั้งหลายเขียนไว้ว่า สามิสญฺเจ นั่นไม่ดีเลย.

พึงทราบ ปณิหิตะ อัปปณิหิตะ, สัญญุตตะ วิสัญญุตตะ, วุฏฐิตะ อวุฏฐิตะ ดังต่อไปนี้.

ชื่อว่าปณิหิตะ คือความปรารถนา เพราะตั้งอยู่ในความใคร่. ชื่อว่าอัปปณิหิตะ เพราะไม่มีที่ตั้ง. ชื่อว่าสัญญุตตะ เพราะประกอบด้วยความอยาก. ชื่อว่าวิสัญญุตตะ เพราะไม่ประกอบด้วยความอยาก.

บทว่า วุฏฺฐิตํ ได้แก่ โคตรภูญาณอันเป็นวิปัสสนานั่นเอง.

จริงอยู่ โคตรภูญาณนั้น ชื่อว่าวุฏฐิตะ เพราะตัดความอยาก. นอกนั้นเป็นอวุฏฐิตะ.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวุฏฐิตะ เพราะออกไปภายนอก.

พึงทราบว่า แม้ผลโคตรภูอันเป็นสังขารนิมิตภายนอกก็ชื่อว่าวุฏฐิตะ เพราะมุ่งหน้าสู่นิพพานด้วยอัธยาศัยในนิพพาน.

พึงทราบว่า แม้ในวาระแห่งการครอบงำ การออก การหลีกไปในภายหลัง ก็พึงทราบว่า ผลโคตรภูชื่อว่าย่อมครอบงำ ย่อมออกไป ย่อมหลีกไป เพราะมุ่งสู่นิพพานด้วยอัธยาศัย.

บทว่า ติณฺณํ วิโมกฺขานปจฺจยา - เป็นปัจจัยแห่งวิโมกข์ ๓ ได้แก่ สมถโคตรภูเป็นปกตูปนิสสยปัจจัยแก่โลกุตรวิโมกข์ ๓, วิปัสสนาโคตรภูเป็นอนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย.

บทว่า ปญฺญา ยสฺส ปริจฺจิตา - พระโยคาวจรอบรมแล้วด้วยปัญญา คือปัญญาอันเป็นส่วนเบื้องต้นอันพระโยคาวจรอบรมแล้วคือสะสมแล้ว.

บทว่า กุสโล วิวฏฺเฏ วุฏฺฐาเน - พระโยคาวจรเป็นผู้ฉลาดในการออกไป ในการหลีกไป คือเป็นผู้ฉลาด เป็นผู้เฉียบแหลมในโคตรภูญาณ อันได้แก่วิวัฏฏะด้วยความไม่ลุ่มหลงนั่นแล หรือเป็นผู้ฉลาดด้วยญาณอันเป็นส่วนเบื้องต้น.

บทว่า นานาทิฏฺฐีสุ น กมฺปติ - ย่อมไม่หวั่น เพราะทิฏฐิต่างๆ คือไม่หวั่นไหวในทิฏฐิมีประการต่างๆ ที่ละได้แล้วด้วยสมุจเฉท.

จบอรรถกถาโคตรภูญาณนิทเทส -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา