วิมุตติญาณนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ ฉินฺนมนุปสฺสเน ปญฺญา วิมุตฺติญาณํ ฯ โสตาปตฺติมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย อตฺตโน จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา สมฺมา สมุจฺฉินฺนา โหนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหิ สปริยุฏฺฐาเนหิ จิตฺตํ วิมุตฺตํ โหติ สุวิมุตฺตํ ตํวิมุตฺติญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ ฉินฺนมนุปสฺสเน ปญฺญา วิมุตฺติญาณํ ฯ
ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสนั้นๆ อันอริยมรรคนั้นๆ ตัดเสียแล้ว เป็นวิมุติญาณอย่างไร ฯ อุปกิเลสแห่งจิตของตน คือ สักกายทิฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสทิฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย เป็นกิเลสอันโสดาปัตติมรรคตัดขาดดีแล้ว จิตที่หลุดพ้นจากอุปกิเลส ๕ ประการนี้ พร้อมด้วยปริยุฏฐานกิเลส เป็นอันพ้นแล้วด้วยดีชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้วิมุตตินั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสนั้นๆ อันอริยมรรคนั้นๆ ตัดเสียแล้ว เป็นวิมุติญาณ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓. วิมุตติญาณนิทเทส แสดงวิมุตติญาณ
ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสที่อริยมรรคตัดขาดแล้ว ชื่อว่า วิมุตติญาณ เป็นอย่างไร คือ อุปกิเลสแห่งจิตของตน คือ สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นอัตตาของตน)วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) สีลัพพตปรามาส (การยึดมั่นศีลพรต) ทิฏฐานุสัย(กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือทิฏฐิ) วิจิกิจฉานุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานคือวิจิกิจฉา) เป็นกิเลสที่โสดาปัตติมรรคตัดได้โดยเด็ดขาดแล้ว จิตจึงชื่อว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๐๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๓. วิมุตติญาณนิทเทส หลุดพ้นแล้ว หลุดพ้นดีแล้วจากอุปกิเลส ๕ ประการนี้ พร้อมด้วยกิเลสที่กลุ้มรุมจิตชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้วิมุตตินั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสที่อริยมรรคตัดขาดแล้วชื่อว่าวิมุตติญาณ อุปกิเลสแห่งจิตของตน คือ กามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ ส่วนหยาบๆกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ส่วนหยาบๆ เป็นกิเลสที่สกทาคามิมรรคตัดได้โดยเด็ดขาดแล้ว จิตจึงชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว หลุดพ้นดีแล้วจากอุปกิเลส ๔ ประการนี้พร้อมด้วยกิเลสที่กลุ้มรุมจิต ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้วิมุตตินั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสที่อริยมรรคตัดขาดแล้ว ชื่อว่าวิมุตติญาณ อุปกิเลสแห่งจิตของตน คือ กามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์ ส่วนละเอียดๆกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ส่วนละเอียดๆ เป็นกิเลสที่อนาคามิมรรคตัดได้โดยเด็ดขาดแล้ว จิตจึงชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว หลุดพ้นดีแล้วจากอุปกิเลส ๔ ประการนี้พร้อมด้วยกิเลสที่กลุ้มรุมจิต ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้วิมุตตินั้น ชื่อว่าปัญญาเพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสที่อริยมรรคตัดขาดแล้ว ชื่อว่าวิมุตติญาณ อุปกิเลสแห่งจิตของตน คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชามานานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย เป็นกิเลสที่อรหัตตมรรคตัดได้โดยเด็ดขาดแล้วจิตจึงชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว หลุดพ้นดีแล้วจากอุปกิเลส ๘ ประการนี้ พร้อมด้วยกิเลสที่กลุ้มรุมจิต ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้วิมุตตินั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสที่อริยมรรคตัดขาดแล้ว ชื่อว่าวิมุตติญาณ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสที่อริยมรรคตัดขาดแล้วชื่อว่าวิมุตติญาณ วิมุตติญาณนิทเทสที่ ๑๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๐๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓. อรรถกถาวิมุตติญาณนิทเทส
[๑๕๒] พึงทราบวินิจฉัยในวิมุตติญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.
บทว่า สกฺกายทิฏฺฐิ - ความเห็นว่าเป็นตัวตน.
มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า สกฺกายทิฏฺฐิ เพราะอรรถว่าความเห็นในกาย กล่าวคือขันธปัญจกอันมีอยู่ หรือในกายนั้นอันมีอยู่เอง.
บทว่า วิจิกิจฺฉา - ความไม่แน่ใจ.
มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า วิจิกิจฺฉา เพราะอรรถว่าปราศจากความแน่ใจ หรือเมื่อค้นหาสภาวธรรมเป็นเหตุยากลำบาก.
บทว่า สีลพฺพตปรามาโส - ความลูบคลำศีลและพรต.
มีวิเคราะห์ว่า เป็นผู้ถือมั่นยึดมั่นว่า ความหมดจดมีด้วยศีลด้วยพรต.
ชื่อว่า สีลพฺพตปรามาโส เพราะอรรถว่าผู้ถือมั่นยึดมั่นนั้น ละเลยสภาวธรรมลูบคลำแต่สิ่งอื่น. เมื่อทิฏฐิแม้มีอยู่ทั้งสองอย่าง ท่านก็ยังกล่าวถึงสักกายทิฏฐิ เพื่อแสดงถึงการละทิฏฐิทั้งหมด ด้วยการละสักกายทิฏฐิมีวัตถุ ๒๐ อย่างอันเป็นปรกติ โดยยึดถือสักกายทิฏฐิตามปรกติ เว้นการคาดคะเนและการอ้างผู้อื่น.
ส่วนสีลัพพตปรามาส พึงทราบว่า ท่านกล่าวไว้ต่างหากเพื่อแสดงถึงมิจฉาปฏิปทาของคนทั้งหลายผู้ปฏิบัติด้วยคิดว่า เราปฏิบัติปฏิปทาบริสุทธิ์. ท่านกล่าวถึงทิฏฐานุสัย - ความเห็นผิดอันนอนในสันดาน, วิจิกิจฉานุสัย - ความลังเลใจอันนอนอยู่ในสันดาน เพื่อแสดงถึงการละด้วยละอนุสัยแม้ ๓ อย่างนั่นแหละ มิใช่เพราะกิเลสต่างกัน.
บทว่า อุปกฺกิเลสา - อุปกิเลสทั้งหลาย.
มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า กิเลสา เพราะอรรถว่าทำให้เศร้าหมอง ทำให้เดือดร้อน ทำให้ลำบาก. ชื่อว่า อุปกฺกิเลสา เพราะอรรถว่าเป็นกิเลสร้ายมีกำลังแรง.
บทว่า สมฺมา สมุจฺฉินฺนา โหนฺติ - เป็นกิเลสอันพระโสดาปัตติมรรคตัดขาดดีแล้ว คือตัดขาดด้วยดี เพราะดับไม่เกิดขึ้นอีกด้วยสมุจเฉทประหาณ.
บทว่า สปริยุฏฺฐาเนหิ - พร้อมด้วยปริยุฏฐานกิเลส ได้แก่กิเลสครอบงำ.
มีวิเคราะห์ว่า กิเลสทั้งหลาย ชื่อว่าปริยุฏฐาน เพราะอรรถว่าหุ้มห่อจิตเกิดขึ้น.
บทนี้เป็นชื่อของกิเลสทั้งหลาย อันเนื่องด้วยความประพฤติ.
ชื่อว่า สปริยุฏฐาน เพราะอรรถว่าพร้อมด้วยปริยุฏฐานกิเลส คืออุปกิเลสอันนอนอยู่ในสันดาน.
บทว่า จิตฺตํ วิมุตฺตํ โหติ - จิตเป็นอันพ้นแล้ว.
ความว่า จิตเป็นไปด้วยอำนาจแห่งสันตติ เพราะกิเลสเหล่านั้นทำให้เกิดในที่ไม่สมควร ชื่อว่าเป็นอันพ้นแล้วจากกิเลสนั้น. จิตนั้นนั่นแล ชื่อว่า สุวิมุตฺตํ เพราะพ้นแล้วด้วยดี.
บทว่า ตํวิมุตฺติญาตฏฺเฐน คือ เพราะอรรถว่ารู้วิมุตตินั้น.
จบอรรถกถาวิมุตติญาณนิทเทส -----------------------------------------------------