พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0bf7faaa… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ ทรัพยากรน้ามาตรา ๖ · 1 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิในน้ามาตรา ๗–๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๓ องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ามาตรา ๙–๓๙ · 31 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติมาตรา ๙–๒๓ · 15 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจมาตรา ๒๔ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ ลุ่มน้าและคณะกรรมการลุ่มน้ามาตรา ๒๕–๓๗ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ องค์กรผู้ใช้น้ามาตรา ๓๘–๓๙ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ การจัดสรรน้าและการใช้น้ามาตรา ๔๐–๕๕ · 16 มาตรา
- หมวด ๕ ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วมมาตรา ๕๖–๗๒ · 17 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินในระบบทางน้าตามผังน้ามาตรา ๕๖ · 1 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้งมาตรา ๕๗–๖๓ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วมมาตรา ๖๔–๖๕ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ อ้านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขมาตรา ๖๖–๗๒ · 7 มาตรา
- หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๗๓–๗๙ · 7 มาตรา
- หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๘๐–๘๒ · 3 มาตรา
- หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ท้าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้าสาธารณะมาตรา ๘๓–๘๔ · 2 มาตรา
- หมวด ๙ บทก้าหนดโทษมาตรา ๘๕–๙๙ · 15 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๐๐–๑๐๖ · 7 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๔ พระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้า พ.ศ. ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้า พระราชบัญญัตินีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท้าได้โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ้าเป็นในการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี เพื่อให้ การบริหารทรัพยากรน้า ทังในมิติด้านการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และสิทธิในน้ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะเป็นประโยชน์แก่การบริการ สาธารณูปโภคและประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินีสอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึนไว้โดยค้าแนะน้าและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติท้าหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๔๕
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการส่วนที่ ๓ ลุ่มน้าและคณะกรรมการลุ่มน้า
13 มาตรา- ๒๕
เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้า ให้มีการก้าหนดลุ่มน้า โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทังนี ให้ค้านึงถึงสภาพอุทกวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศ การตังถิ่นฐาน การผังเมือง ผังน้า และเขตการปกครองประกอบด้วย พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตลุ่มน้าแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพระราชกฤษฎีกา
- ๒๖
การเปลี่ยนแปลงเขตหรือการเพิกถอนลุ่มน้าใด ไม่ว่าทังหมดหรือบางส่วน ให้กระท้าได้โดยตราพระราชกฤษฎีกา และเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนบางส่วนให้มีแผนที่ แสดงแนวเขตที่เปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนนันแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย
- ๒๗
เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาก้าหนดลุ่มน้าตามมาตรา ๒๕ แล้ว ให้มีคณะกรรมการ ลุ่มน้าประจ้าลุ่มน้านัน ประกอบด้วย
(๑) กรรมการลุ่มน้าโดยต้าแหน่ง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตลุ่มน้านัน ผู้แทน กรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทนกรมชลประทาน ผู้แทนกรมทรัพยากรน้า ผู้แทน กรมทรัพยากรน้าบาดาล ผู้แทนกรมที่ดิน ผู้แทนกรมประมง ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนกรมป่าไม้ ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น และผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในกรณีที่ลุ่มน้าใดมีพืนที่ติดต่อกับชายแดน ให้มีผู้แทนกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมเป็นกรรมการ ลุ่มน้า หรือในกรณีที่ลุ่มน้าใดมีพืนที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเล ให้มีผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าร่วม เป็นกรรมการลุ่มน้า หรือในกรณีที่ลุ่มน้าใดอยู่ในพืนที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา ให้มีผู้แทนศูนย์อ้านวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมเป็นกรรมการลุ่มน้าด้วย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๗
(๒) กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตลุ่มน้านัน จังหวัดละหนึ่งคน และในกรณีที่ลุ่มน้าใดอยู่ในพืนที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนันเป็นกรรมการลุ่มน้าด้วย
(๓) กรรมการลุ่มน้าผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้าในเขตลุ่มน้านันที่มาจากภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ภาคละสามคน
(๔) กรรมการลุ่มน้าผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพยากรน้า จ้านวนสี่คน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตาม
(๑) เลือกกันเองเพื่อเป็นประธานกรรมการลุ่มน้า และ ให้คณะกรรมการลุ่มน้าเลือกกรรมการลุ่มน้าอีกสองคนเป็นรองประธานกรรมการลุ่มน้า ทังนี การเลือก ประธานกรรมการลุ่มน้าและรองประธานกรรมการลุ่มน้าให้กระท้าทุกสามปี ให้ผู้อ้านวยการส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคแต่งตังข้าราชการของส้านักงาน ทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคเป็นกรรมการลุ่มน้าและเลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน
- ๒๘
การได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๒) (๓) และ
(๔) ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๒๙
กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗
(๒) พ้นจากต้าแหน่งเมื่อลาออก เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือพ้นจากการเป็นผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในเขตลุ่มน้า
- ๓๐
ในกรณีที่กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗
(๒) พ้นจากต้าแหน่ง ให้ด้าเนินการ ให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการลุ่มน้านัน พ้นจากต้าแหน่ง และในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการลุ่มน้า ประกอบด้วยกรรมการลุ่มน้าเท่าที่เหลืออยู่
- ๓๑
กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) และ
(๔) มีวาระการด้ารงต้าแหน่ง คราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตังใหม่อีกได้ แต่จะด้ารงต้าแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้
- ๓๒
นอกจากการพ้นจากต้าแหน่งตามวาระ กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) และ
(๔) พ้นจากต้าแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๘
(๒) ลาออก
(๓) บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) พ้นจากการเป็นผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้าในเขตลุ่มน้า
(๖) ได้รับโทษจ้าคุกโดยค้าพิพากษาถึงที่สุดให้จ้าคุก เว้นแต่เป็นโทษส้าหรับความผิด ที่ได้กระท้าโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ การพ้นจากต้าแหน่งตาม
(๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดในกฎกระทรวง ที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี
- ๓๓
ในกรณีที่กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) และ
(๔) พ้นจากต้าแหน่ง ก่อนครบวาระ ให้ด้าเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่กรรมการลุ่มน้านันพ้นจากต้าแหน่ง และให้ผู้เข้ามาเป็นกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างอยู่ใน ต้าแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการลุ่มน้าซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ด้าเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่างก็ได้ และในระหว่างที่ยังไม่ได้กรรมการ ลุ่มน้าแทนต้าแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการลุ่มน้าประกอบด้วยกรรมการลุ่มน้าเท่าที่เหลืออยู่
- ๓๔
ในกรณีที่กรรมการลุ่มน้าตามมาตรา ๒๗ (๓) หรือ
(๔) ด้ารงต้าแหน่ง ครบวาระแล้ว ให้กรรมการลุ่มน้าซึ่งพ้นจากต้าแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการด้าเนินการ ให้ได้มาซึ่งกรรมการลุ่มน้าขึนใหม่
- ๓๕
คณะกรรมการลุ่มน้ามีหน้าที่และอ้านาจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้า ในเขตลุ่มน้า รวมทังให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี
(๑) จัดท้าแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟูและ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้าเสนอ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ
(๒) จัดท้าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าแล้ง และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้าท่วม เสนอ กนช. เพื่อให้ความเห็นชอบ
(๓) พิจารณาปริมาณการใช้น้า การจัดสรรน้า และจัดล้าดับความส้าคัญในการใช้น้าในเขตลุ่มน้า และควบคุมการใช้น้าให้เป็นไปตามกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางที่ กนช. ก้าหนด เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๕๙
(๔) ก้าหนดหลักเกณฑ์และระเบียบการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า ทังนี ภายใต้กรอบและแนวทางที่ กนช. ก้าหนด
(๕) ให้ความเห็นชอบการอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองตามมาตรา ๔๓ และการเพิกถอน ใบอนุญาตการใช้น้าประเภทที่สองตามมาตรา ๕๔
(๖) พิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการผันน้าระหว่างลุ่มน้าต่อ กนช.
(๗) เสนอความเห็นต่อ กนช. เกี่ยวกับแผนงานและโครงการในการด้าเนินการใด ๆ เกี่ยวกับ ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า
(๘) รับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย และชีขาดข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้า
(๙) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในการบังคับ ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และกฎหมายเกี่ยวกับมลพิษทางน้าในเขตลุ่มน้านัน
(๑๐) ส่งเสริมและรณรงค์การสร้างจิตส้านึกแก่ประชาชนในการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า
(๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ก้าหนดในพระราชบัญญัตินีหรือที่กฎหมายอื่นก้าหนดให้เป็นหน้าที่ และอ้านาจของคณะกรรมการลุ่มน้า หรือตามที่ กนช. มอบหมาย การจัดท้าแผนตาม (๑) และ
(๒) และการก้าหนดหลักเกณฑ์และระเบียบตาม
(๔) ให้ครอบคลุมถึงการรักษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้าด้วย การเสนอเรื่องร้องทุกข์หรือข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้าเพื่อให้คณะกรรมการลุ่มน้าไกล่เกลี่ยและ ชีขาดตาม
(๘) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กนช. ก้าหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๓๖
ให้น้าความในมาตรา ๑๖ มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งและวรรคสี่ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับแก่การประชุมและการด้าเนินการของคณะกรรมการลุ่มน้ำด้วยโดยอนุโลม
- ๓๗
ให้จัดตังส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติภาคขึนในส้านักงานทรัพยากรน้าแห่งชาติ ส้านักนายกรัฐมนตรี ท้าหน้าที่เป็นส้านักงานเลขานุการของคณะกรรมการลุ่มน้า โดยให้มีหน้าที่และอ้านาจ ดังต่อไปนี เลม่ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๑๒ ก หนา้ ๖๐
(๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการลุ่มน้า
(๒) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับทรัพยากรน้าเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดท้า แผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า ในเขตลุ่มน้า
(๓) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้า ในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้า และกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมมลพิษทางน้าในเขตลุ่มน้า เพื่อให้ เป็นไปตามแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ้ารุงรักษา การฟื้นฟู และ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้าในเขตลุ่มน้า
(๔) ส่งเสริมและติดตามการใช้น้าประเภทที่สองในเขตลุ่มน้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ เงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการลุ่มน้า
(๕) เสนอมาตรการป้องกันการขัดแย้งและแนวทางการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้า ในเขตลุ่มน้าต่อคณะกรรมการลุ่มน้า
(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการลุ่มน้ามอบหมาย
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ภาวะน้าแล้งและภาวะน้าท่วม
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/642ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmZiMmEzMzQtNjk2Zi00OGEwLTkzOTQtMjM2MWE4ZTRlOTU2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDExIOC4nuC4o-C4mi4gMjU2MS0xMTLguIEtNDQgLlBERiJ9.tLZKFEOnnP38h7RqHEXyjF75mindNuQG7McCpypNjNg41 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:0bf7faaa436f8b2ec09242658354926822a898b89881c8d2eb23fdb70fc12adcดึงเมื่อ 2026-08-23T15:24:07.409Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR