พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๑106 มาตรา18 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 41 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0bf7faaa… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ ทรัพยากรน้ามาตรา ๖ · 1 มาตรา
  2. หมวด ๒ สิทธิในน้ามาตรา ๗–๘ · 2 มาตรา
  3. หมวด ๓ องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ามาตรา ๙–๓๙ · 31 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติมาตรา ๙–๒๓ · 15 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๒ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๓ ลุ่มน้าและคณะกรรมการลุ่มน้ามาตรา ๒๕–๓๗ · 13 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๔ องค์กรผู้ใช้น้ามาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
  8. หมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้ามาตรา ๔๐–๕๕ · 16 มาตรา
  9. หมวด ๕ ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วมมาตรา ๕๖–๗๒ · 17 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินในระบบทางน้าตามผังน้ามาตรา ๕๖ · 1 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งมาตรา ๕๗–๖๓ · 7 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมมาตรา ๖๔–๖๕ · 2 มาตรา
  13. ส่วนที่ ๔ อ้านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขมาตรา ๖๖–๗๒ · 7 มาตรา
  14. หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๗๓–๗๙ · 7 มาตรา
  15. หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๘๐–๘๒ · 3 มาตรา
  16. หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ท้าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๘๓–๘๔ · 2 มาตรา
  17. หมวด ๙ บทก้าหนดโทษมาตรา ๘๕–๙๙ · 15 มาตรา
  18. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๐๐–๑๐๖ · 7 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๔ พระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้า พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้า พระราชบัญญัตินีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท้าได้โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ้าเป็นในการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี เพื่อให้ การบริหารทรัพยากรน้า ทังในมิติด้านการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และสิทธิในน้ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะเป็นประโยชน์แก่การบริการ สาธารณูปโภคและประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินีสอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึนไว้โดยค้าแนะน้าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท้าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๕

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ

    15 มาตรา
  2. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ” เรียกโดยย่อว่า “กนช.” ประกอบด้วย

    (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

    (๒) รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ

    (๓) กรรมการโดยต้าแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ และผู้อ้านวยการส้านักงบประมาณ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๙

    (๔) กรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้า จ้านวนหกคน ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาจาก กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้า กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรรมการลุ่มน้า ผู้ทรงคุณวุฒิ

    (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จ้านวนสี่คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตังจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และผลงานเป็นที่ประจักษ์ไม่น้อยกว่าห้าปีในด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรน้า ด้านผังเมือง ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านอุตสาหกรรม ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตังข้าราชการของส้านักงาน อีกไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  3. ๑๐

    การคัดเลือกกรรมการตามมาตรา ๙

    (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี

  4. ๑๑

    กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) และ

    (๕) มีวาระอยู่ในต้าแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตังใหม่อีกได้ แต่จะด้ารงต้าแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้

  5. ๑๒

    นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) และ

    (๕) พ้นจากต้าแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) นายกรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

    (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๕) พ้นจากการเป็นกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗

    (๖) ได้รับโทษจ้าคุกโดยค้าพิพากษาถึงที่สุดให้จ้าคุก เว้นแต่เป็นโทษส้าหรับความผิด ที่ได้กระท้าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

  6. ๑๓

    ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙

    (๔) พ้นจากต้าแหน่งก่อนครบวาระ ให้ด้าเนินการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการนัน พ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้ได้รับการคัดเลือกอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๐ แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ด้าเนินการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และในระหว่างที่ยังไม่มีการคัดเลือกกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้ กนช. ประกอบด้วยกรรมการ เท่าที่เหลืออยู่

  7. ๑๔

    ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙

    (๕) พ้นจากต้าแหน่งก่อนครบวาระ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการนัน พ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้ได้รับแต่งตังอยู่ในต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่แต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และ ในระหว่างที่ยังไม่ได้แต่งตังกรรมการแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้ กนช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

  8. ๑๕

    ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๙ (๔) หรือ

    (๕) ด้ารงต้าแหน่งครบวาระแล้ว ให้กรรมการซึ่งพ้นจากต้าแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการคัดเลือกหรือแต่งตังกรรมการขึนใหม่

  9. ๑๖

    การประชุม กนช. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจ้านวน กรรมการทังหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุม กนช. ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชีขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนน ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชีขาด ในการประชุม กนช. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัว ทังโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องดังกล่าว กรรมการผู้นันไม่มีสิทธิเข้าประชุมพิจารณาเรื่องนัน

  10. ๑๗

    กนช. มีหน้าที่และอ้านาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการบูรณาการเกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้าให้เกิดความเป็นเอกภาพ รวมทังให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี

    (๑) จัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๑

    (๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรน้าและแผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้าแบบบูรณาการให้สอดคล้อง กับนโยบายและแผนแม่บทตาม

    (๑) และเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาในการจัดท้างบประมาณประจ้าปี

    (๓) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้ำต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการลุ่มน้าเสนอ ตามมาตรา ๓๕ (๑)

    (๔) ก้ากับ ดูแล เร่งรัด ตรวจสอบ ติดตาม และให้ค้าแนะน้าแก่หน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการด้าเนินการตามนโยบาย และแผนแม่บทตาม

    (๑) รวมทังแผนปฏิบัติการ และแผนงบประมาณตาม

    (๒) และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบทุกสินปีงบประมาณ

    (๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบผังน้าที่ส้านักงานเสนอ และประกาศก้าหนดผังน้าใน

    (๖) เสนอแนะหรือมอบหมายแนวทางแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าให้มีคุณภาพและการจัดการมลพิษทางน้าที่อยู่ ในหน้าที่และอ้านาจของหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนัน

    (๗) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขปัญหาจากการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบของแต่ละหน่วยงานใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ ทรัพยากรน้า เพื่อให้เกิดการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (๘) ก้าหนดหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือ ต่อส้านักงานในการรวบรวมข้อมูล เชื่อมต่อข้อมูล และบูรณาการข้อมูลด้านทรัพยากรน้า

    (๙) ก้าหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการลุ่มน้า และ ล้าดับความส้าคัญของการใช้น้าส้าหรับกิจการประเภทต่างๆเพื่อให้คณะกรรมการลุ่มน้าน้าไปพิจารณา ในการจัดสรรน้าและควบคุมการใช้น้าในแต่ละลุ่มน้า เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๒

    (๑๐) พิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและ แก้ไขภาวะน้าท่วมของคณะกรรมการลุ่มน้าต่าง ๆ เพื่อบูรณาการการป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม ระหว่างลุ่มน้า

    (๑๑) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๔๔ และ การเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สามตามมาตรา ๕๔

    (๑๒) พิจารณาและให้ความเห็นชอบการผันน้าระหว่างลุ่มน้าและการผันน้าจากแหล่งน้า ระหว่างประเทศหรือแหล่งน้าต่างประเทศ

    (๑๓) ไกล่เกลี่ยและชีขาดข้อพิพาทระหว่างคณะกรรมการลุ่มน้า

    (๑๔) เสนอแนะเกี่ยวกับการตรา การออกหรือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวง ตามพระราชบัญญัตินี

    (๑๕) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีการตรากฎหมายหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้า

    (๑๖) ออกระเบียบก้าหนดมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ประชาชน และ ชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการด้าเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้า

    (๑๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินีหรือที่กฎหมายอื่นก้าหนดให้เป็นหน้าที่ และอ้านาจของ กนช. หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย การจัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าตาม

    (๑) ให้ครอบคลุมถึง การรักษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้าด้วย การเสนอข้อพิพาทระหว่างคณะกรรมการลุ่มน้าเพื่อให้ กนช. ไกล่เกลี่ยและชีขาดตาม

    (๑๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  11. ๑๘

    ในการจัดท้านโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ตามมาตรา ๑๗

    (๑) ให้ กนช. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนองค์กรผู้ใช้น้า ผู้มีส่วนได้เสีย หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๓ นโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ และให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ปฏิบัติตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าดังกล่าว ให้ กนช. ติดตามและประเมินผลการด้าเนินการตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับ การบริหารทรัพยากรน้า และในกรณีที่มีการปรับปรุงนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหาร ทรัพยากรน้าให้น้าความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

  12. ๑๙

    ให้ กนช. ติดตามและประเมินผลการด้าเนินการ รวมทังพิจารณาทบทวน หรือปรับปรุงแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้าให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ที่มีความเปลี่ยนแปลงและรายงานต่อคณะรัฐมนตรีทุกปี

  13. ๒๐

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี กนช. อาจมอบหมายให้กรรมการ คนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการด้านต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอ้านาจของ กนช. แล้วรายงาน ต่อ กนช. หรือด้าเนินการตามที่ กนช. มอบหมาย รวมทังมีอ้านาจแต่งตังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ กนช. มอบหมายได้ ในการแต่งตังคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้า และด้านเทคนิคและวิชาการ ในกรณีจ้าเป็น ให้ กนช. มีอ้านาจแต่งตังคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้าจังหวัดเพื่อประโยชน์ ในการบูรณาการการบริหารทรัพยากรน้าในระดับจังหวัด ให้น้าความในมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

  14. ๒๑

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี ให้ กนช. กรรมการที่ กนช. มอบหมาย หรือคณะอนุกรรมการที่ กนช. แต่งตังมีอ้านาจออกค้าสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใด มาให้ถ้อยค้าหรือให้ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจ้าเป็น

  15. ๒๒

    ให้ประธานกรรมการกรรมการและอนุกรรมการได้รับเบียประชุม ค่าพาหนะ ค่าเบียเลียง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๔

  16. ๒๓

    ให้ส้านักงานท้าหน้าที่เป็นส้านักงานเลขานุการของ กนช. โดยให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี

    (๑) รับผิดชอบงานธุรการของ กนช. และคณะอนุกรรมการ

    (๒) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อกนช.เพื่อประกอบการพิจารณาด้าเนินการตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒)

    (๓) และมาตรา ๒๔

    (๓) จัดท้าผังน้าเสนอ กนช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗ (๕)

    (๔) ประสานการด้าเนินงานกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี

    (๕) รวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการด้าเนินงานของ กนช.

    (๖) ให้ค้าแนะน้าและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารทรัพยากรน้า รวมทังการด้าเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้าตามที่ได้รับการร้องขอ

    (๗) อ้านวยการและก้ากับดูแลโครงการส้าคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนที่จ้าเป็นต้อง มีการประสานการท้างานหลายหน่วยงานตามที่ กนช. มอบหมาย

    (๘) ติดตาม ประเมินผล และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการด้าเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้า หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้า และรายงาน ต่อ กนช.

    (๙) ก้ากับดูแลและบริหารจัดการระบบสารสนเทศทรัพยากรน้าโดยให้หน่วยงานที่ กนช. ก้าหนด สนับสนุนข้อมูลและเชื่อมโยงระบบสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันเพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรน้า ทังในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ

    (๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมใน ด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการด้าเนินการอื่นใด เกี่ยวกับทรัพยากรน้า

    (๑๑) จัดท้างบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส้าหรับเบียประชุม ค่าพาหนะ ค่าเบียเลียง ค่าเช่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่เกี่ยวกับการด้าเนินงานของ กนช.คณะกรรมการลุ่มน้า และคณะอนุกรรมการ เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๕

    (๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินี หรือตามที่ กนช.มอบหมาย การจัดท้าผังน้าตาม

    (๓) ต้องจัดให้มีรายการประกอบผังน้าเพื่ออธิบายวัตถุประสงค์ของผังน้า และรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในผังน้า ทังนี การจัดท้าผังน้ำต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของ คณะกรรมการลุ่มน้า หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ตามความเหมาะสม

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/642ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmZiMmEzMzQtNjk2Zi00OGEwLTkzOTQtMjM2MWE4ZTRlOTU2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDExIOC4nuC4o-C4mi4gMjU2MS0xMTLguIEtNDQgLlBERiJ9.tLZKFEOnnP38h7RqHEXyjF75mindNuQG7McCpypNjNg41 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:0bf7faaa436f8b2ec09242658354926822a898b89881c8d2eb23fdb70fc12adcดึงเมื่อ 2026-08-23T15:24:07.409Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR