อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๖๓

โคจรนานัตตญาณนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๓–๑๖๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

ข้อ ๑๖๓

กถํ พหิทฺธาววตฺถาเน ปญฺญา โคจรนานตฺเต ญาณํ ฯ {๑๖๓.๑} กถํ พหิทฺธา ธมฺเม ววตฺเถติ ฯ รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ สทฺเท พหิทฺธา ววตฺเถติ คนฺเธ พหิทฺธา ววตฺเถติ รเส พหิทฺธา ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺเพ พหิทฺธา ววตฺเถติ ธมฺเม พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๓.๒} กถํ รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ รูปา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รูปา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ รูปา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ รูปา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ รูปา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสนฺตีติ ววตฺเถติ รูเป อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ รูปา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ รูปา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ รูเป อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ วิรชฺชติ โน รชฺชติ นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ

ปัญญาในการกำหนดธรรมเป็นภายนอก เป็นโคจรนานัตตญาณ อย่างไร พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมทั้งหลายเป็นภายนอกอย่างไร ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์เป็นภายนอก ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปเป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่า รูปเกิดเพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม เกิดเพราะอาหาร อาศัยมหาภูต-*รูป ๔ เกิดแล้ว เข้ามาประชุมแล้วรูปไม่มี (รูปเดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน)มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจักไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อมกำหนดรูปโดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่า รูปไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา รูปไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา ย่อมกำหนดรูปโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมยังราคะให้ดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็นตัวตนได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะได้ เมื่อยังราคะให้ดับ ย่อมละเหตุให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปเป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ

ข้อ ๑๖๔

กถํ สทฺเท พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ สทฺทา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ สทฺทา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ววตฺเถติ สทฺทา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ สทฺทา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ สทฺทา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสนฺตีติ ววตฺเถติ สทฺเท อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ สทฺทา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ สทฺทา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ สทฺเท อนิจฺจโต ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ สทฺเท พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๑} กถํ คนฺเธ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ คนฺธา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ คนฺธา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ คนฺเธ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๒} กถํ รเส พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ รสา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ รสา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ รเส พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๓} กถํ โผฏฺฐพฺเพ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ โผฏฺฐพฺพา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ โผฏฺฐพฺพา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ ฯเปฯ เอวํ โผฏฺฐพฺเพ พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ {๑๖๔.๔} กถํ ธมฺเม พหิทฺธา ววตฺเถติ ฯ ธมฺมา อวิชฺชาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา ตณฺหาสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา กมฺมสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อาหารสมฺภูตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อุปฺปนฺนาติ ววตฺเถติ ธมฺมา สมุปาคตาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อหุตฺวา สมฺภูตา หุตฺวา น ภวิสฺสนฺตีติ ววตฺเถติ ธมฺเม อนฺตวนฺตโต ววตฺเถติ ธมฺมา อทฺธุวา อสสฺสตา วิปริณามธมฺมาติ ววตฺเถติ ธมฺมา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ววตฺเถติ ธมฺเม อนิจฺจโต ววตฺเถติ โน นิจฺจโต ทุกฺขโต ววตฺเถติ โน สุขโต อนตฺตโต ววตฺเถติ โน อตฺตโต นิพฺพินฺทติ โน นนฺทติ วิรชฺชติ โน รชฺชติ นิโรเธติ โน สมุเทติ ปฏินิสฺสชฺชติ โน อาทิยติ อนิจฺจโต ววตฺเถนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ ทุกฺขโต ววตฺเถนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ อนตฺตโต ววตฺเถนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหติ เอวํ ธมฺเม พหิทฺธา ววตฺเถติ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ พหิทฺธาววตฺถาเน ปญฺญา โคจรนานตฺเต ญาณํ ฯ -------

พระโยคาวจรย่อมกำหนดเสียงเป็นภายนอกอย่างไร ย่อม กำหนดว่า เสียงเกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดเสียงเป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรสเป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่า รสเกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดรสเป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดโผฏฐัพพะเป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่าโผฏฐัพพะเกิดเพราะอวิชชา ฯลฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดโผฏฐัพพะเป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมารมณ์เป็นภายนอกอย่างไร ย่อมกำหนดว่าธรรมารมณ์เกิดเพราะอวิชชา เกิดเพราะตัณหา เกิดเพราะกรรม เกิดเพราะอาหารเกิดแล้ว เข้าประชุมพร้อมแล้วธรรมารมณ์ไม่มี (ธรรมารมณ์เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน) มีแล้วจักไม่มี (บัดนี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปจักไม่เป็นเหมือนบัดนี้) ย่อมกำหนดธรรมารมณ์โดยความเป็นของมีที่สุด กำหนดว่า ธรรมารมณ์ไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่งอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา ย่อมกำหนดธรรมารมณ์โดยความเป็นของไม่เที่ยงไม่กำหนดโดยความเป็นของเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตาย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมยังราคะให้ดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืนไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมละความสำคัญว่าเป็นของเที่ยงได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละความสำคัญว่าเป็นสุขได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละความสำคัญว่าเป็นตัวตนได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละความยินดีได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะได้เมื่อยังราคะให้ดับ ย่อมละเหตุให้เกิดได้ เมื่อสละคืน ย่อมละความยึดถือได้พระโยคาวจรย่อมกำหนดธรรมารมณ์เป็นภายนอกอย่างนี้ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการกำหนดธรรมเป็นภายนอก เป็นโคจรนานัตตญาณ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๖. โคจรนานัตตญาณนิทเทส ๑๖. โคจรนานัตตญาณนิทเทส แสดงโคจรนานัตตญาณ

ข้อ ๖๗

ปัญญาในการกำหนดธรรมต่างๆ ที่เป็นภายนอก ชื่อว่าโคจร- นานัตตญาณ เป็นอย่างไร พระโยคาวจรกำหนดธรรมทั้งหลายที่เป็นภายนอกอย่างไร คือ พระโยคาวจรกำหนดรูปที่เป็นภายนอก กำหนดสัททะ (เสียง) ที่เป็นภายนอก กำหนดคันธะ (กลิ่น) ที่เป็นภายนอก กำหนดรสที่เป็นภายนอก กำหนด โผฏฐัพพะที่เป็นภายนอก กำหนดธรรมารมณ์ที่เป็นภายนอก พระโยคาวจรกำหนดรูปที่เป็นภายนอก อย่างไร คือ กำหนดว่า “รูปเกิดเพราะอวิชชา” กำหนดว่า “รูปเกิดเพราะตัณหา” กำหนดว่า “รูปเกิดเพราะกรรม” กำหนดว่า “รูปเกิดเพราะอาหาร” กำหนดว่า “รูปอาศัยมหาภูตรูป ๔” กำหนดว่า “รูปเกิดแล้ว” กำหนดว่า “รูปมาร่วมกันแล้ว” กำหนดว่า“รูปไม่มีแล้วเกิดมี มีแล้วจักไม่มี” กำหนดรูปโดยความเป็นของมีที่สุด คือกำหนดว่า “รูปไม่ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นธรรมดา” กำหนดว่า “รูปไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดาดับไปเป็นธรรมดา” กำหนดรูปโดยความไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเที่ยง กำหนดโดยความ เป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่ายไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมทำราคะให้ดับ ไม่ให้เกิดขึ้น ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ เมื่อกำหนดโดยความไม่เที่ยง ย่อมละนิจจสัญญาได้ เมื่อกำหนดโดยความ เป็นทุกข์ ย่อมละสุขสัญญาได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละอัตต-สัญญาได้ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละนันทิได้ เมื่อคลายกำหนัดย่อมละราคะได้ เมื่อทำราคะให้ดับย่อมละสมุทัยได้ เมื่อสละคืน ย่อมละอาทานะได้ พระโยคาวจรกำหนดรูปที่เป็นภายนอกอย่างนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๑๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๖. โคจรนานัตตญาณนิทเทส พระโยคาวจรกำหนดสัททะ (เสียง) ที่เป็นภายนอก อย่างไร คือ กำหนดว่า “สัททะเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดสัททะที่เป็นภายนอกอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดคันธะ (กลิ่น) ที่เป็นภายนอก อย่างไร คือ กำหนดว่า “คันธะเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดคันธะที่เป็นภายนอกอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดรสที่เป็นภายนอก อย่างไร คือ กำหนดว่า “รสเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดรสที่เป็นภายนอกอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดโผฏฐัพพะที่เป็นภายนอก อย่างไร คือ กำหนดว่า “โผฏฐัพพะเกิดเพราะอวิชชา” ฯลฯ พระโยคาวจรกำหนดโผฏฐัพพะที่เป็นภายนอกอย่างนี้ พระโยคาวจรกำหนดธรรมารมณ์ที่เป็นภายนอก อย่างไร คือ กำหนดว่า “ธรรมารมณ์เกิดเพราะอวิชชา” กำหนดว่า “ธรรมารมณ์เกิดเพราะตัณหา” กำหนดว่า “ธรรมารมณ์เกิดเพราะกรรม” กำหนดว่า “ธรรมารมณ์เกิดเพราะอาหาร (อาศัยหทัยวัตถุ)” กำหนดว่า “ธรรมารมณ์เกิดแล้ว” กำหนดว่า“ธรรมารมณ์มาร่วมกันแล้ว” กำหนดว่า “ธรรมารมณ์ไม่มีแล้วเกิดมี มีแล้วจักไม่มี” กำหนดธรรมารมณ์โดยความเป็นของมีที่สุด คือกำหนดว่า “ธรรมารมณ์ไม่ ยั่งยืน ไม่เที่ยง มีความแปรผันไปเป็นธรรมดา” กำหนดว่า “ธรรมารมณ์ไม่เที่ยงถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เสื่อมไปเป็นธรรมดา คลายไปเป็นธรรมดา ดับไปเป็นธรรมดา” กำหนดธรรมารมณ์โดยความไม่เที่ยง ไม่กำหนดโดยความเที่ยง กำหนดโดยความเป็นทุกข์ ไม่กำหนดโดยความเป็นสุข กำหนดโดยความเป็นอนัตตา ไม่กำหนดโดยความเป็นอัตตา ย่อมเบื่อหน่าย ไม่ยินดี ย่อมคลายกำหนัด ไม่กำหนัด ย่อมทำราคะให้ดับ ไม่ให้เกิด ย่อมสละคืน ไม่ยึดถือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๑๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๑๗. จริยานานัตตญาณนิทเทส เมื่อกำหนดโดยความไม่เที่ยง ย่อมละนิจจสัญญาได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นทุกข์ ย่อมละสุขสัญญาได้ เมื่อกำหนดโดยความเป็นอนัตตา ย่อมละอัตตสัญญาได้เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมละนันทิได้ เมื่อคลายกำหนัด ย่อมละราคะได้ เมื่อทำราคะให้ดับย่อมละสมุทัยได้ เมื่อสละคืน ย่อมละอาทานะได้ พระโยคาวจรกำหนดธรรมารมณ์ที่เป็นภายนอกอย่างนี้ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการกำหนดธรรมต่างๆ ที่เป็นภายนอกชื่อว่าโคจรนานัตตญาณ โคจรนานัตตญาณนิทเทสที่ ๑๖ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาโคจรนานัตตญาณนิทเทส

[๑๖๓-๑๖๔] พึงทราบวินิจฉัยในโคจรนานัตตญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ - พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปเป็นภายนอก.

ความว่า ย่อมกำหนดรูปายตนธรรมอันเป็นภายนอกจากภายใน.

บทมีอาทิว่า อวิชฺชาสมฺภูตา - เกิดเพราะอวิชชา ท่านกล่าวไว้แล้ว เพราะกัมมชรูปนับเนื่องด้วยอัตภาพ.

จริงอยู่ แม้อาหารก็เป็นปัจจัยอุปถัมภ์กัมมชรูป. แต่เพราะเสียงเป็นสมุฏฐานแห่งอุตุและจิต ท่านจึงไม่กล่าวถึงธรรมหมวด ๔ มีเกิดเพราะอวิชชาเป็นต้น. เพราะโผฏฐัพพะเป็นมหาภูตรูปเอง ท่านจึงไม่กล่าวว่าอาศัยมหาภูตรูป ๔.

อนึ่ง ในบทว่า ธมฺมา นี้ ได้แก่ ขันธ์ไม่มีรูป ๓ อันประกอบด้วยใจอันเป็นภวังค์. สุขุมรูปอันนับเนื่องในธรรมายตนะ แม้มีกรรมเป็นสมุฏฐานและรูปเป็นต้นแม้ทั้งหมด.

อีกอย่างหนึ่ง รูปใดๆ ย่อมเกิดขึ้นด้วยกรรมใดๆ. พึงทราบรูปนั้นๆ ด้วยกรรมนั้น.

จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น แม้นับเนื่องในสันดานของตนก็ไม่พึงสงเคราะห์เข้าไปทั้งหมด. เพราะแม้รูปอันเนื่องด้วย อนินทรีย์เป็นต้น ก็เข้าถึงวิปัสสนาได้. ฉะนั้นพึงทราบการสงเคราะห์ธรรมเหล่านั้นด้วยบทว่า กมฺมสมฺภูตํ - เกิดเพราะกรรม. เพราะแม้ธรรมเหล่านั้นก็มีอุตุตั้งขึ้นเพราะกรรม เป็นปัจจัยทั่วไปแก่สรรพสัตว์.

ก็อาจารย์พวกอื่นกล่าวว่า รูปเป็นต้นอันเนื่องด้วยอนินทรีย์ไม่เข้าถึงวิปัสสนาได้.

แต่คำนั้นผิด เพราะในบาลีมีคำอาทิว่า

สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ

อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา.

เมื่อใดบุคคลย่อมเห็นด้วยปัญญาว่า สังขาร

ทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง, เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายใน

ทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งวิสุทธิ - ความหมดจด.

____________________________

ขุ. ธ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๓๐

อนึ่ง ในวิสุทธิมรรคท่านกล่าวว่า บุคคลบางคนในโลกนี้พิจารณาเห็นแจ้งสังขารภายในแต่ต้น. แต่เพราะการออกไปจากมรรคย่อมมีไม่ได้ด้วยเพียงเห็นภายในบริสุทธิ์เท่านั้น แม้ภายนอกก็พึงเห็นด้วย. เพราะฉะนั้น พระโยคาวจรย่อมเห็นแจ้งแม้ขันธ์ของผู้อื่น แม้สังขารอันเป็นอนุปาทินนกะว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.

ดังนั้นจึงควรปรารถนาแม้การกำหนดจักษุเป็นต้นของผู้อื่น แม้การกำหนดรูปอันเนื่องด้วยอนินทรีย์เป็นต้น.

ฉะนั้น สังขารอันเป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่าไม่เข้าถึงวิปัสสนาย่อมไม่มี.

จบอรรถกถาโคจรนานัตตญาณนิทเทส -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา