ปรินิพพานญาณนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
กถํ สมฺปชานสฺส ปวตฺตปริยาทาเน ปญฺญา ปรินิพฺพาเน ญาณํ ฯ อิธ สมฺปชาโน เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทสฺส ปวตฺตํ ปริยาทิยติ อพฺยาปาเทน พฺยาปาทสฺส ปวตฺตํ ปริยาทิยติ อาโลกสญฺญาย ถีนมิทฺธสฺส ปวตฺตํ ปริยาทิยติ อวิกฺเขเปน อุทฺธจฺจสฺส ปวตฺตํ ปริยาทิยติ ธมฺมววตฺถาเนน วิจิกิจฺฉาย ฯเปฯ ญาเณน อวิชฺชาย ปามุชฺเชน อรติยา ปฐมชฺฌาเนน นีวรณานํ ปวตฺตํ ปริยาทิยติ ฯเปฯ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลสานํ ปวตฺตํ ปริยาทิยติ อถ วา ปน สมฺปชานสฺส อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา นิพฺพายนฺตสฺส อิทญฺเจว จกฺขุปวตฺตํ ปริยาทิยติ อญฺญญฺจ จกฺขุปวตฺตํ น อุปฺปชฺชติ อิทญฺเจว โสตปวตฺตํ ฯเปฯ ฆานปวตฺตํ ชิวฺหาปวตฺตํ กายปวตฺตํ มโนปวตฺตํ ปริยาทิยติ อญฺญญฺจ มโนปวตฺตํ น อุปฺปชฺชติ อิทํ สมฺปชานสฺส ปวตฺตปริยาทาเน ปญฺญา ปรินิพฺพาเน ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สมฺปชานสฺส ปวตฺตปริยาทาเน ปญฺญา ปรินิพฺพาเน ญาณํ ฯ ---------
ปัญญาในความสิ้นไปแห่งความเป็นไปแห่งกิเลส และขันธ์ ของบุคคลผู้รู้สึกตัว เป็นปรินิพพานญาณอย่างไร ฯ สัมปชานบุคคลในศาสนานี้ ย่อมยังความเป็นไปแห่งกามฉันทะให้สิ้นไปด้วยเนกขัมมะ ฯลฯ แห่งพยาบาทให้สิ้นไป ด้วยความไม่พยาบาท ฯลฯ แห่งถีนมิทธะให้สิ้นไป ด้วยอาโลกสัญญา ฯลฯ แห่งอุทธัจจะให้สิ้นไป ด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ฯลฯ แห่งวิจิกิจฉาให้สิ้นไป ด้วยการกำหนดธรรม ฯลฯ แห่งอวิชชาให้สิ้นไป ด้วยญาณ ฯลฯ แห่งความไม่ยินดี ด้วยความปราโมทย์ ยังความเป็นไปแห่งนิวรณ์ให้สิ้นไป ด้วยปฐมฌานฯลฯ ยังความเป็นไปแห่งกิเลสทั้งปวงให้สิ้นไป ด้วยอรหัตมรรค ฯ อีกประการหนึ่ง ความเป็นไปแห่งจักษุนี้แล ของสัมปชานบุคคลผู้นิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ย่อมสิ้นไป และความเป็นไปแห่งจักษุอื่นย่อมไม่เกิดขึ้น ความเป็นไปแห่งหู ฯลฯ ความเป็นไปแห่งจมูก ความเป็นไปแห่งลิ้นความเป็นไปแห่งกาย ความเป็นไปแห่งใจนี้แล ของสัมปชานบุคคลผู้นิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ย่อมสิ้นไป และความเป็นไปแห่งใจอื่นย่อมไม่เกิดขึ้นปัญญาในความสิ้นไปแห่งความเป็นไปแห่งกิเลสและขันธ์ ของสัมปชานบุคคลนี้เป็นปรินิพพานญาณ ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความสิ้นไปแห่งความเป็นไปแห่งกิเลสและขันธ์ของบุคคลผู้รู้สึกตัว เป็นปรินิพพานญาณ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๓๕. ปรินิพพานญาณนิทเทส ๓๕. ปรินิพพานญาณนิทเทส แสดงปรินิพพานญาณ
ปัญญาในการทำความเป็นไปแห่งกิเลสให้สิ้นไปของผู้มีสัมปชัญญะ ชื่อว่าปรินิพพานญาณ เป็นอย่างไร คือ บุคคลผู้มีสัมปชัญญะในศาสนานี้ ทำความเป็นไปแห่งกามฉันทะให้สิ้นไปด้วยเนกขัมมะ ทำความเป็นไปแห่งพยาบาทให้สิ้นไปด้วยอพยาบาท ทำความเป็นไปแห่งถีนมิทธะให้สิ้นไปด้วยอาโลกสัญญา ทำความเป็นไปแห่งอุทธัจจะให้สิ้นไปด้วยอวิกเขปะ ทำความเป็นไปแห่งวิจิกิจฉาให้สิ้นไปด้วยธัมมววัตถาน ฯลฯ แห่งอวิชชาให้สิ้นไปด้วยญาณ ฯลฯ แห่งอรติให้สิ้นไปด้วยปามุชชะ ฯลฯ แห่งนิวรณ์ให้สิ้นไปด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ทำความเป็นไปแห่งกิเลสทั้งปวงให้สิ้นไปด้วยอรหัตตมรรค อีกประการหนึ่ง ความเป็นไปแห่งจักขุนี้ ของบุคคลผู้มีสัมปชัญญะผู้ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ย่อมสิ้นไป และความเป็นไปแห่งจักขุอื่นย่อมไม่เกิดขึ้นความเป็นไปแห่งโสตะ ฯลฯ ความเป็นไปแห่งฆานะ ฯลฯ ความเป็นไปแห่งชิวหาฯลฯ ความเป็นไปแห่งกาย ฯลฯ ความเป็นไปแห่งมโนนี้ ของบุคคลผู้มีสัมปชัญญะผู้ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ย่อมสิ้นไป และความเป็นไปแห่งมโนอื่นย่อมไม่เกิดขึ้น ปัญญาในการทำความเป็นไปแห่งกิเลสให้สิ้นไปของบุคคลผู้มีสัมปชัญญะนี้ชื่อว่าปรินิพพานญาณ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการทำความเป็นไปแห่งกิเลสให้สิ้นไปของผู้มีสัมปชัญญะ ชื่อว่าปรินิพพานญาณ ปรินิพพานญาณนิทเทสที่ ๓๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๔๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๕. อรรถกถาปรินิพพานญาณนิทเทส
[๒๒๖] พึงทราบวินิจฉัยในปรินิพพานญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.
บทว่า อิธ คือในศาสนานี้.
บทว่า สมฺปชาโน - ผู้รู้สึกตัว.
ความว่า ผู้รู้สึกตัวด้วยสัมปชัญญะ ๔ เหล่านี้ คือ
สาตถกสัมปชัญญะ - ความรู้ตัวในกิจที่เป็นประโยชน์แก่ตัว ๑
สัปปายสัมปชัญญะ - ความรู้ตัวในปัจจัยที่สบาย ๑
โคจรสัมปชัญญะ - ความรู้ตัวในธรรมอันเป็นโคจร ๑
อสัมโมหสัมปชัญญะ - ความรู้ตัวในความไม่หลงงมงาย ๑.
บทว่า ปวตฺตํ - ยังความเป็นไป คือความเป็นไปแห่งปริยุฏฐานกิเลส และความเป็นไปแห่งอนุสัยกิเลส ตามสมควรในที่ทั้งปวง.
บทว่า ปริยาทิยติ - ให้สิ้นไป คือทำให้เป็นไปไม่ได้ ด้วยสามารถแห่งวิกขัมภนปหานในธรรมทั้งหลายที่ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งอุปจารและวิปัสสนา. ด้วยสามารถแห่งตทังคปหานในธรรมทั้งหลายที่ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา. ด้วยสามารถแห่งสมุจเฉทปหานในธรรมทั้งหลายที่ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งมรรค.
จริงอยู่ ท่านย่อฌานสมาบัติมีทุติยฌานเป็นต้น มหาวิปัสสนาและมรรค ไว้ด้วยหัวข้อไปยาล. เพราะญาณอันเป็นไปแล้วแก่ผู้พิจารณาญาณนั้น ชื่อว่าปรินิพพานญาณ.
ฉะนั้น จึงเป็นอันท่านกล่าวไว้ว่า วิกฺขมฺภนปรินิพฺพานํ - ปรินิพพานด้วยการข่มไว้, ตทงฺคปรินิพฺพานํ - ปรินิพพานด้วยองค์แห่งธรรมนั้น, สมุจฺเฉทปรินิพฺพานํ - ปรินิพพานด้วยตัดเด็ดขาด. ด้วยบทเหล่านี้ ท่านจึงกล่าวถึงปัจจเวกขณญาณในการดับกิเลส.
ด้วยบทมีอาทิว่า อถวา ปน - อีกประการหนึ่ง พระสารีบุตรเถระแสดงถึงปัจจเวกขณญาณในการดับขันธ์.
บทว่า อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา - ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ได้แก่ เพราะนิพพานธาตุมี ๒ อย่าง คือ สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๑ อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๑.
ในนิพพานธาตุ ๒ อย่างนั้น ชื่อว่าอุปาทิ เพราะอรรถว่าอันบุคคลถือมั่น คือยึดถืออย่างแรงกล้าว่า เรา ของเรา.
บทว่า อุปาทิ นี้เป็นชื่อของขันธปัญจกะ.
ชื่อว่า อุปาทิเสสะ เพราะอรรถว่าอุปาทินั่นแหละยังเหลืออยู่.
ชื่อว่า สอุปาทิเสสะ เพราะอรรถว่าเป็นไปกับด้วยอุปาทิเสสะ คือขันธ์ ๕ เหลืออยู่.
ชื่อว่า อนุปาทิเสสะ เพราะอรรถว่าไม่มีอุปาทิเสสะในนิพพานธาตุนี้.
ท่านกล่าวถึงสอุปาทิเสสะก่อน ส่วนนิพพานธาตุนี้เป็นอนุปาทิเสสะ ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุนั้น.
บทว่า จกฺขุปวตฺตํ - ความเป็นไปแห่งตา คือความปรากฏเกิดขึ้นทางตา.
บทว่า ปริยาทิยติ ได้แก่ ย่อมสิ้นไป คือถูกย่ำยี.
ในบทที่เหลือมีนัยนี้.
จบอรรถกถาปรินิพพานญาณนิทเทส -----------------------------------------------------