พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0bf7faaa… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ ทรัพยากรน้ามาตรา ๖ · 1 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิในน้ามาตรา ๗–๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ามาตรา ๙–๓๙ · 31 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติมาตรา ๙–๒๓ · 15 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ลุ่มน้าและคณะกรรมการลุ่มน้ามาตรา ๒๕–๓๗ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ องค์กรผู้ใช้น้ามาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้ามาตรา ๔๐–๕๕ · 16 มาตรา
- หมวด ๕ ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วมมาตรา ๕๖–๗๒ · 17 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินในระบบทางน้าตามผังน้ามาตรา ๕๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งมาตรา ๕๗–๖๓ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมมาตรา ๖๔–๖๕ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ อ้านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขมาตรา ๖๖–๗๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๗๓–๗๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๘๐–๘๒ · 3 มาตรา
- หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ท้าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๘๓–๘๔ · 2 มาตรา
- หมวด ๙ บทก้าหนดโทษมาตรา ๘๕–๙๙ · 15 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๐๐–๑๐๖ · 7 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๔ พระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้า พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้า พระราชบัญญัตินีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท้าได้โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ้าเป็นในการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี เพื่อให้ การบริหารทรัพยากรน้า ทังในมิติด้านการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และสิทธิในน้ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะเป็นประโยชน์แก่การบริการ สาธารณูปโภคและประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินีสอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึนไว้โดยค้าแนะน้าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท้าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๕
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
พระราชบัญญัตินีเรียกว่า “พระราชบัญญัติทรัพยากรน้า พ.ศ. ๒๕๖๑”
- ๒
พระราชบัญญัตินีให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก้าหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในหมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้า และมาตรา ๑๐๔ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นก้าหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคับเป็นต้นไป
- ๓
การจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และสิทธิในน้า ให้เป็นไปตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินี เว้นแต่ในกรณี ที่มีกฎหมายใดก้าหนดเกี่ยวกับการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และสิทธิในน้าเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ ก็ให้ด้าเนินการไปตามกฎหมายเฉพาะนัน เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี
- ๔
ในพระราชบัญญัตินี “น้า” หมายความว่า น้าในบรรยากาศ น้าบนผิวดิน น้าใต้ดิน และน้าทะเล “ทรัพยากรน้า” หมายความว่า น้า ทรัพยากรน้าสาธารณะ แหล่งต้นน้าล้าธาร แหล่งกักเก็บน้า คลองส่งน้า พืนที่ทางน้าหลาก ไม่ว่าจะเกิดขึนตามธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึน และสิ่งอื่นที่ใช้ เพื่อการบริหารจัดการน้า และให้หมายความรวมถึงน้าจากแหล่งน้าระหว่างประเทศและแหล่งน้าต่างประเทศ ที่ประเทศไทยอาจน้ามาใช้ประโยชน์ได้ “ทรัพยากรน้าสาธารณะ” หมายความว่า น้าในแหล่งน้าที่ประชาชนใช้หรือที่สงวนไว้ ให้ประชาชนใช้ร่วมกัน หรือโดยสภาพประชาชนอาจใช้ประโยชน์ร่วมกัน และให้หมายความรวมถึง แม่น้า ล้าคลอง ทางน้า บึง แหล่งน้าใต้ดิน ทะเลสาบ น่านน้าภายใน ทะเลอาณาเขต พืนที่ชุ่มน้า แหล่งน้าตามธรรมชาติอื่น ๆ แหล่งน้าที่รัฐจัดสร้างหรือพัฒนาขึนเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แหล่งน้าระหว่างประเทศที่อยู่ภายในเขตประเทศไทยซึ่งประชาชนน้ามาใช้ประโยชน์ได้ ทางน้าชลประทาน ตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทาน และน้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล “การใช้น้า” หมายความว่า การด้าเนินกิจกรรมในทรัพยากรน้าสาธารณะเพื่อการอุปโภค บริโภค การรักษาระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว คมนาคม การประปา การผลิตพลังงาน หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าจะท้าให้น้ามีปริมาณเปลี่ยนไปหรือไม่ก็ตาม เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๖ “ลุ่มน้า” หมายความว่า บริเวณพืนที่ซึ่งครอบคลุมล้าน้าธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งที่รวมน้า ให้ไหลลงสู่ล้าน้าตามที่ก้าหนดโดยพระราชกฤษฎีกา “ภาวะน้าแล้ง” หมายความว่า สภาวะที่ปริมาณน้า ปริมาณการไหลของน้าหรือระดับน้าลดลง อย่างต่อเนื่องจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการด้ารงชีวิตของคน สัตว์ และพืชที่อยู่ในพืนที่ใดพืนที่หนึ่ง “ภาวะน้าท่วม” หมายความว่า สภาวะที่ปริมาณน้า ปริมาณการไหลของน้าหรือระดับน้าเพิ่มขึน อย่างต่อเนื่อง หรือไหลหลาก หรือฉับพลันจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการด้ารงชีวิตของคน สัตว์ และพืชที่อยู่ในพืนที่ใดพืนที่หนึ่ง แต่ไม่รวมถึงภาวะน้าขึนและน้าลงซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติตามธรรมชาติ “ผังน้ำ” หมายความว่า แผนที่หรือแผนผังแสดงระบบทางน้าที่มีน้าไหลผ่าน ซึ่งเชื่อมโยงกัน ตังแต่ต้นน้าจนถึงทางออกสู่พืนที่แหล่งน้า ทะเล หรือทางออกทางน้าระหว่างประเทศ ซึ่งระบบทางน้า ดังกล่าวครอบคลุมทังแม่น้า ล้าคลอง ห้วย หนอง บึง กุด ป่าบุ่ง ป่าทาม พืนที่ชุ่มน้า พืนที่แหล่งกัก เก็บน้า พืนที่ทางน้าหลาก พืนที่น้านอง พืนที่ลุ่มต่้า ทางน้าหรือพืนที่อื่นใดที่มีลักษณะท้านองเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดขึนตามธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึน โดยทางน้าดังกล่าวอาจมีน้าไหลผ่านตลอดทังปีหรือ บางช่วงเวลาก็ได้ “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ “ส้านักงาน” หมายความว่า ส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี แต่งตังให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การ บริหารส่วนต้าบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตัง เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๗
- ๕
ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี และให้มีอ้านาจแต่งตังพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือค้าสั่งเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี ทังนี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอ้านาจของตน ให้นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจแต่งตังพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามหมวด ๕ ภาวะน้าแล้ง และภาวะน้าท่วม ออกกฎกระทรวงก้าหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี ลดหรือยกเว้น ค่าธรรมเนียม ทังนี จะก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกันโดยค้านึงถึงขนาดหรือลักษณะของ กิจการการใช้น้าแต่ละประเภท ผลกระทบต่อประชาชน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ได้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนัน เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑ ทรัพยากรน้า
1 มาตรา- ๖
รัฐมีอ้านาจใช้ พัฒนา บริหารจัดการ บ้ารุงรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสมดุลและยั่งยืน ทังนี ตามหลักเกณฑ์ที่ก้าหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี โดยอาจเปลี่ยนแปลงรูปร่างของแหล่งน้าหรือขยายพืนที่ของแหล่งน้าก็ได้ แต่ถ้าเป็นการลดพืนที่หรือ ให้เลิกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะต้องด้าเนินการถอนสภาพตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรน้าสาธารณะที่มิใช่ทางน้าชลประทานตามกฎหมาย ว่าด้วยการชลประทาน และน้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล นายกรัฐมนตรีอาจประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาก้าหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมดูแล และบ้ารุงรักษาทรัพยากรน้าสาธารณะแห่งใดก็ได้ ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบตามวรรคสอง มีอ้านาจออกระเบียบ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น แล้วแต่กรณี เพื่อก้าหนดหลักเกณฑ์การเข้าใช้สอยทรัพยากรน้าสาธารณะนัน ตามกรอบแนวทางที่คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติก้าหนดโดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องมิใช่หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการจัดสรรน้ำและการใช้น้าตามที่ก้าหนดไว้ในหมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้า ระเบียบหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นตามวรรคสาม เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๘
หมวด ๒ สิทธิในน้า
2 มาตรา- ๗
ทรัพยากรน้าสาธารณะเป็นของส่วนรวม บุคคลมีสิทธิใช้หรือเก็บกักน้าได้ เท่าที่จ้าเป็นแก่ประโยชน์ในกิจกรรมหรือในที่ดินของตน โดยไม่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนหรือ เสียหายแก่บุคคลอื่นซึ่งอาจใช้น้านัน ทังนี เว้นแต่พระราชบัญญัตินี หรือกฎกระทรวง ระเบียบ หรือ ประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี หรือกฎหมายอื่นบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
- ๘
เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินซึ่งมีน้าพุเกิดขึนหรือมีน้าไหลผ่านตามธรรมชาติ ไม่ว่าบนดินหรือใต้ดิน ย่อมมีสิทธิใช้หรือเก็บกักน้านันได้เท่าที่จ้าเป็นแก่ประโยชน์ในที่ดินของตน และ ไม่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่บุคคลอื่น
หมวด ๓ องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้า
ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ
15 มาตรา- ๙
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “กนช.” ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
(๒) รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการโดยต้าแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ และผู้อ้านวยการส้านักงบประมาณ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๙
(๔) กรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้า จ้านวนหกคน ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาจาก กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้า กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรรมการลุ่มน้า ผู้ทรงคุณวุฒิ
(๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จ้านวนสี่คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตังจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และผลงานเป็นที่ประจักษ์ไม่น้อยกว่าห้าปีในด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรน้า ด้านผังเมือง ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอุตสาหกรรม ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตังข้าราชการของส้านักงาน อีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
- ๑๐
การคัดเลือกกรรมการตามมาตรา ๙
(๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๑๑
กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) และ
(๕) มีวาระอยู่ในต้าแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตังใหม่อีกได้ แต่จะด้ารงต้าแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
- ๑๒
นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) และ
(๕) พ้นจากต้าแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) พ้นจากการเป็นกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗
(๖) ได้รับโทษจ้าคุกโดยค้าพิพากษาถึงที่สุดให้จ้าคุก เว้นแต่เป็นโทษส้าหรับความผิด ที่ได้กระท้าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- ๑๓
ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙
(๔) พ้นจากต้าแหน่งก่อนครบวาระ ให้ด้าเนินการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการนัน พ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๐ แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ด้าเนินการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และในระหว่างที่ยังไม่มีการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้ กนช. ประกอบด้วยกรรมการ เท่าที่เหลืออยู่
- ๑๔
ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙
(๕) พ้นจากต้าแหน่งก่อนครบวาระ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการนัน พ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้ได้รับแต่งตังอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่แต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และ ในระหว่างที่ยังไม่ได้แต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้ กนช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่
- ๑๕
ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) หรือ
(๕) ด้ารงต้าแหน่งครบวาระแล้ว ให้กรรมการซึ่งพ้นจากต้าแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกหรือแต่งตังกรรมการขึนใหม่
- ๑๖
การประชุม กนช. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวน กรรมการทังหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุม กนช. ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชีขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชีขาด ในการประชุม กนช. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัว ทังโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องดังกล่าว กรรมการผู้นันไม่มีสิทธิเข้าประชุมพิจารณาเรื่องนัน
- ๑๗
กนช. มีหน้าที่และอ้านาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการบูรณาการเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้าให้เกิดความเป็นเอกภาพ รวมทังให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี
(๑) จัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๑
(๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้าและแผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้าแบบบูรณาการให้สอดคล้อง กับนโยบายและแผนแม่บทตาม
(๑) และเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในการจัดท้างบประมาณประจ้าปี
(๓) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้ำต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการลุ่มน้าเสนอ ตามมาตรา ๓๕ (๑)
(๔) ก้ากับ ดูแล เร่งรัด ตรวจสอบ ติดตาม และให้ค้าแนะน้าแก่หน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการด้าเนินการตามนโยบาย และแผนแม่บทตาม
(๑) รวมทังแผนปฏิบัติการ และแผนงบประมาณตาม
(๒) และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบทุกสินปีงบประมาณ
(๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบผังน้าที่ส้านักงานเสนอ และประกาศก้าหนดผังน้าใน
(๖) เสนอแนะหรือมอบหมายแนวทางแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าให้มีคุณภาพและการจัดการมลพิษทางน้าที่อยู่ ในหน้าที่และอ้านาจของหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนัน
(๗) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบของแต่ละหน่วยงานใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้า เพื่อให้เกิดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของประชาชน
(๘) ก้าหนดหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือ ต่อส้านักงานในการรวบรวมข้อมูล เชื่อมต่อข้อมูล และบูรณาการข้อมูลด้านทรัพยากรน้า
(๙) ก้าหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการลุ่มน้า และ ล้าดับความส้าคัญของการใช้น้าส้าหรับกิจการประเภทต่างๆเพื่อให้คณะกรรมการลุ่มน้าน้าไปพิจารณา ในการจัดสรรน้าและควบคุมการใช้น้าในแต่ละลุ่มน้า เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๒
(๑๐) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าท่วมของคณะกรรมการลุ่มน้าต่าง ๆ เพื่อบูรณาการการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ระหว่างลุ่มน้า
(๑๑) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๔๔ และ การเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๕๔
(๑๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการผันน้าระหว่างลุ่มน้าและการผันน้าจากแหล่งน้า ระหว่างประเทศหรือแหล่งน้าต่างประเทศ
(๑๓) ไกล่เกลี่ยและชีขาดข้อพิพาทระหว่างคณะกรรมการลุ่มน้า
(๑๔) เสนอแนะเกี่ยวกับการตรา การออกหรือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัตินี
(๑๕) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีการตรากฎหมายหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้า
(๑๖) ออกระเบียบก้าหนดมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ประชาชน และ ชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการด้าเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้า
(๑๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินีหรือที่กฎหมายอื่นก้าหนดให้เป็นหน้าที่ และอ้านาจของ กนช. หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย การจัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าตาม
(๑) ให้ครอบคลุมถึง การรักษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้าด้วย การเสนอข้อพิพาทระหว่างคณะกรรมการลุ่มน้าเพื่อให้ กนช. ไกล่เกลี่ยและชีขาดตาม
(๑๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๑๘
ในการจัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ตามมาตรา ๑๗
(๑) ให้ กนช. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนองค์กรผู้ใช้น้า ผู้มีส่วนได้เสีย หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๓ นโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ และให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ปฏิบัติตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าดังกล่าว ให้ กนช. ติดตามและประเมินผลการด้าเนินการตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรน้า และในกรณีที่มีการปรับปรุงนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหาร ทรัพยากรน้าให้น้าความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
- ๑๙
ให้ กนช. ติดตามและประเมินผลการด้าเนินการ รวมทังพิจารณาทบทวน หรือปรับปรุงแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ที่มีความเปลี่ยนแปลงและรายงานต่อคณะรัฐมนตรีทุกปี
- ๒๐
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี กนช. อาจมอบหมายให้กรรมการ คนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการด้านต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอ้านาจของ กนช. แล้วรายงาน ต่อ กนช. หรือด้าเนินการตามที่ กนช. มอบหมาย รวมทังมีอ้านาจแต่งตังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ กนช. มอบหมายได้ ในการแต่งตังคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้า และด้านเทคนิคและวิชาการ ในกรณีจ้าเป็น ให้ กนช. มีอ้านาจแต่งตังคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้าจังหวัดเพื่อประโยชน์ ในการบูรณาการการบริหารทรัพยากรน้าในระดับจังหวัด ให้น้าความในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม
- ๒๑
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี ให้ กนช. กรรมการที่ กนช. มอบหมาย หรือคณะอนุกรรมการที่ กนช. แต่งตังมีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด มาให้ถ้อยค้าหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจ้าเป็น
- ๒๒
ให้ประธานกรรมการกรรมการและอนุกรรมการได้รับเบียประชุม ค่าพาหนะ ค่าเบียเลียง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๔
- ๒๓
ให้ส้านักงานท้าหน้าที่เป็นส้านักงานเลขานุการของ กนช. โดยให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี
(๑) รับผิดชอบงานธุรการของ กนช. และคณะอนุกรรมการ
(๒) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อกนช.เพื่อประกอบการพิจารณาด้าเนินการตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒)
(๓) และมาตรา ๒๔
(๓) จัดท้าผังน้าเสนอ กนช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗ (๕)
(๔) ประสานการด้าเนินงานกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี
(๕) รวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการด้าเนินงานของ กนช.
(๖) ให้ค้าแนะน้าและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารทรัพยากรน้า รวมทังการด้าเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้าตามที่ได้รับการร้องขอ
(๗) อ้านวยการและก้ากับดูแลโครงการส้าคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนที่จ้าเป็นต้อง มีการประสานการท้างานหลายหน่วยงานตามที่ กนช. มอบหมาย
(๘) ติดตาม ประเมินผล และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการด้าเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้า หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้า และรายงาน ต่อ กนช.
(๙) ก้ากับดูแลและบริหารจัดการระบบสารสนเทศทรัพยากรน้าโดยให้หน่วยงานที่ กนช. ก้าหนด สนับสนุนข้อมูลและเชื่อมโยงระบบสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันเพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรน้า ทังในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ
(๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมใน ด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการด้าเนินการอื่นใด เกี่ยวกับทรัพยากรน้า
(๑๑) จัดท้างบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส้าหรับเบียประชุม ค่าพาหนะ ค่าเบียเลียง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่เกี่ยวกับการด้าเนินงานของ กนช.คณะกรรมการลุ่มน้า และคณะอนุกรรมการ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๕
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินี หรือตามที่ กนช.มอบหมาย การจัดท้าผังน้าตาม
(๓) ต้องจัดให้มีรายการประกอบผังน้าเพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ของผังน้า และรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในผังน้า ทังนี การจัดท้าผังน้ำต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ คณะกรรมการลุ่มน้า หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ตามความเหมาะสม
ส่วนที่ ๒ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ
1 มาตรา- ๒๔
ในกรณีเกิดปัญหาวิกฤติน้าจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการด้ารงชีวิตของคน สัตว์ หรือพืช หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐอย่างรุนแรง ให้นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจจัดตังศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ อ้านวยการ แก้ไขปัญหาวิกฤติน้าเป็นการชั่วคราว จนกว่าปัญหาวิกฤติน้าจะผ่านพ้นไป ทังนี ให้ส้านักงบประมาณ พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตังและสนับสนุน การปฏิบัติงาน ให้นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจออกค้าสั่งให้หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการฝ่ายพลเรือน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือต้ารวจ เจ้าหน้าที่ ฝ่ายทหาร พนักงานส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลใดๆร่วมกันกระท้าหรือห้ามกระท้าการใดๆเพื่อการป้องกัน แก้ไข ควบคุม ระงับ หรือบรรเทาผลร้ายจากความเสียหายที่เกิดขึนได้อย่างทันท่วงที เมื่อนายกรัฐมนตรีได้ออกค้าสั่งตามวรรคสองแล้ว และค้าสั่งนันมีสภาพอย่างกฎเพื่อให้มีผล เป็นการทั่วไปต่อประชาชนที่เกี่ยวข้อง ให้ประกาศค้าสั่งดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาโดยมิชักช้า ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจหรือการปฏิบัติตามค้าสั่ง ของนายกรัฐมนตรีตามวรรคสอง หากเจ้าหน้าที่ของศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือต้ารวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร พนักงาน ส่วนท้องถิ่น หรือบุคคลใด ได้ด้าเนินการไปตามหน้าที่และอ้านาจ และได้กระท้าไปพอสมควรแก่เหตุ และมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ให้ผู้นันพ้นจากความผิดและความรับผิดทังปวง เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๖ เมื่อการด้าเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้าแล้วเสร็จ ให้ส้านักงานรายงานและจัดท้าสรุปผล การด้าเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้าเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบโดยมิชักช้า
ส่วนที่ ๓ ลุ่มน้าและคณะกรรมการลุ่มน้า
13 มาตรา- ๒๕
เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้า ให้มีการก้าหนดลุ่มน้า โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทังนี ให้ค้านึงถึงสภาพอุทกวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศ การตังถิ่นฐาน การผังเมือง ผังน้า และเขตการปกครองประกอบด้วย พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตลุ่มน้าแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกฤษฎีกา
- ๒๖
การเปลี่ยนแปลงเขตหรือการเพิกถอนลุ่มน้าใด ไม่ว่าทังหมดหรือบางส่วน ให้กระท้าได้โดยตราพระราชกฤษฎีกา และเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนบางส่วนให้มีแผนที่ แสดงแนวเขตที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนนันแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย
- ๒๗
เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา ๒๕ แล้ว ให้มีคณะกรรมการ ลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้านัน ประกอบด้วย
(๑) กรรมการลุ่มน้าโดยต้าแหน่ง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตลุ่มน้านัน ผู้แทน กรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมชลประทาน ผู้แทนกรมทรัพยากรน้า ผู้แทน กรมทรัพยากรน้าบาดาล ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้แทนกรมประมง ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมป่าไม้ ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น และผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในกรณีที่ลุ่มน้าใดมีพืนที่ติดต่อกับชายแดน ให้มีผู้แทนกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมเป็นกรรมการ ลุ่มน้า หรือในกรณีที่ลุ่มน้าใดมีพืนที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเล ให้มีผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าร่วม เป็นกรรมการลุ่มน้า หรือในกรณีที่ลุ่มน้าใดอยู่ในพืนที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา ให้มีผู้แทนศูนย์อ้านวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมเป็นกรรมการลุ่มน้าด้วย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๗
(๒) กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตลุ่มน้านัน จังหวัดละหนึ่งคน และในกรณีที่ลุ่มน้าใดอยู่ในพืนที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนันเป็นกรรมการลุ่มน้าด้วย
(๓) กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้าในเขตลุ่มน้านันที่มาจากภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ภาคละสามคน
(๔) กรรมการลุ่มน้าผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพยากรน้า จ้านวนสี่คน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตาม
(๑) เลือกกันเองเพื่อเป็นประธานกรรมการลุ่มน้า และ ให้คณะกรรมการลุ่มน้าเลือกกรรมการลุ่มน้าอีกสองคนเป็นรองประธานกรรมการลุ่มน้า ทังนี การเลือก ประธานกรรมการลุ่มน้าและรองประธานกรรมการลุ่มน้าให้กระท้าทุกสามปี ให้ผู้อ้านวยการส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคแต่งตังข้าราชการของส้านักงาน ทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคเป็นกรรมการลุ่มน้าและเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน
- ๒๘
การได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๒) (๓) และ
(๔) ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๒๙
กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗
(๒) พ้นจากต้าแหน่งเมื่อลาออก เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือพ้นจากการเป็นผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในเขตลุ่มน้า
- ๓๐
ในกรณีที่กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗
(๒) พ้นจากต้าแหน่ง ให้ด้าเนินการ ให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการลุ่มน้านัน พ้นจากต้าแหน่ง และในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการลุ่มน้า ประกอบด้วยกรรมการลุ่มน้าเท่าที่เหลืออยู่
- ๓๑
กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) และ
(๔) มีวาระการด้ารงต้าแหน่ง คราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตังใหม่อีกได้ แต่จะด้ารงต้าแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
- ๓๒
นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) และ
(๔) พ้นจากต้าแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๘
(๒) ลาออก
(๓) บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) พ้นจากการเป็นผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้าในเขตลุ่มน้า
(๖) ได้รับโทษจ้าคุกโดยค้าพิพากษาถึงที่สุดให้จ้าคุก เว้นแต่เป็นโทษส้าหรับความผิด ที่ได้กระท้าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ การพ้นจากต้าแหน่งตาม
(๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวง ที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๓๓
ในกรณีที่กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) และ
(๔) พ้นจากต้าแหน่ง ก่อนครบวาระ ให้ด้าเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่กรรมการลุ่มน้านันพ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้เข้ามาเป็นกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างอยู่ใน ต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการลุ่มน้าซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ด้าเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการ ลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการลุ่มน้าประกอบด้วยกรรมการลุ่มน้าเท่าที่เหลืออยู่
- ๓๔
ในกรณีที่กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) หรือ
(๔) ด้ารงต้าแหน่ง ครบวาระแล้ว ให้กรรมการลุ่มน้าซึ่งพ้นจากต้าแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการด้าเนินการ ให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าขึนใหม่
- ๓๕
คณะกรรมการลุ่มน้ามีหน้าที่และอ้านาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ในเขตลุ่มน้า รวมทังให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี
(๑) จัดท้าแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟูและ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้าเสนอ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ
(๒) จัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม เสนอ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ
(๓) พิจารณาปริมาณการใช้น้า การจัดสรรน้า และจัดล้าดับความส้าคัญในการใช้น้าในเขตลุ่มน้า และควบคุมการใช้น้าให้เป็นไปตามกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางที่ กนช. ก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๙
(๔) ก้าหนดหลักเกณฑ์และระเบียบการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า ทังนี ภายใต้กรอบและแนวทางที่ กนช. ก้าหนด
(๕) ให้ความเห็นชอบการอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองตามมาตรา ๔๓ และการเพิกถอน ใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองตามมาตรา ๕๔
(๖) พิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการผันน้าระหว่างลุ่มน้าต่อ กนช.
(๗) เสนอความเห็นต่อ กนช. เกี่ยวกับแผนงานและโครงการในการด้าเนินการใด ๆ เกี่ยวกับ ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า
(๘) รับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย และชีขาดข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้า
(๙) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในการบังคับ ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และกฎหมายเกี่ยวกับมลพิษทางน้าในเขตลุ่มน้านัน
(๑๐) ส่งเสริมและรณรงค์การสร้างจิตส้านึกแก่ประชาชนในการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า
(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินีหรือที่กฎหมายอื่นก้าหนดให้เป็นหน้าที่ และอ้านาจของคณะกรรมการลุ่มน้า หรือตามที่ กนช. มอบหมาย การจัดท้าแผนตาม (๑) และ
(๒) และการก้าหนดหลักเกณฑ์และระเบียบตาม
(๔) ให้ครอบคลุมถึงการรักษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้าด้วย การเสนอเรื่องร้องทุกข์หรือข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้าเพื่อให้คณะกรรมการลุ่มน้าไกล่เกลี่ยและ ชีขาดตาม
(๘) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๓๖
ให้น้าความในมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับแก่การประชุมและการด้าเนินการของคณะกรรมการลุ่มน้ำด้วยโดยอนุโลม
- ๓๗
ให้จัดตังส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคขึนในส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ ส้านักนายกรัฐมนตรี ท้าหน้าที่เป็นส้านักงานเลขานุการของคณะกรรมการลุ่มน้า โดยให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๐
(๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการลุ่มน้า
(๒) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับทรัพยากรน้าเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดท้า แผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ในเขตลุ่มน้า
(๓) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้า ในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมมลพิษทางน้าในเขตลุ่มน้า เพื่อให้ เป็นไปตามแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า
(๔) ส่งเสริมและติดตามการใช้น้าประเภทที่สองในเขตลุ่มน้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการลุ่มน้า
(๕) เสนอมาตรการป้องกันการขัดแย้งและแนวทางการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้า ในเขตลุ่มน้าต่อคณะกรรมการลุ่มน้า
(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ามอบหมาย
ส่วนที่ ๔ องค์กรผู้ใช้น้า
2 มาตรา- ๓๘
บุคคลซึ่งใช้น้าในบริเวณใกล้เคียงกันและอยู่ในเขตลุ่มน้าเดียวกันมีสิทธิรวมตัวกัน จดทะเบียนก่อตังองค์กรผู้ใช้น้าเพื่อประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในหมู่สมาชิกขององค์กรผู้ใช้น้า วัตถุประสงค์ หน้าที่และอ้านาจ และการด้าเนินงานขององค์กรผู้ใช้น้า รวมทังหลักเกณฑ์ ขันตอน และวิธีการก่อตังองค์กรผู้ใช้น้าให้เป็นไปตามที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๓๙
กฎกระทรวงตามมาตรา ๓๘ จะก้าหนดหลักเกณฑ์การจัดตัง ภารกิจ และ หน้าที่และอ้านาจขององค์กรผู้ใช้น้าในแต่ละลุ่มน้าให้แตกต่างกันก็ได้ ทังนี โดยค้านึงถึงสภาพอุทกวิทยา เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๑ สภาพภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศ วัฒนธรรม จารีตประเพณี วิถีชีวิตของประชาชนในการใช้น้าประเภทต่าง ๆ และความจ้าเป็นในการบริหารจัดการด้วย การออกกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน
หมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้า
16 มาตรา- ๔๐
การจัดสรรน้าของประเทศพึงค้านึงถึงน้าเพื่อการอุปโภคบริโภค การรักษา ระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย การคมนาคม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว ทังนี การจัดล้าดับความส้าคัญให้เป็นไปตามที่ กนช. ก้าหนด
- ๔๑
การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะ แบ่งเป็นสามประเภท คือ
(๑) การใช้น้าประเภทที่หนึ่ง ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะเพื่อการด้ารงชีพ การอุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตรหรือการเลียงสัตว์เพื่อยังชีพ การอุตสาหกรรมในครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย การคมนาคม และการใช้น้าใน ปริมาณเล็กน้อย
(๒) การใช้น้าประเภทที่สอง ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่น
(๓) การใช้น้าประเภทที่สาม ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ ที่ใช้น้าปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้า หรือครอบคลุมพืนที่อย่างกว้างขวาง ลักษณะหรือรายละเอียดการใช้น้าแต่ละประเภทตาม (๑) (๒) และ
(๓) ให้เป็นไป ตามที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช. การออกกฎกระทรวงตามวรรคสอง จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน
- ๔๒
การใช้น้าประเภทที่หนึ่งไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการใช้น้าและไม่ต้องช้าระค่าใช้น้า ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดท้าข้อมูลการใช้น้าประเภทที่หนึ่งที่อยู่ใน พืนที่รับผิดชอบ และจัดส่งข้อมูลดังกล่าวต่อส้านักงาน ทังนี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กนช. ประกาศก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๒
- ๔๓
การใช้น้าประเภทที่สองต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้า หรืออธิบดีกรมทรัพยากรน้าบาดาล แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการลุ่มน้าที่ทรัพยากรน้าสาธารณะนันตังอยู่
- ๔๔
การใช้น้าประเภทที่สามต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้า หรืออธิบดีกรมทรัพยากรน้าบาดาล แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ กนช.
- ๔๕
การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การขอต่ออายุ ใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต และการอนุญาต รวมทังการขอและการออกใบแทนใบอนุญาตการใช้น้า ประเภทที่สองและประเภทที่สาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก้าหนดใน กฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใบอนุญาตตามความในวรรคหนึ่ง อาจก้าหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตการใช้น้าต้องปฏิบัติ เกี่ยวกับการใช้น้า เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึนต่อทรัพยากรน้าสาธารณะหรือเพื่อรองรับ ภาวะวิกฤติน้าด้วยก็ได้ ในกรณีที่กฎหมายหรือสาระส้าคัญแห่งพฤติการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป หรือมีเหตุส้าคัญ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้า หรืออธิบดีกรมทรัพยากร น้าบาดาล แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้าหรือ กนช. แล้วแต่กรณี มีอ้านาจ แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในใบอนุญาตการใช้น้าตามวรรคสองได้
- ๔๖
ในการพิจารณาออกใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองและประเภทที่สามให้แก่ ผู้ขอรับใบอนุญาต ให้ค้านึงถึงความสมดุลของน้าในทรัพยากรน้าสาธารณะ รวมทังลุ่มน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมความสมดุลของลุ่มน้า
- ๔๗
ในการขอรับใบอนุญาตการใช้น้าตามมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ ผู้ขอรับ ใบอนุญาตต้องยื่นแผนการบริหารจัดการน้ามาพร้อมกับค้าขอด้วย ทังนี แบบค้าขอรับใบอนุญาตการใช้น้า และแผนการบริหารจัดการน้าให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้า หรืออธิบดี กรมทรัพยากรน้าบาดาล แล้วแต่กรณี ประกาศก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๓ แผนการบริหารจัดการน้าตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี
(๑) วัตถุประสงค์ของการใช้น้าและแหล่งน้าที่จะใช้
(๒) ประมาณการปริมาณน้าที่จะใช้หรือจะกักเก็บไว้เพื่อใช้
(๓) สถานที่กักเก็บน้า
(๔) วิธีการใช้น้า
(๕) แผนจัดการน้าที่กักเก็บไว้เมื่อเกิดภาวะน้าแล้ง
(๖) แผนจัดการน้าที่กักเก็บไว้เมื่อเกิดภาวะน้าท่วม
(๗) วิธีการบ้ารุงรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้าสาธารณะนัน แผนจัดการน้าที่กักเก็บไว้เมื่อเกิดภาวะน้าแล้งตาม
(๕) อย่างน้อยต้องมีสาระส้าคัญเกี่ยวกับ วิธีการใช้น้าในระหว่างที่เกิดภาวะน้าแล้ง การลดปริมาณการใช้น้า การหาแหล่งน้าทดแทน และ อัตราความเป็นไปได้ในการเฉลี่ยน้าที่มีเพื่อประโยชน์สาธารณะ แผนจัดการน้าที่กักเก็บไว้เมื่อเกิดภาวะน้าท่วมตาม
(๖) อย่างน้อยต้องมีสาระส้าคัญเกี่ยวกับ การป้องกันมิให้น้าที่กักเก็บไว้ล้นออกไปนอกสถานที่กักเก็บน้าจนอาจก่อให้เกิดน้าท่วม หรือไปเพิ่ม ปริมาณน้าที่ท่วมอยู่แล้วให้มากขึนไปอีก
- ๔๘
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอ้านาจออกกฎกระทรวงก้าหนด อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สาม ไม่เกินอัตราที่ก้าหนดในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี
- ๔๙
นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอ้านาจออกกฎกระทรวงก้าหนด
(๑) หลักเกณฑ์การก้าหนดอัตราค่าใช้น้าส้าหรับการใช้น้าประเภทที่สองและการใช้น้า ประเภทที่สาม
(๒) หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกเก็บ ลดหย่อน หรือยกเว้นค่าใช้น้า ทังนี จะก้าหนดให้แตกต่างกันโดยค้านึงถึงกิจกรรม ลักษณะ หรือปริมาณของการใช้น้าในแต่ละประเภทและ ในแต่ละลุ่มน้าก็ได้
- ๕๐
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอ้านาจออก กฎกระทรวงก้าหนดอัตราค่าใช้น้าประเภทที่สองและประเภทที่สามที่ไม่ใช่น้าจากทางน้าชลประทาน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๔ ตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทานและไม่ใช่น้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล และให้อธิบดี กรมทรัพยากรน้าเรียกเก็บค่าใช้น้าดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก้าหนดตามมาตรา ๔๙
- ๕๑
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและควบคุมการใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะ ให้ผู้รับใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองและประเภทที่สามต้องติดตังเครื่องมือวัดหรือประเมิน ปริมาณน้าที่ใช้ และเก็บข้อมูลที่จ้าเป็นเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี ตรวจสอบ ทังนี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้า หรืออธิบดี กรมทรัพยากรน้าบาดาล แล้วแต่กรณี ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๕๒
ในกรณีที่การใช้น้าตามใบอนุญาตเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อความสมดุลของ ทรัพยากรน้าสาธารณะในลุ่มน้าที่เกี่ยวข้อง หรือก่อให้เกิดผลกระทบอย่างส้าคัญต่อประโยชน์สาธารณะ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี มีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับ ใบอนุญาตการใช้น้าหยุดการใช้น้าตามใบอนุญาตไว้เป็นการชั่วคราว และให้ผู้รับใบอนุญาตการใช้น้า ด้าเนินการตามความจ้าเป็นเพื่อแก้ไขหรือระงับเหตุแห่งผลกระทบดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ก้าหนด
- ๕๓
เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองหรือประเภทที่สาม แล้วแต่กรณี ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี หรือกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออก ตามความในพระราชบัญญัตินี หรือเงื่อนไขที่ก้าหนดไว้ในใบอนุญาต หรือค้าสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่สามารถด้าเนินการให้เป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้าตามมาตรา ๔๗ ได้ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ที่แต่งตังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี มีอ้านาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตการใช้น้าได้ครังละ ไม่เกินสามสิบวัน และเมื่อสั่งพักใช้ใบอนุญาตแล้วให้รายงานต่อคณะกรรมการลุ่มน้าหรือต่อ กนช. แล้วแต่กรณี ทราบโดยมิชักช้า ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตการใช้น้าตามวรรคหนึ่งต้องท้าการแก้ไขหรือด้าเนินการให้ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วแต่กรณี จะก้าหนดเวลาให้แก้ไขหรือด้าเนินการ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๕ ให้ถูกต้องด้วยก็ได้ และเมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ท้าการแก้ไขหรือด้าเนินการให้ถูกต้องแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ ดังกล่าวจะยกเลิกค้าสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนครบก้าหนดเวลาก็ได้
- ๕๔
เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สองหรือประเภทที่สาม แล้วแต่กรณี ฝ่าฝืนค้าสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือไม่ท้าการแก้ไขหรือด้าเนินการให้ถูกต้องภายในเวลา ที่ก้าหนดตามค้าสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกตามมาตรา ๕๓ ให้อธิบดีกรมชลประทาน หรืออธิบดี กรมทรัพยากรน้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้าหรือ กนช. แล้วแต่กรณี มีอ้านาจสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้านันได้
- ๕๕
มิให้น้าความในมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๔ มาใช้บังคับแก่การใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะที่เป็นน้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล
หมวด ๕ ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม
ส่วนที่ ๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินในระบบทางน้าตามผังน้า
1 มาตรา- ๕๖
เมื่อมีการประกาศผังน้าในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๑๗
(๕) แล้ว การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้าตามผังน้าจะต้องไม่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางน้าหรือกระแสน้า หรือกีดขวางการไหลของน้าในระบบทางน้า อันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามแผนป้องกันและแก้ไข ภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม
ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง
7 มาตรา- ๕๗
ในกรณีที่มีข้อมูลเพียงพอที่ชีได้ว่าจะเกิดภาวะน้าแล้งในพืนที่ใดของลุ่มน้า ให้คณะกรรมการลุ่มน้าโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีมีอ้านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก้าหนดเขตภาวะน้าแล้ง และก้าหนดให้กิจการใดสามารถใช้น้ำได้ในปริมาณที่เห็นสมควรได้ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๖ การก้าหนดให้กิจการใดสามารถใช้น้าได้ในปริมาณที่เห็นสมควร ให้ท้าเป็นประกาศปิดไว้ใน ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่ายในเขตภาวะน้าแล้งนัน เมื่อภาวะน้าแล้งได้พ้นไปแล้ว ให้คณะกรรมการลุ่มน้าโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิกเขตภาวะน้าแล้ง
- ๕๘
ในกรณีที่เกิดภาวะน้าแล้งจนอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือ การด้ารงชีวิตของประชาชนในพืนที่ใด ให้นายกรัฐมนตรีมีอ้านาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก้าหนดเขตภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรงในพืนที่นัน และก้าหนดวิธีการใช้น้าเพื่อลดปริมาณการใช้หรือ ห้ามการใช้น้าบางประเภทเกินกว่าจ้าเป็นแก่การอุปโภคบริโภค ก้าหนดวิธีการแบ่งปันน้า รวมทังก้าหนด มาตรการอื่นใดที่จ้าเป็นใช้บังคับในพืนที่เพื่อแก้ไขและบรรเทาภาวะน้าแล้งนัน ทังนี ต้องเป็นไป เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมและให้ผู้ใช้น้าต้องเสียหายน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการลุ่มน้ามีอ้านาจก้าหนดวิธีการใช้น้า และการแบ่งปันน้าในพืนที่ได้เท่าที่จ้าเป็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึน ในกรณีที่ประกาศตามวรรคหนึ่งใช้บังคับในพืนที่เดียวกันกับที่ได้มีประกาศก้าหนดเขตภาวะน้าแล้ง ตามมาตรา ๕๗ ให้ประกาศตามวรรคหนึ่งมีผลเป็นการยกเลิกเขตภาวะน้าแล้งนัน และเมื่อภาวะน้าแล้ง อย่างรุนแรงได้พ้นไปแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกเขตภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรง
- ๕๙
ในกรณีมีความจ้าเป็นต้องผันน้าจากลุ่มน้าหนึ่งไปยังอีกลุ่มน้าหนึ่งเพื่อบรรเทา ภาวะน้าแล้ง นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอ้านาจสั่งให้ด้าเนินการดังกล่าวได้เท่าที่จ้าเป็น ในการบรรเทาภาวะน้าแล้งนัน
- ๖๐
ในกรณีที่เกิดภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรงในพืนที่ใด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจ สั่งให้บุคคลซึ่งกักเก็บน้าไว้ต้องเฉลี่ยน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการอุปโภคบริโภคของประชาชนใน พืนที่ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีประกาศก้าหนด ในกรณีเช่นว่านีให้ผู้กักเก็บน้าดังกล่าว มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากการที่ต้องสูญเสียน้าที่กักเก็บไว้ การก้าหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวง ที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี ทังนี ให้ค้านึงถึงความเสียหายตามความเป็นจริงและความเป็นธรรม เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๗
- ๖๑
ให้คณะกรรมการลุ่มน้ำจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งขึนไว้เป็น การล่วงหน้า โดยให้จัดท้าเป็นแผนเพื่อเตรียมการรองรับทังกรณีปกติซึ่งสามารถคาดหมายได้ว่า จะเกิดภาวะน้าแล้งในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งเป็นประจ้า และกรณีที่เกิดภาวะน้าแล้งอย่างรุนแรง แผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี
(๑) หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน
(๒) งบประมาณที่ใช้ในการด้าเนินการ
(๓) การจัดเตรียมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง
(๔) การเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบ
(๕) วิธีการควบคุมการใช้น้าในพืนที่
(๖) การหาแหล่งน้าทดแทนและการขนส่งน้าจากแหล่งน้าทดแทนมายังพืนที่ซึ่งเกิดภาวะน้าแล้ง
(๗) การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากภาวะน้าแล้ง ในการจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง ให้มีการบูรณาการร่วมกับแผนการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทังรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในเขตลุ่มน้าตามความเหมาะสม
- ๖๒
เมื่อคณะกรรมการลุ่มน้าได้จัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งขึนแล้ว ให้เสนอต่อ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ และจัดส่งแผนดังกล่าวไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและด้าเนินการ ในการนี ให้หน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจัดสร้างหรือเตรียมอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการป้องกันและแก้ไข ภาวะน้าแล้ง รวมทังบ้ารุงรักษาสิ่งก่อสร้างหรืออุปกรณ์นัน หรือด้าเนินการใดๆเพื่อให้เป็นไป ตามแผนดังกล่าว กรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดไม่อาจด้าเนินการให้เป็นไป ตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งได้ ให้คณะกรรมการลุ่มน้าเสนอเรื่องต่อ กนช. เพื่อพิจารณา หาแนวทางแก้ไขต่อไป เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๘
- ๖๓
ให้คณะกรรมการลุ่มน้าติดตามการด้าเนินการให้เป็นไปตามแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าแล้งที่ กนช. ให้ความเห็นชอบ และทบทวนแผนให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะด้าเนินการได้เมื่อเกิดภาวะน้าแล้ง
ส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม
2 มาตรา- ๖๔
ให้คณะกรรมการลุ่มน้าจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมขึนไว้เป็น การล่วงหน้า โดยให้จัดท้าเป็นแผนเพื่อเตรียมการรองรับทังกรณีปกติซึ่งสามารถคาดหมายได้ว่า จะเกิดภาวะน้าท่วมในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งเป็นประจ้า และกรณีฉุกเฉินที่มีน้าท่วมเกิดขึน โดยฉับพลัน โดยในการจัดท้าแผนต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อม ผังน้า ระบบนิเวศ และความหลากหลาย ทางชีวภาพของพืนที่นันประกอบด้วย แผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี
(๑) หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน
(๒) งบประมาณที่ใช้ในการด้าเนินการ
(๓) การจัดเตรียมข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม
(๔) การบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึนจากภาวะน้าท่วม
(๕) การจัดท้าระบบเตือนภัยน้าท่วม
(๖) การเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทราบ
(๗) วิธีการระบายน้าที่รวดเร็วและถูกต้องตามหลักวิชาการให้น้าระบายไปตามแนวทางที่ก้าหนด
(๘) วิธีการกักเก็บน้าเพื่อน้าไปใช้ประโยชน์ต่อไป
(๙) การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับภัยพิบัติ จากน้าท่วม ในการจัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ให้มีการบูรณาการร่วมกับแผนการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติและแผนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมทังรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในเขตลุ่มน้าตามความเหมาะสม เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๙ การบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึนจากภาวะน้าท่วมและการจัดท้าระบบเตือนภัยน้าท่วม ตามวรรคสอง (๔) และ
(๕) ให้เป็นไปตามแนวทางที่ กนช. ประกาศก้าหนด
- ๖๕
ให้น้าความในมาตรา ๕๙ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๓ มาใช้บังคับแก่ การผันน้าจากลุ่มน้าหนึ่งไปยังอีกลุ่มน้าหนึ่งเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม การเสนอแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าท่วมต่อ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ การจัดส่งแผนดังกล่าวไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบและด้าเนินการ และการแก้ไข ปัญหากรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไม่อาจด้าเนินการให้เป็นไป ตามแผนดังกล่าวได้ รวมทังการติดตามการด้าเนินการให้เป็นไปตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม และการทบทวนแผนดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม
ส่วนที่ ๔ อ้านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไข
7 มาตรา- ๖๖
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจเข้าไปในที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ เพื่อท้าการส้ารวจ ตรวจสอบ หรือเก็บรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และภาวะน้าท่วม ทังนี การด้าเนินการดังกล่าวต้องอยู่ภายในกรอบของแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง ตามมาตรา ๖๑ หรือแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมตามมาตรา ๖๔ หรือทังสองแผนควบคู่กัน แล้วแต่กรณี ในการด้าเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจท้าลาย สิ่งกีดขวาง ตัดฟันต้นไม้ ขุดดิน ปิดกันแนวเขตที่ดิน รือถอนสิ่งก่อสร้างซึ่งมิใช่เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ของบุคคลใดๆหรือด้าเนินการอื่นใดเท่าที่จ้าเป็นแก่การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมได้ แต่ต้องชดเชย ความเสียหายแก่บุคคลนันด้วย การชดเชยความเสียหายตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดใน กฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี ทังนี ในการก้าหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องค้านึงถึงความเสียหาย ตามความเป็นจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิชีแจงและแสดงพยานหลักฐานประกอบ การพิจารณาก้าหนดค่าชดเชยความเสียหายด้วย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๐
- ๖๗
ในกรณีที่มีความจ้าเป็นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งและ ภาวะน้าท่วม พนักงานเจ้าหน้าที่อาจใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ เพื่อก่อสร้าง วางสิ่งของ สูบน้า หรือระบายน้าผ่านหรือเข้าไปในที่ดิน หรือติดตังอุปกรณ์ใด ๆ โดยแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันก่อนวันที่จะมีการด้าเนินการ ทังนี ต้องแสดงวัตถุประสงค์และลักษณะของการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างและวันเวลาที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างด้วย ในกรณีฉุกเฉินเพื่อแก้ไขภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจเข้าใช้ที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้างเพื่อด้าเนินการตามวรรคหนึ่งได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของ หรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างทราบในโอกาสแรกที่สามารถกระท้าได้ ในการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามมาตรานี ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบก้าหนดค่าทดแทน การใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามความจ้าเป็นแก่กรณี และในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างจากการใช้ที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบชดเชยความเสียหายที่เกิดขึนตามความเหมาะสม ทังนี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๖๘
การที่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างของบุคคลใดเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ ให้กระท้าในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึนถึงพระอาทิตย์ตก ในกรณีที่มีความจ้าเป็นจะต้องด้าเนินการต่อเนื่องจากเวลาที่ก้าหนดตามวรรคหนึ่ง หรือ มีกรณีฉุกเฉิน จะด้าเนินการในเวลาอื่นนอกจากเวลาที่ก้าหนดตามวรรคหนึ่งก็ได้
- ๖๙
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไม่ยินยอมตกลง ในจ้านวนเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจ่ายให้ตามมาตรา ๖๐ มาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗ ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบน้าเงินจ้านวนดังกล่าวไปวางไว้ต่อศาลหรือ ส้านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหาย โดยแยกฝากไว้เป็นบัญชีเฉพาะราย และถ้ามีดอกเบียหรือดอกผลใดเกิดขึนเนื่องจาก การฝากเงินนัน ให้ตกเป็นสิทธิแก่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายนันด้วย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๑ เมื่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบน้าเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไปวางไว้ต่อศาลหรือ ส้านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ มีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายทราบ โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ หลักเกณฑ์และวิธีการในการน้าเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไปวางต่อศาลหรือ ส้านักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน และวิธีการในการรับเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหายดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่นายกรัฐมนตรีก้าหนด
- ๗๐
ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไม่พอใจ ในจ้านวนเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจ่ายให้ ไม่ว่าบุคคลนันจะรับ หรือไม่รับเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบวางไว้หรือฝากไว้ บุคคลนัน มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ด้าเนินการตามมาตรา ๖๙ วรรคสองแล้ว การฟ้องคดีต่อศาลตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้การครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ หรือ การด้าเนินการใด ๆ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๖๐ มาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗ ต้องสะดุด หยุดลง ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายยินยอมตกลงและได้รับ เงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายไปแล้ว หรือมิได้ฟ้องคดีเรียกเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหายต่อศาลภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือได้แจ้งเป็นหนังสือสละสิทธิไม่รับเงินค่าทดแทน หรือค่าชดเชยความเสียหายดังกล่าว ผู้ใดจะเรียกร้องเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายนัน อีกไม่ได้
- ๗๑
ห้ามมิให้บุคคลใดเอาไป ยักย้าย ท้าอันตราย หรือท้าให้เสียหายแก่สิ่งก่อสร้าง สิ่งของ หรืออุปกรณ์ใด ๆ หรือละเมิดมาตรการใดๆที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีขึนเพื่อป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจสั่งให้ผู้กระท้า แก้ไขให้กลับคืนดีดังเดิม ถ้าผู้นันไม่ยินยอมกระท้า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ด้าเนินการ โดยผู้นัน จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการดังกล่าว เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๒
- ๗๒
ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะ น้าแล้งและภาวะน้าท่วมตามพระราชบัญญัตินี หากได้ด้าเนินการไปตามหน้าที่และอ้านาจ และ ได้กระท้าไปพอสมควรแก่เหตุและมิได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้กระท้าการนัน พ้นจากความผิดและความรับผิดทังปวง
หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะ
7 มาตรา- ๗๓
ในกรณีที่ กนช. เห็นว่าพืนที่ใดมีลักษณะเป็นแหล่งต้นน้าล้าธารหรือพืนที่ชุ่มน้า สมควรสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าสาธารณะ ให้ กนช. มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาด้าเนินการให้พืนที่นันเป็นเขตพืนที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
- ๗๔
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของ กนช. มีอ้านาจ ออกกฎกระทรวงก้าหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อาจส่งผลกระทบกับทรัพยากรน้าสาธารณะ เพื่อมิให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะ หรือเพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์หรือ พัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะให้เป็นไปโดยเหมาะสมได้ หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินที่ก้าหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะก้าหนดให้เรื่องใด เรื่องหนึ่งใช้บังคับเป็นการทั่วไปทุกท้องที่ หรือให้ใช้บังคับเฉพาะท้องที่ใดท้องที่หนึ่งก็ได้ ในกรณีที่มีกฎกระทรวง ประกาศ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง หรือกฎหมายอื่นก้าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณเดียวกันหรือในเรื่องเดียวกัน ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง ให้บังคับตามกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่กฎกระทรวง ประกาศ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นซึ่งออกตามกฎหมายดังกล่าวจะมีขึนเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ที่ส้าคัญยิ่งกว่า
- ๗๕
เมื่อได้มีกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๔ ใช้บังคับแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ที่ดินแตกต่างหรือขัดกับข้อก้าหนดในกฎกระทรวงนัน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๓ ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่ได้ใช้ประโยชน์ที่ดิน มาก่อนที่จะมีกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งใช้บังคับและจะใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนันต่อไป แต่ถ้าการใช้ ประโยชน์ที่ดินดังกล่าวมีผลกระทบต่อทรัพยากรน้าสาธารณะ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยแต่งตังมีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือระงับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และภายในระยะเวลาที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก้าหนดได้ แต่ถ้าการปฏิบัติตามค้าสั่งดังกล่าวท้าให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินนัน ต้องขาดประโยชน์ในการใช้ที่ดินหรือได้รับความเสียหาย ให้ผู้นันมีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชย ความเสียหาย แล้วแต่กรณี ทังนี ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามค้าสั่ง ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ด้าเนินการ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหาย แต่ยังคงมีสิทธิได้รับค่าทดแทนการขาดประโยชน์ในการใช้ที่ดิน การก้าหนดค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหายตามวรรคสองไม่ยินยอมตกลง หรือไม่พอใจในจ้านวนเงินค่าทดแทนหรือค่าชดเชยความเสียหาย ให้น้าความในมาตรา ๖๙ และมาตรา ๗๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
- ๗๖
ในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแตกต่างหรือขัดกับข้อก้าหนดในกฎกระทรวง ตามมาตรา ๗๔ ภายหลังจากที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยแต่งตังมีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือระงับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ ก้าหนดได้ โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการนันเอง ถ้าผู้นัน ไม่ยินยอมกระท้า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ด้าเนินการ โดยผู้นันจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการด้าเนินการ ดังกล่าว
- ๗๗
เมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือมีภยันตรายใดที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรน้าสาธารณะ อย่างรุนแรง ซึ่งจ้าเป็นต้องมีการป้องกันหรือแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจเข้าไป ด้าเนินการใด ๆ ในที่ดิน สิ่งก่อสร้างหรือยานพาหนะหรือใช้ประโยชน์ในที่ดิน สิ่งก่อสร้างหรือ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๔ ยานพาหนะของบุคคลอื่นเพื่อป้องกัน ระงับ หรือบรรเทาเหตุนันได้ โดยให้น้าความในมาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ มาตรา ๗๑ และมาตรา ๗๒ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม
- ๗๘
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบ ของ กนช. มีอ้านาจออกกฎกระทรวงก้าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อการอนุรักษ์และการพัฒนา ทรัพยากรน้าสาธารณะ ในเรื่องหนึ่งเรื่องใดดังต่อไปนีได้
(๑) ก้าหนดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้าสาธารณะหรือทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง
(๒) ก้าหนดห้ามการกระท้าใดๆ ที่มีผลเป็นการเสื่อมสภาพแหล่งน้าหรือเสื่อมประโยชน์ต่อ การใช้น้า หรือท้าให้เกิดภาวะมลพิษแก่แหล่งน้า หรือระบบนิเวศแหล่งน้า หรือท้าให้น้ามีสภาพเป็นพิษ จนน่าจะเป็นอันตรายต่อแหล่งน้า หรือระบบนิเวศแหล่งน้า หรือสุขภาพของบุคคล
(๓) ก้าหนดให้ผู้ใช้น้าซึ่งมีที่ดินติดต่อหรือใกล้เคียงกับทรัพยากรน้าสาธารณะ จัดให้มีสิ่งก่อสร้าง ติดตังอุปกรณ์หรือเครื่องมือ หรือใช้กรรมวิธีใดตามที่ก้าหนด เพื่อตรวจสอบแหล่งที่ก่อให้เกิดอันตราย หรือความเสียหายแก่คุณภาพน้า หรือเพื่อป้องกันหรือแก้ไขอันตรายหรือความเสียหายแก่คุณภาพน้า
(๔) ก้าหนดหลักเกณฑ์ในการด้าเนินการกับสิ่งก่อสร้างหรือกิจกรรมที่ได้ด้าเนินการภายใน เขตพืนที่ที่ก้าหนดก่อนที่จะมีการออกกฎกระทรวง โดยจะก้าหนดให้สามารถด้าเนินการต่อไปได้ภายใต้ เงื่อนไขที่ก้าหนด หรือให้ระงับการด้าเนินกิจกรรม หรือรือถอนสิ่งก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้า สาธารณะโดยได้รับค่าชดเชยตามความเหมาะสม
(๕) ก้าหนดมาตรการคุ้มครองอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสมแก่สภาพของพืนที่นัน กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะก้าหนดให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไปหรือใช้บังคับในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง และจะก้าหนดข้อยกเว้นการใช้บังคับทังหมดหรือบางส่วนส้าหรับกิจกรรมบางประเภทหรือบางพืนที่ก็ได้
- ๗๙
ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะ ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบดูแลทรัพยากรน้าสาธารณะในบริเวณดังกล่าว มีหนังสือขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับทรัพยากรน้าสาธารณะนันด้าเนินการอย่างหนึ่ง อย่างใดเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะภายในระยะเวลาที่ก้าหนดได้ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๕ ในกรณีที่มีการกระท้าอันก่อให้เกิดความเสียหายหรืออาจเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้า สาธารณะ ให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบดูแลทรัพยากรน้าสาธารณะ ในบริเวณดังกล่าวมีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ที่กระท้าการดังกล่าวด้าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อขจัดความเสียหายและท้าให้ทรัพยากรน้าสาธารณะกลับคืนสู่สภาพเดิมหรือสภาพที่ใกล้เคียงกับ สภาพเดิมหรือเหมาะสมจะใช้ประโยชน์ภายในระยะเวลาที่ก้าหนดได้
หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่
3 มาตรา- ๘๐
ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ้านาจ ดังต่อไปนี
(๑) เข้าไปในที่ดินของบุคคลใดในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึนถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อตรวจตรา แหล่งน้า ส้ารวจ หรือเก็บข้อมูลที่จ้าเป็นต่อการควบคุมและตรวจตราทรัพยากรน้า
(๒) เข้าไปในที่ดิน อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะของบุคคลใดในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึน ถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อด้าเนินการบ้าบัดฟื้นฟูและบูรณะความเสียหายของทรัพยากรน้าสาธารณะ
(๓) เข้าไปในที่ดิน อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะของบุคคลใดในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึน ถึงพระอาทิตย์ตก ในกรณีที่มีหลักฐานอันสมควรเชื่อได้ว่ามีการกระท้าผิดตามพระราชบัญญัตินี เพื่อตรวจค้น กัก ยึดหรืออายัดเอกสารหรือสิ่งใดที่เกี่ยวข้อง และหากมีความจ้าเป็น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอ้านาจท้าลายสิ่งกีดขวางอันเป็นอุปสรรคในการที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่จะต้องใช้ความระมัดระวัง ให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เมื่อได้เข้าไปและลงมือท้าการตรวจค้น กัก ยึดหรืออายัดตาม
(๓) แล้ว ถ้ายังด้าเนินการ ไม่เสร็จจะด้าเนินการต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้ หรือในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง จะด้าเนินการตาม
(๓) ในเวลากลางคืนก็ได้
- ๘๑
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจ้าตัวต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอ้านวยความสะดวกตามสมควร เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๖ บัตรประจ้าตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี ประกาศก้าหนด
- ๘๒
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ท้าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะ
2 มาตรา- ๘๓
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระท้าโดยผิดกฎหมายท้าให้เกิดความเสียหาย ต่อทรัพยากรน้าสาธารณะหรือใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ผู้นันกระท้าละเมิด ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อรัฐเพื่อการนัน ถ้าความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะเกิดจากวัตถุหรือสิ่งอื่นใดที่อาจท้าให้เกิดอันตราย หรือเป็นพิษ ผู้ครอบครองหรือควบคุมวัตถุหรือสิ่งอื่นใดนันต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนัน แม้จะมิได้เกิดขึนโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตาม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนัน เกิดจาก เหตุสุดวิสัย หรือเป็นการกระท้าตามค้าสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรานีหมายความรวมถึง
(๑) ค่าด้าเนินงานต่าง ๆ ของรัฐในการประเมินความเสียหายและประเมินค่าใช้จ่ายใน การเยียวยาผลกระทบต่อทรัพยากรน้าสาธารณะ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศและสุขภาพของบุคคล
(๒) ค่าใช้จ่ายที่รัฐได้จ่ายไปในการก้าจัด เคลื่อนย้ายสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระท้า ให้สิ่งนันหมดสภาพความเป็นอันตรายหรือความเป็นพิษ ตลอดจนการน้าเอาของนันมาเก็บ กัก หรือ รักษาไว้
(๓) ค่าใช้จ่ายที่รัฐได้จ่ายไปในการท้าให้ทรัพยากรน้ำสาธารณะกลับคืนสู่สภาพเดิม
(๔) ค่าใช้จ่ายที่รัฐได้จ่ายไปในการช่วยเหลือเยียวยาบุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นเนื่องใน ความเสียหายนัน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๗
(๕) ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่รัฐได้จ่ายไปในการด้าเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับค่าสินไหมทดแทน ตามกฎหมาย เช่น ค่าใช้จ่ายที่รัฐจ่ายเป็นค่าท้างานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ค่าใช้จ่ายในการรวบรวม พยานหลักฐานและการด้าเนินคดีในศาล และค่าธรรมเนียมศาล
(๖) มูลค่าของทรัพยากรน้าสาธารณะที่ต้องเสียหายหรือถูกใช้ไปโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย
(๗) ค่าเสียหายที่เกิดจากการใช้งบประมาณของรัฐหรือจากแหล่งเงินทุนอื่น เพื่อใช้ใน การบ้าบัดฟื้นฟูและบูรณะความเสียหายของทรัพยากรน้าสาธารณะให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
(๘) ค่าเสียโอกาสในการน้างบประมาณหรือเงินทุนที่ใช้ตาม
(๗) ไปลงทุนในโครงการอื่นของรัฐ เพื่อสังคมโดยรวม
(๙) ค่าเสียหายต่อเนื่องอื่น ๆ อันพึงจะเกิดในอนาคต ให้กรมทรัพยากรน้าหรือหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุมดูแลและบ้ารุงรักษาทรัพยากรน้าสาธารณะ แล้วแต่กรณี เป็นตัวแทนของรัฐในการฟ้องคดี เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะตามมาตรานี โดยให้พนักงานอัยการ มีหน้าที่และอ้านาจด้าเนินคดีในศาลตามที่กรมทรัพยากรน้าหรือหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นดังกล่าวมีค้าขอ
- ๘๔
ในกรณีที่ผู้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะได้กระท้าตามค้าสั่ง ที่ออกตามมาตรา ๗๙ วรรคสอง และมีผลเป็นการขจัดหรือบรรเทาความเสียหาย และท้าให้ทรัพยากรน้า สาธารณะกลับคืนสู่สภาพเดิมหรือสภาพที่ใกล้เคียงกับสภาพเดิม หรือเหมาะสมจะใช้ประโยชน์ ให้มีผล เป็นการลดจ้านวนค่าสินไหมทดแทนตามส่วนที่ได้กระท้า
หมวด ๙ บทก้าหนดโทษ
15 มาตรา- ๘๕
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา ๖ วรรคสาม ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๘๖
ผู้ใดฝ่าฝืนค้าสั่งที่ออกตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทังจ้าทังปรับ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๘
- ๘๗
ผู้ใดฝ่าฝืนค้าสั่งที่ออกตามมาตรา ๒๑ ซึ่งได้น้ามาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามมาตรา ๓๖ ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๘๘
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามค้าสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือขัดขวาง การกระท้าการใด ๆ ที่ด้าเนินการให้เป็นไปตามค้าสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๕๗ หรือมาตรา ๕๘ ต้องระวางโทษจ้าคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๘๙
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๐
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๔ ต้องระวางโทษจ้าคุกตังแต่หนึ่งปีถึงสามปี หรือปรับตังแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสามแสนบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๑
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อ้านวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ใน การปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ มาตรา ๗๕ วรรคสอง มาตรา ๗๖ หรือมาตรา ๘๐ หรือไม่ปฏิบัติตามค้าสั่งที่ออกตามมาตรา ๗๙ วรรคสอง ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๒
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อ้านวยความสะดวกตามสมควรแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๖ หรือมาตรา ๖๗ ซึ่งได้น้ามาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๗ ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๓
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๔
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งได้น้ามาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๗๗ ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๕
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ที่ออกตามมาตรา ๗๘ วรรคหนึ่ง (๑) (๓) (๔) หรือ
(๕) ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทังจ้าทังปรับ
- ๙๖
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗๘ วรรคหนึ่ง
(๒) ต้องระวางโทษจ้าคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทังจ้าทังปรับ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๗๙
- ๙๗
ในกรณีที่ผู้กระท้าความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระท้าความผิดของนิติบุคคลนัน เกิดจากการสั่งการหรือการกระท้าของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการด้าเนินงานของ นิติบุคคลนัน หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระท้าการและละเว้นไม่สั่งการหรือ ไม่กระท้าการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนันกระท้าความผิด ผู้นันต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ส้าหรับ ความผิดนันๆ ด้วย
- ๙๘
ความผิดตามมาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๗ มาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ มาตรา ๙๑ และมาตรา ๙๒ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอ้านาจเปรียบเทียบได้ ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ใดกระท้าความผิดตามวรรคหนึ่งและ ผู้นันยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี ส่งเรื่องให้ คณะกรรมการเปรียบเทียบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้นันแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ เมื่อผู้ต้องหาได้ช้าระเงินค่าปรับตามจ้านวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่ วันที่มีการเปรียบเทียบ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ช้าระเงินค่าปรับภายในระยะเวลาที่ ก้าหนดตามวรรคสาม ให้ด้าเนินคดีต่อไป
- ๙๙
คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๙๘ ให้ประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้แทนส้านักงานอัยการสูงสุดเป็นประธาน ผู้แทน ส้านักงานต้ารวจแห่งชาติ ผู้แทนส้านักงานเป็นกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตัง เป็นกรรมการและเลขานุการ
(๒) ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วยอัยการจังหวัดเป็นประธาน ผู้บังคับการต้ารวจภูธรจังหวัด ผู้แทนส้านักงานเป็นกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตังเป็นกรรมการและเลขานุการ หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีก้าหนด
บทเฉพาะกาล
7 มาตรา- ๑๐๐
ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา ๒๕ ให้คณะกรรมการลุ่มน้าตามระเบียบส้านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้าแห่งชาติ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๘๐ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งด้ารงต้าแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้า ตามมาตรา ๒๕ ใช้บังคับคง ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการลุ่มน้าตามลุ่มน้าเดิมที่รับผิดชอบไปพลางก่อน และให้เลขาธิการแต่งตังข้าราชการของส้านักงานหนึ่งคนเป็นกรรมการลุ่มน้าและเลขานุการ และ ผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน ให้เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ของคณะกรรมการลุ่มน้ำที่มีอยู่เดิมตามระเบียบส้านักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้าแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา ๒๕ แล้ว โดยลุ่มน้าที่ก้าหนดขึน ไม่ได้แตกต่างจากลุ่มน้าที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับ และยังไม่มีคณะกรรมการ ลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ ให้คณะกรรมการลุ่มน้าตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการ ลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้า ตามมาตรา ๒๗ ทังนี ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคับ ในกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา ๒๕ แล้ว โดยลุ่มน้าที่ก้าหนดขึน แตกต่างจากลุ่มน้าที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับ และยังไม่มีคณะกรรมการลุ่มน้า ประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติตามค้าสั่งส้านักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔/๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตังคณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ มอบหมายให้คณะกรรมการลุ่มน้าตามวรรคหนึ่งคณะหนึ่งคณะใดปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการลุ่มน้า ประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ ทังนี ไม่เกินสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคับ ในกรณีเช่นนี ให้คณะกรรมการลุ่มน้าตามวรรคหนึ่ง ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในลุ่มน้าดังกล่าวแต่ไม่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามความในวรรคนีสินสุด การปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ได้มีการมอบหมายให้คณะกรรมการลุ่มน้าคณะหนึ่งคณะใดปฏิบัติหน้าที่ ให้น้าความในมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับแก่การประชุมและการด้าเนินการของคณะกรรมการลุ่มน้าตามวรรคสามและวรรคสี่ด้วยโดยอนุโลม เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๘๑
- ๑๐๑
ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการคัดเลือกกรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๙
(๔) และยังมิได้มีการแต่งตังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๙
(๕) ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ ตามค้าสั่งส้านักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๔/๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตังคณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการคัดเลือกกรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๙
(๔) และ แต่งตังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๙ (๕)
- ๑๐๒
ในวาระเริ่มแรก ให้น้าแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้า (ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๙) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ มาใช้ในการบริหารทรัพยากรน้าตามพระราชบัญญัตินีไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการจัดท้านโยบาย และแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าตามมาตรา ๑๗
(๑) หรือแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้าตามมาตรา ๓๕
(๑) หรือแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมตามมาตรา ๓๕
(๒) ขึนใช้บังคับ
- ๑๐๓
ในวาระเริ่มแรก ให้ส้านักงานจัดท้าผังน้าและรายการประกอบผังน้าเสนอ กนช. เพื่อพิจารณาภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคับ
- ๑๐๔
เมื่อกฎกระทรวงก้าหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองหรือการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๔๕ ใช้บังคับแล้ว ให้ผู้ใช้น้าอยู่เดิมที่เข้าลักษณะของการใช้น้าประเภทที่สองตามมาตรา ๔๑
(๒) หรือการใช้น้าประเภทที่สาม ตามมาตรา ๔๑
(๓) แล้วแต่กรณี ยื่นค้าขอรับใบอนุญาตการใช้น้าตามพระราชบัญญัตินีภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวมีผลใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นค้าขอรับใบอนุญาตภายในก้าหนดเวลา ดังกล่าวแล้วให้ใช้น้าต่อไปได้จนกว่าอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้า หรืออธิบดี กรมทรัพยากรน้าบาดาล แล้วแต่กรณี จะมีค้าสั่งไม่อนุญาต
- ๑๐๕
ในระหว่างที่หมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้า ยังไม่มีผลใช้บังคับ หรือ มีผลใช้บังคับแล้วแต่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามความในหมวด ๔ แห่ง พระราชบัญญัตินี การขออนุญาตและการอนุญาตใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะที่เป็นทางน้าชลประทาน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๘๒ ตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทาน และการขออนุญาตและการอนุญาตใช้ทรัพยากรน้าสาธารณะ ที่เป็นน้าบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล อัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการอนุญาต อัตราค่าใช้น้า การเรียกเก็บ ลดหย่อน หรือยกเว้นค่าใช้น้าจากทรัพยากรน้าสาธารณะดังกล่าว รวมทังการพักใช้และ เพิกถอนใบอนุญาต ให้ด้าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทานหรือกฎหมายว่าด้วยน้าบาดาล แล้วแต่กรณี ไปพลางก่อน จนกว่าหมวด ๔ จะใช้บังคับ หรือจนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ หรือ ประกาศที่ออกตามความในหมวด ๔ใช้บังคับ
- ๑๐๖
การด้าเนินการตราพระราชกฤษฎีกาและออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ ตามพระราชบัญญัตินี ยกเว้นการออกกฎกระทรวงและประกาศตามหมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้า ให้ด้าเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินีใช้บังคับ หากไม่สามารถด้าเนินการได้ ให้นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี รายงานเหตุผลที่ไม่อาจด้าเนินการได้ต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. คาขอ ใบอนุญาตการใช้นำประเภทที่สอง ใบอนุญาตการใช้นาประเภทที่สาม ใบแทนใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตครังละเท่ากับ ค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาต แต่ละฉบับ ๖. การโอนใบอนุญาต ฉบับละไม่เกิน ฉบับละไม่เกิน ฉบับละไม่เกิน ฉบับละไม่เกิน ๑๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ฉบับละไม่เกิน ๕๐๐ บาท เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๘๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทย ได้ประสบกับปัญหาการบริหารทรัพยากรน้าในหลายด้านโดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้องที่มีหน้าที่และอ้านาจ ตามกฎหมายหลายฉบับ ถึงแม้รัฐบาลจะได้แต่งตั้งให้มีคณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติท้าหน้าที่ใน การบูรณาการและบริหารทรัพยากรน้าอย่างเป็นระบบในทุกมิติแล้วก็ตามแต่ก็ยังคงมีความจ้าเป็นที่สมควร จะมีกฎหมายในการบูรณาการเกี่ยวกับการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และสิทธิในน้า เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารทรัพยากรน้า ให้มีความประสานสอดคล้องกันในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งวางหลักเกณฑ์ในการประกันสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรน้าสาธารณะ ตลอดจนจัดให้มีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้า ทั้งในระดับชาติ ระดับลุ่มน้า และระดับองค์กรผู้ใช้น้าซึ่งสะท้อนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อร่วมกัน บริหารทรัพยากรน้าอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/642ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmZiMmEzMzQtNjk2Zi00OGEwLTkzOTQtMjM2MWE4ZTRlOTU2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDExIOC4nuC4o-C4mi4gMjU2MS0xMTLguIEtNDQgLlBERiJ9.tLZKFEOnnP38h7RqHEXyjF75mindNuQG7McCpypNjNg41 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:0bf7faaa436f8b2ec09242658354926822a898b89881c8d2eb23fdb70fc12adcดึงเมื่อ 2026-08-23T15:24:07.409Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR