พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0bf7faaa… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ ทรัพยากรน้ามาตรา ๖ · 1 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิในน้ามาตรา ๗–๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ามาตรา ๙–๓๙ · 31 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติมาตรา ๙–๒๓ · 15 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ลุ่มน้าและคณะกรรมการลุ่มน้ามาตรา ๒๕–๓๗ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ องค์กรผู้ใช้น้ามาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้ามาตรา ๔๐–๕๕ · 16 มาตรา
- หมวด ๕ ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วมมาตรา ๕๖–๗๒ · 17 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินในระบบทางน้าตามผังน้ามาตรา ๕๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งมาตรา ๕๗–๖๓ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมมาตรา ๖๔–๖๕ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ อ้านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขมาตรา ๖๖–๗๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๗๓–๗๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๘๐–๘๒ · 3 มาตรา
- หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ท้าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๘๓–๘๔ · 2 มาตรา
- หมวด ๙ บทก้าหนดโทษมาตรา ๘๕–๙๙ · 15 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๐๐–๑๐๖ · 7 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๔ พระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้า พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้า พระราชบัญญัตินีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท้าได้โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ้าเป็นในการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี เพื่อให้ การบริหารทรัพยากรน้า ทังในมิติด้านการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และสิทธิในน้ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะเป็นประโยชน์แก่การบริการ สาธารณูปโภคและประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินีสอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึนไว้โดยค้าแนะน้าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท้าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๕
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๕ ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม
ส่วนที่ ๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินในระบบทางน้าตามผังน้า
1 มาตรา- ๕๖
เมื่อมีการประกาศผังน้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๑๗
(๕) แล้ว การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้าตามผังน้าจะต้องไม่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางน้าหรือกระแสน้า หรือกีดขวางการไหลของน้าในระบบทางน้า อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามแผนป้องกันและแก้ไข ภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม
ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง
7 มาตรา- ๕๗
ในกรณีที่มีข้อมูลเพียงพอที่ชีได้ว่าจะเกิดภาวะน้าแล้งในพืนที่ใดของลุ่มน้า ให้คณะกรรมการลุ่มน้าโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีมีอ้านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก้าหนดเขตภาวะน้าแล้ง และก้าหนดให้กิจการใดสามารถใช้น้ำได้ในปริมาณที่เห็นสมควรได้ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๖ การก้าหนดให้กิจการใดสามารถใช้น้าได้ในปริมาณที่เห็นสมควร ให้ท้าเป็นประกาศปิดไว้ใน ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในเขตภาวะน้าแล้งนัน เมื่อภาวะน้าแล้งได้พ้นไปแล้ว ให้คณะกรรมการลุ่มน้าโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิกเขตภาวะน้าแล้ง
- ๕๘
ในกรณีที่เกิดภาวะน้าแล้งจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือ การด้ารงชีวิตของประชาชนในพืนที่ใด ให้นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก้าหนดเขตภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรงในพืนที่นัน และก้าหนดวิธีการใช้น้าเพื่อลดปริมาณการใช้หรือ ห้ามการใช้น้าบางประเภทเกินกว่าจ้าเป็นแก่การอุปโภคบริโภค ก้าหนดวิธีการแบ่งปันน้า รวมทังก้าหนด มาตรการอื่นใดที่จ้าเป็นใช้บังคับในพืนที่เพื่อแก้ไขและบรรเทาภาวะน้าแล้งนัน ทังนี ต้องเป็นไป เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและให้ผู้ใช้น้าต้องเสียหายน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการลุ่มน้ามีอ้านาจก้าหนดวิธีการใช้น้า และการแบ่งปันน้าในพืนที่ได้เท่าที่จ้าเป็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึน ในกรณีที่ประกาศตามวรรคหนึ่งใช้บังคับในพืนที่เดียวกันกับที่ได้มีประกาศก้าหนดเขตภาวะน้าแล้ง ตามมาตรา ๕๗ ให้ประกาศตามวรรคหนึ่งมีผลเป็นการยกเลิกเขตภาวะน้าแล้งนัน และเมื่อภาวะน้าแล้ง อย่างรุนแรงได้พ้นไปแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกเขตภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรง
- ๕๙
ในกรณีมีความจ้าเป็นต้องผันน้าจากลุ่มน้าหนึ่งไปยังอีกลุ่มน้าหนึ่งเพื่อบรรเทา ภาวะน้าแล้ง นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอ้านาจสั่งให้ด้าเนินการดังกล่าวได้เท่าที่จ้าเป็น ในการบรรเทาภาวะน้าแล้งนัน
- ๖๐
ในกรณีที่เกิดภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรงในพืนที่ใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจ สั่งให้บุคคลซึ่งกักเก็บน้าไว้ต้องเฉลี่ยน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการอุปโภคบริโภคของประชาชนใน พืนที่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีประกาศก้าหนด ในกรณีเช่นว่านีให้ผู้กักเก็บน้าดังกล่าว มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากการที่ต้องสูญเสียน้าที่กักเก็บไว้ การก้าหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวง ที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี ทังนี ให้ค้านึงถึงความเสียหายตามความเป็นจริงและความเป็นธรรม เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๗
- ๖๑
ให้คณะกรรมการลุ่มน้ำจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งขึนไว้เป็น การล่วงหน้า โดยให้จัดท้าเป็นแผนเพื่อเตรียมการรองรับทังกรณีปกติซึ่งสามารถคาดหมายได้ว่า จะเกิดภาวะน้าแล้งในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งเป็นประจ้า และกรณีที่เกิดภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรง แผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี
(๑) หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน
(๒) งบประมาณที่ใช้ในการด้าเนินการ
(๓) การจัดเตรียมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง
(๔) การเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบ
(๕) วิธีการควบคุมการใช้น้าในพืนที่
(๖) การหาแหล่งน้าทดแทนและการขนส่งน้าจากแหล่งน้าทดแทนมายังพืนที่ซึ่งเกิดภาวะน้าแล้ง
(๗) การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากภาวะน้าแล้ง ในการจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง ให้มีการบูรณาการร่วมกับแผนการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทังรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในเขตลุ่มน้าตามความเหมาะสม
- ๖๒
เมื่อคณะกรรมการลุ่มน้าได้จัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งขึนแล้ว ให้เสนอต่อ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ และจัดส่งแผนดังกล่าวไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและด้าเนินการ ในการนี ให้หน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจัดสร้างหรือเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการป้องกันและแก้ไข ภาวะน้าแล้ง รวมทังบ้ารุงรักษาสิ่งก่อสร้างหรืออุปกรณ์นัน หรือด้าเนินการใดๆเพื่อให้เป็นไป ตามแผนดังกล่าว กรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดไม่อาจด้าเนินการให้เป็นไป ตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งได้ ให้คณะกรรมการลุ่มน้าเสนอเรื่องต่อ กนช. เพื่อพิจารณา หาแนวทางแก้ไขต่อไป เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๘
- ๖๓
ให้คณะกรรมการลุ่มน้าติดตามการด้าเนินการให้เป็นไปตามแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าแล้งที่ กนช. ให้ความเห็นชอบ และทบทวนแผนให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะด้าเนินการได้เมื่อเกิดภาวะน้าแล้ง
ส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม
2 มาตรา- ๖๔
ให้คณะกรรมการลุ่มน้าจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมขึนไว้เป็น การล่วงหน้า โดยให้จัดท้าเป็นแผนเพื่อเตรียมการรองรับทังกรณีปกติซึ่งสามารถคาดหมายได้ว่า จะเกิดภาวะน้าท่วมในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งเป็นประจ้า และกรณีฉุกเฉินที่มีน้าท่วมเกิดขึน โดยฉับพลัน โดยในการจัดท้าแผนต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อม ผังน้า ระบบนิเวศ และความหลากหลาย ทางชีวภาพของพืนที่นันประกอบด้วย แผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี
(๑) หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน
(๒) งบประมาณที่ใช้ในการด้าเนินการ
(๓) การจัดเตรียมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม
(๔) การบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึนจากภาวะน้าท่วม
(๕) การจัดท้าระบบเตือนภัยน้าท่วม
(๖) การเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบ
(๗) วิธีการระบายน้าที่รวดเร็วและถูกต้องตามหลักวิชาการให้น้าระบายไปตามแนวทางที่ก้าหนด
(๘) วิธีการกักเก็บน้าเพื่อน้าไปใช้ประโยชน์ต่อไป
(๙) การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับภัยพิบัติ จากน้าท่วม ในการจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ให้มีการบูรณาการร่วมกับแผนการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทังรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในเขตลุ่มน้าตามความเหมาะสม เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๙ การบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึนจากภาวะน้าท่วมและการจัดท้าระบบเตือนภัยน้าท่วม ตามวรรคสอง (๔) และ
(๕) ให้เป็นไปตามแนวทางที่ กนช. ประกาศก้าหนด
- ๖๕
ให้น้าความในมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๓ มาใช้บังคับแก่ การผันน้าจากลุ่มน้าหนึ่งไปยังอีกลุ่มน้าหนึ่งเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม การเสนอแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าท่วมต่อ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ การจัดส่งแผนดังกล่าวไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและด้าเนินการ และการแก้ไข ปัญหากรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไม่อาจด้าเนินการให้เป็นไป ตามแผนดังกล่าวได้ รวมทังการติดตามการด้าเนินการให้เป็นไปตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม และการทบทวนแผนดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม
ส่วนที่ ๔ อ้านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไข
7 มาตรา- ๖๖
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจเข้าไปในที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ เพื่อท้าการส้ารวจ ตรวจสอบ หรือเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และภาวะน้าท่วม ทังนี การด้าเนินการดังกล่าวต้องอยู่ภายในกรอบของแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง ตามมาตรา ๖๑ หรือแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมตามมาตรา ๖๔ หรือทังสองแผนควบคู่กัน แล้วแต่กรณี ในการด้าเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจท้าลาย สิ่งกีดขวาง ตัดฟันต้นไม้ ขุดดิน ปิดกันแนวเขตที่ดิน รือถอนสิ่งก่อสร้างซึ่งมิใช่เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ของบุคคลใดๆหรือด้าเนินการอื่นใดเท่าที่จ้าเป็นแก่การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมได้ แต่ต้องชดเชย ความเสียหายแก่บุคคลนันด้วย การชดเชยความเสียหายตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดใน กฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี ทังนี ในการก้าหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องค้านึงถึงความเสียหาย ตามความเป็นจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิชีแจงและแสดงพยานหลักฐานประกอบ การพิจารณาก้าหนดค่าชดเชยความเสียหายด้วย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๐
- ๖๗
ในกรณีที่มีความจ้าเป็นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งและ ภาวะน้าท่วม พนักงานเจ้าหน้าที่อาจใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ เพื่อก่อสร้าง วางสิ่งของ สูบน้า หรือระบายน้าผ่านหรือเข้าไปในที่ดิน หรือติดตังอุปกรณ์ใด ๆ โดยแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันที่จะมีการด้าเนินการ ทังนี ต้องแสดงวัตถุประสงค์และลักษณะของการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างและวันเวลาที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างด้วย ในกรณีฉุกเฉินเพื่อแก้ไขภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจเข้าใช้ที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างเพื่อด้าเนินการตามวรรคหนึ่งได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างทราบในโอกาสแรกที่สามารถกระท้าได้ ในการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามมาตรานี ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบก้าหนดค่าทดแทน การใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามความจ้าเป็นแก่กรณี และในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างจากการใช้ที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบชดเชยความเสียหายที่เกิดขึนตามความเหมาะสม ทังนี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๖๘
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างของบุคคลใดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ ให้กระท้าในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึนถึงพระอาทิตย์ตก ในกรณีที่มีความจ้าเป็นจะต้องด้าเนินการต่อเนื่องจากเวลาที่ก้าหนดตามวรรคหนึ่ง หรือ มีกรณีฉุกเฉิน จะด้าเนินการในเวลาอื่นนอกจากเวลาที่ก้าหนดตามวรรคหนึ่งก็ได้
- ๖๙
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไม่ยินยอมตกลง ในจ้านวนเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจ่ายให้ตามมาตรา ๖๐ มาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗ ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบน้าเงินจ้านวนดังกล่าวไปวางไว้ต่อศาลหรือ ส้านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหาย โดยแยกฝากไว้เป็นบัญชีเฉพาะราย และถ้ามีดอกเบียหรือดอกผลใดเกิดขึนเนื่องจาก การฝากเงินนัน ให้ตกเป็นสิทธิแก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายนันด้วย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๑ เมื่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบน้าเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไปวางไว้ต่อศาลหรือ ส้านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ มีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายทราบ โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ หลักเกณฑ์และวิธีการในการน้าเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไปวางต่อศาลหรือ ส้านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน และวิธีการในการรับเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหายดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่นายกรัฐมนตรีก้าหนด
- ๗๐
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไม่พอใจ ในจ้านวนเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจ่ายให้ ไม่ว่าบุคคลนันจะรับ หรือไม่รับเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบวางไว้หรือฝากไว้ บุคคลนัน มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ด้าเนินการตามมาตรา ๖๙ วรรคสองแล้ว การฟ้องคดีต่อศาลตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้การครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ หรือ การด้าเนินการใด ๆ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๐ มาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗ ต้องสะดุด หยุดลง ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายยินยอมตกลงและได้รับ เงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไปแล้ว หรือมิได้ฟ้องคดีเรียกเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหายต่อศาลภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือได้แจ้งเป็นหนังสือสละสิทธิไม่รับเงินค่าทดแทน หรือค่าชดเชยความเสียหายดังกล่าว ผู้ใดจะเรียกร้องเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายนัน อีกไม่ได้
- ๗๑
ห้ามมิให้บุคคลใดเอาไป ยักย้าย ท้าอันตราย หรือท้าให้เสียหายแก่สิ่งก่อสร้าง สิ่งของ หรืออุปกรณ์ใด ๆ หรือละเมิดมาตรการใดๆที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีขึนเพื่อป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจสั่งให้ผู้กระท้า แก้ไขให้กลับคืนดีดังเดิม ถ้าผู้นันไม่ยินยอมกระท้า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ด้าเนินการ โดยผู้นัน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการดังกล่าว เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๒
- ๗๒
ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะ น้าแล้งและภาวะน้าท่วมตามพระราชบัญญัตินี หากได้ด้าเนินการไปตามหน้าที่และอ้านาจ และ ได้กระท้าไปพอสมควรแก่เหตุและมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้กระท้าการนัน พ้นจากความผิดและความรับผิดทังปวง
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/642ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmZiMmEzMzQtNjk2Zi00OGEwLTkzOTQtMjM2MWE4ZTRlOTU2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDExIOC4nuC4o-C4mi4gMjU2MS0xMTLguIEtNDQgLlBERiJ9.tLZKFEOnnP38h7RqHEXyjF75mindNuQG7McCpypNjNg41 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:0bf7faaa436f8b2ec09242658354926822a898b89881c8d2eb23fdb70fc12adcดึงเมื่อ 2026-08-23T15:24:07.409Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR