อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๔๒

ทัสนวิสุทธิญาณนิทเทส

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๒1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

ข้อ ๒๔๒

กถํ สพฺพธมฺมานํ เอกสงฺคหตานานตฺเตกตฺตปฏิเวเธ ปญฺญา ทสฺสนวิสุทฺธิญาณํ ฯ {๒๔๒.๑} สพฺพธมฺมานนฺติ ปญฺจกฺขนฺธา ฯเปฯ อปริยาปนฺนา ธมฺมา ฯ {๒๔๒.๒} เอกสงฺคหตาติ ทฺวาทสหิ อากาเรหิ สพฺเพ ธมฺมา เอกสงฺคหิตา ตถฏฺเฐน อนตฺตฏฺเฐน สจฺจฏฺเฐน ปฏิเวธฏฺเฐน อภิชานนฏฺเฐน ปริชานนฏฺเฐน ธมฺมฏฺเฐน ธาตฏฺเฐน ญาตฏฺเฐน สจฺฉิกิริยฏฺเฐน ผุสนฏฺเฐน อภิสมยฏฺเฐน อิเมหิ ทฺวาทสหิ อากาเรหิ สพฺเพ ธมฺมา เอกสงฺคหิตา ฯ {๒๔๒.๓} นานตฺเตกตฺตนฺติ กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ ฯเปฯ สพฺพกิเลสา นานตฺตํ อรหตฺตมคฺโค เอกตฺตํ ฯ {๒๔๒.๔} ปฏิเวเธติ ทุกฺขสจฺจํ ปริญฺญาปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌติ สมุทยสจฺจํ ปหานปฺปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌติ นิโรธสจฺจํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌติ มคฺคสจฺจํ ภาวนาปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌติ ฯ {๒๔๒.๕} ทสฺสนวิสุทฺธีติ โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ โสตาปตฺติผลกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุทฺธํ สกทาคามิมคฺคกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ สกทาคามิผลกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุทฺธํ อนาคามิมคฺคกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ อนาคามิผลกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุทฺธํ อรหตฺตมคฺคกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ อรหตฺตผลกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุทฺธํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ สพฺพธมฺมานํ เอกสงฺคหตานานตฺเตกตฺต- ปฏิเวเธ ปญฺญา ทสฺสนวิสุทฺธิญาณํ ฯ ---------

ปัญญาในความสงเคราะห์ธรรมทั้งปวงเป็นหมวดเดียวกัน และ การแทงตลอดธรรมต่างกันและธรรมหมวดเดียวกันเป็นทัสสนวิสุทธิญาณอย่างไร ฯ คำว่า ธรรมทั้งปวง ได้แก่ขันธ์ ๕ ฯลฯ โลกุตตรธรรม ฯ คำว่า ความสงเคราะห์เป็นหมวดเดียวกัน ความว่า ธรรมทั้งปวงท่านสงเคราะห์เป็นหมวดเดียวกันโดยอาการ ๑๒ คือ โดยสภาพถ่องแท้ ๑ โดยสภาพมิใช่ตัวตน ๑ โดยสภาพจริง ๑ โดยสภาพควรแทงตลอด ๑ โดยสภาพที่ควรรู้ยิ่ง ๑โดยสภาพที่ควรกำหนดรู้ ๑ โดยสภาพที่เป็นธรรม ๑ โดยสภาพที่เป็นธาตุ ๑ โดยสภาพที่อาจรู้ ๑ โดยสภาพควรทำให้แจ้ง ๑ โดยสภาพที่ควรถูกต้อง ๑ โดยสภาพที่ควรตรัสรู้ ๑ ธรรมทั้งปวงท่านสงเคราะห์เป็นหมวดเดียวกัน โดยอาการ ๑๒ นี้ ฯ คำว่า ความต่างและความเป็นอันเดียวกัน ความว่า กามฉันทะเป็นความต่าง เนกขัมมะเป็นอันเดียวกัน ฯลฯ กิเลสทั้งปวงเป็นความต่าง อรหัตมรรคเป็นอันเดียวกัน ฯ คำว่า ในการแทงตลอด ความว่า พระโยคาวจรย่อมแทงตลอดทุกขสัจเป็นการแทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ แทงตลอดสมุทัยสัจ เป็นการแทงตลอดด้วยการละ แทงตลอดนิโรธสัจ เป็นการแทงตลอดด้วยการทำให้แจ้ง แทงตลอดมรรคสัจ เป็นการแทงตลอดด้วยการเจริญ ฯ คำว่า ทสฺสนวิสุทธิ ความว่า ในขณะโสดาปัตติมรรค ทัสนะย่อมหมดจด ในขณะโสดาปัตติผล หมดจดแล้ว ในขณะสกทาคามิมรรค ย่อมหมดจด ในขณะสกทาคามิผล หมดจดแล้ว ในขณะอนาคามิมรรค ย่อมหมดจดในขณะอนาคามิผล หมดจดแล้ว ในขณะอรหัตมรรค ย่อมหมดจด ในขณะอรหัตตผล หมดจดแล้ว ฯ ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัดเพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าว ปัญญาในการสงเคราะห์ธรรมทั้งปวง เป็นหมวดเดียวกัน และการแทงตลอดธรรมต่างกันและธรรมหมวดเดียวกัน เป็นทัสสนวิสุทธิ-*ญาณ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔๐. ทัสสนวิสุทธิญาณนิทเทส แสดงทัสสนวิสุทธิญาณ

ข้อ ๙๑

ปัญญาในการรวมธรรมทั้งปวงเข้าเป็นหมวดเดียวกัน ในการรู้แจ้ง สภาวะต่างๆ และสภาวะเดียว ชื่อว่าทัสสนวิสุทธิญาณ (ญาณในความหมดจดแห่งทัสสนะ) เป็นอย่างไร คือ คำว่า ธรรมทั้งปวง ได้แก่ ขันธ์ ๕ ฯลฯ อปริยาปันนธรรม คำว่า รวมเข้าเป็นหมวดเดียวกัน อธิบายว่า ธรรมทั้งปวงท่านรวมเข้าเป็นหมวดเดียวกันโดยอาการ ๑๒ คือ โดยสภาวะที่เป็นของแท้ ๑ โดยสภาวะที่เป็น@เชิงอรรถ : @ ดูความเต็มข้อ ๘๗ หน้า ๑๔๖ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๕๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๔๐. ทัสสนวิสุทธิญาณนิทเทส อนัตตา ๑ โดยสภาวะที่เป็นจริง ๑ โดยสภาวะที่รู้แจ้ง ๑ โดยสภาวะที่รู้ยิ่ง ๑ โดยสภาวะที่กำหนดรู้ ๑ โดยสภาวะที่เป็นธรรม ๑ โดยสภาวะที่เป็นธาตุ ๑ โดยสภาวะที่รู้ได้ ๑ โดยสภาวะที่ทำให้แจ้ง ๑ โดยสภาวะที่ถูกต้อง ๑ โดยสภาวะที่ตรัสรู้ ๑ ธรรมทั้งปวงท่านสงเคราะห์เข้าเป็นหมวดเดียวกัน โดยอาการ ๑๒อย่างนี้ คำว่า สภาวะต่างๆ และสภาวะเดียว อธิบายว่า กามฉันทะชื่อว่าสภาวะต่างๆ เนกขัมมะชื่อว่าสภาวะเดียว ฯลฯ กิเลสทั้งปวงชื่อว่าสภาวะต่างๆอรหัตตมรรคชื่อว่าสภาวะเดียว คำว่า การรู้แจ้ง อธิบายว่า พระโยคาวจรย่อมรู้แจ้งทุกขสัจด้วยการกำหนดรู้รู้แจ้งสมุทยสัจด้วยการละ รู้แจ้งนิโรธสัจด้วยการทำให้แจ้ง รู้แจ้งมัคคสัจด้วยการเจริญ คำว่า ความหมดจดแห่งทัสสนะ อธิบายว่า ในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค ทัสสนะกำลังหมดจด ในขณะแห่งโสดาปัตติผล ทัสสนะหมดจดแล้ว ในขณะแห่งสกทาคามิมรรค ทัสสนะกำลังหมดจด ในขณะแห่งสกทาคามิผล ทัสสนะหมดจดแล้วในขณะแห่งอนาคามิมรรค ทัสสนะกำลังหมดจด ในขณะแห่งอนาคามิผล ทัสสนะหมดจดแล้ว ในขณะแห่งอรหัตตมรรค ทัสสนะกำลังหมดจด ในขณะแห่งอรหัตตผลทัสสนะหมดจดแล้ว ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการรวมธรรมทั้งปวงเข้าเป็นหมวดเดียวกันในการรู้แจ้งสภาวะต่างๆ และสภาวะเดียว ชื่อว่าทัสสนวิสุทธิญาณ ทัสสนวิสุทธิญาณนิทเทสที่ ๔๐ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูความเต็มข้อ ๘๘ หน้า ๑๔๘ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๕๒}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔๐. อรรถกถาทัสนวิสุทธิญาณนิทเทส

[๒๔๒] พึงทราบวินิจฉัยในทัสนวิสุทธิญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า สพฺเพ ธมฺมา เอกสงฺคหิตา - ธรรมทั้งปวง ท่านสงเคราะห์เป็นหมวดเดียวกัน ได้แก่ ธรรมที่เป็นสังขตะและอสังขตะ ทั้งหมด ท่านสงเคราะห์คือกำหนดด้วยหมวดเดียวกัน.

บทว่า ตถฏฺเฐน - โดยสภาพถ่องแท้ คือโดยสภาพเป็นจริง.

อธิบายว่า โดยมีอยู่ตามสภาพของตนๆ.

บทว่า อนตฺตฏฺเฐน - โดยสภาพมิใช่ตัวตน คือโดยสภาพเว้นจากตัวตนอันได้แก่ผู้กระทำและผู้เสวย.

บทว่า สจฺจฏฺเฐน - โดยสภาพจริง คือโดยสภาพที่ไม่ผิดจากความจริง.

อธิบายว่า โดยความเป็นสภาพของตนไม่เป็นอย่างอื่น.

บทว่า ปฏิเวธฏฺเฐน - โดยสภาพควรแทงตลอด คือควรแทงตลอดด้วยญาณ.

ในบทนี้พึงทราบการแทงตลอด โดยความไม่ลุ่มหลงและโดยอารมณ์ด้วยญาณอันเป็นโลกุตระ.

บทว่า อภิชานนฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรรู้ยิ่ง คือโดยสภาพที่ควรรู้ยิ่งธรรมนั้นๆ โดยอารมณ์ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะ โดยความไม่หลง และโดยอารมณ์ด้วยญาณอันเป็นโลกุตระ.

ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า สพฺพํ ภิกฺขเว อภิญฺเญยฺยํ - ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงควรรู้ยิ่ง.

____________________________

สํ. สฬา. เล่ม ๑๘/ข้อ ๔๙

บทว่า ปริชานนฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรกำหนดรู้ คือโดยสภาพที่ควรกำหนดรู้ธรรมทั้งหลายที่รู้ยิ่งแล้วโดยสภาวะด้วยญาณอันเป็นโลกิยะและโลกุตระโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ โดยความไม่เที่ยงเป็นต้น และโดยการออกไปเป็นต้น

เหมือนที่ตรัสไว้ว่า สพฺพํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยํ - ดูก่อนภิกษุทั้งปวง สิ่งทั้งปวงควรกำหนดรู้.

____________________________

สํ. สฬา. เล่ม ๑๘/ข้อ ๕๐

บทว่า ธมฺมฏฺเฐน - โดยสภาพที่เป็นธรรม คือโดยสภาพที่เป็นธรรมมีการทรงไว้ซึ่งสภาพเป็นต้น.

บทว่า ธาตฏฺเฐน - โดยสภาพที่เป็นธาตุ คือโดยสภาพที่เป็นธาตุมีความไม่มีชีวะเป็นต้น.

บทว่า ญาตฏฺเฐน - โดยสภาพที่อาจรู้ คือโดยสภาพที่อาจรู้ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะและโลกุตระ.

พึงทราบว่ามีสภาพอาจรู้แม้ในบทนี้เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า ทิฏฺฐํ - รูปที่เห็น, สุตํ - เสียงที่ได้ยิน, มุตํ - อารมณ์ ๓ ที่รู้, วิญฺญาตํ - ธรรมที่รู้แล้วเป็นรูป โดยอรรถมีสภาพที่อาจเห็นได้เป็นต้น ฉะนั้น.

บทว่า สจฺฉิกิริยฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรทำให้แจ้ง คือโดยสภาพที่ควรทำให้ประจักษ์โดยอารมณ์.

บทว่า ผุสนฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรถูกต้อง คือโดยสภาพที่ควรถูกต้องบ่อยๆ โดยอารมณ์ของสภาพที่ทำให้ประจักษ์แล้ว.

บทว่า อภิสมยฏฺเฐน - โดยสภาพที่ควรตรัสรู้ คือโดยสภาพที่ควรตรัสรู้ด้วยญาณอันเป็นโลกิยะ.

ถึงแม้ท่านกล่าวญาณหนึ่งๆ ว่า ปัญญาในสภาพถ่องแท้เป็นญาณในวิวัฏฏะ คือนิพพาน จริง. ปัญญาที่ควรรู้ยิ่งเป็นญาณในสภาพที่ควรรู้. ปัญญาที่ควรทำให้แจ้งเป็นญาณในสภาพที่ควรถูกต้อง.

อนึ่ง ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาว่า

สมวาเย ขเณ กาเล สมูเห เหตุทิฏฺฐิสุ ปฏิลาเภ ปหาเน จ ปฏิเวเธ จ ทิสฺสติ. พระโยคาวจรย่อมปรากฏในหมู่ ขณะ กาล ที่ประชุม เหตุ ทิฏฐิ การได้ การละ และในการแทงตลอด.

ในการพรรณนาคาถา ท่านกล่าวอรรถแห่งปฏิเวธแห่งอภิสมยศัพท์. แต่ถึงดังนั้นในที่นี้พึงทราบสภาพต่างๆ แห่งธรรมเหล่านั้นด้วยอรรถตามที่กล่าวแล้ว. เพราะในอรรถกถานั่นแหละ ท่านกล่าวถึงการตรัสรู้ธรรมด้วยสามารถแห่งญาณอันเป็นโลกิยะ.

บทว่า กามจฺฉนฺโท นานตฺตํ - กามฉันทะเป็นความต่างๆ.

ความว่า กามฉันทะเป็นสภาพต่างๆ เพราะมีอารมณ์ต่างๆ โดยมีความฟุ้งซ่าน.

พึงทราบกิเลสทั้งหมด ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า เนกฺขมฺมํ เอกตฺตํ - เนกขัมมะเป็นอันเดียวกัน.

ความว่า เนกขัมมะมีสภาพเป็นอันเดียวกันโดยมีจิตเป็นเอกัคตา และโดยไม่มีความฟุ้งซ่านของอารมณ์ต่างๆ.

พึงทราบกุศลทั้งปวงด้วยประการฉะนี้.

ในที่นี้พึงทราบความต่างแห่งอกุศลทั้งหลายมีพยาบาทเป็นต้น ที่ท่านย่อไว้โดยไปยาลด้วยอรรถตามที่กล่าวแล้ว.

อนึ่ง พึงทราบความต่างของธรรมเบื้องต่ำๆ มีวิตกวิจารเป็นต้น โดยเป็นสภาพหยาบกว่าธรรมเบื้องสูงๆ. เพราะการแทงตลอดความต่างๆ และความเป็นอันเดียวกัน ท่านสงเคราะห์เป็นอันเดียวกัน ย่อมสำเร็จด้วยการแทงตลอดสัจจะในขณะแห่งมรรค. ฉะนั้น พระสารีบุตรเถระจึงยกบทว่า ปฏิเวโธ ขึ้นแล้วแสดงถึงการตรัสรู้สัจจะ.

บทว่า ปริญฺญา ปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌติ - พระโยคาวจรย่อมแทงตลอดทุกขสัจ เป็นการแทงตลอดด้วยการกำหนดรู้ คือตรัสรู้ด้วยปริญญาภิสมยะ.

ในบทที่เหลือมีนัยนี้.

จริงอยู่ ในกาลตรัสรู้สัจจะ ในขณะมรรคเป็นอันเดียวกันแห่งมรรคญาณ ย่อมมีกิจ ๔ อย่าง คือปริญญา ๑ ปหานะ ๑ สัจฉิกิริยา ๑ ภาวนา ๑.

เหมือนอย่างเรือทำกิจ ๔ อย่างในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง คือ ละฝั่งใน ๑ ตัดกระแสน้ำ ๑ นำสินค้าไป ๑ ถึงฝั่งนอก ๑ ฉันใด. พระโยคาวจรย่อมตรัสรู้สัจจะ ๔ ในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง คือ ตรัสรู้ทุกข์ด้วยการกำหนดรู้ ๑ ตรัสรู้สมุทัยด้วยการละ ๑ ตรัสรู้มรรคด้วยการเจริญ ๑ ตรัสรู้นิโรธด้วยการทำให้แจ้ง ๑ ฉันนั้น.

ท่านอธิบายไว้อย่างไร.

อธิบายไว้ว่า พระโยคาวจรกระทำนิโรธให้เป็นอารมณ์ ย่อมบรรลุ ย่อมเห็น ย่อมแทงตลอดสัจจะ ๔ ด้วยสามารถกิจ.

เหมือนอย่างว่า เรือละฝั่งในฉันใด พระโยคาวจรกำหนดรู้ทุกข์อันเป็นมรรคญาณฉันนั้น. เรือตัดกระแสน้ำฉันใด พระโยคาวจรละสมุทัยฉันนั้น. เรือนำสินค้าไปฉันใด พระโยคาวจรเจริญมรรค เพราะเป็นปัจจัยมีเกิดร่วมกันเป็นต้นฉันนั้น. เรือถึงฝั่งนอกฉันใด พระโยคาวจรทำให้แจ้งนิโรธอันเป็นฝั่งนอกฉันนั้น.

พึงทราบข้ออุปมาอุปมัย ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ - ทัสนะย่อมหมดจด คือญาณทัสนะย่อมถึงความหมดจดด้วยการละกิเลสอันทำลายมรรคนั้นๆ.

บทว่า ทสฺสนํ วิสุทฺธํ - ทัสสนะหมดจดแล้ว คือญาณทัสนะถึงความหมดจดแล้วโดยถึงความหมดจดแห่งกิจของมรรคญาณนั้นในขณะเกิดผลนั้นๆ.

ท่านกล่าวมรรคผลญาณในที่สุด โดยสำเร็จด้วยมรรคผลญาณแห่งปัญญา แทงตลอดความต่าง และความเป็นอันเดียวกัน ซึ่งท่านสงเคราะห์ธรรมทั้งปวงเป็นอันเดียวกัน.

จบอรรถกถาทัสนวิสุทธิญาณนิทเทส -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา