พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘158 มาตรา23 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 50 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6ad12f85… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางมาตรา ๕–๑๓ · 9 มาตรา
  2. หมวด ๒ การจัดทำโครงการขนส่งทางรางมาตรา ๑๔–๒๕ · 12 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ การจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางรางมาตรา ๑๔–๑๖ · 3 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ การดำเนินโครงการขนส่งทางรางมาตรา ๑๗–๒๕ · 9 มาตรา
  5. หมวด ๓ เขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางรางมาตรา ๒๖–๓๑ · 6 มาตรา
  6. หมวด ๔ การประกอบกิจการขนส่งทางรางมาตรา ๓๒–๕๘ · 27 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๑ การขออนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางมาตรา ๓๒–๔๕ · 14 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๒ หน้าที่ของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางมาตรา ๔๖–๕๔ · 9 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๓ การกำหนดอัตราค่าโดยสารและค่าบริการมาตรา ๕๕–๕๘ · 4 มาตรา
  10. หมวด ๕ การใช้รางเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกันมาตรา ๕๙–๗๓ · 15 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๑ การเชื่อมต่อรางเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกันมาตรา ๕๙–๖๒ · 4 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๒ การจัดสรรความจุ ตารางเวลาการเดินรถขนส่งทางราง และเส้นทางมาตรา ๖๓–๗๓ · 11 มาตรา
  13. หมวด ๖ การสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มาตรา ๗๔–๘๗ · 14 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มาตรา ๗๕–๗๙ · 5 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๒ การสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มาตรา ๘๐–๘๗ · 8 มาตรา
  16. หมวด ๗ ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมาตรา ๘๘–๙๓ · 6 มาตรา
  17. หมวด ๘ ผู้ประจำหน้าที่มาตรา ๙๔–๑๐๓ · 10 มาตรา
  18. หมวด ๙ การจดทะเบียนรถขนส่งทางรางมาตรา ๑๐๔–๑๑๓ · 10 มาตรา
  19. หมวด ๑๐ การคุ้มครองผู้โดยสารและผู้ใช้บริการมาตรา ๑๑๔–๑๑๙ · 6 มาตรา
  20. หมวด ๑๑ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๒๐–๑๔๙ · 30 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๑ โทษปรับทางปกครองมาตรา ๑๒๐–๑๓๓ · 14 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๒ โทษทางอาญามาตรา ๑๓๔–๑๔๙ · 16 มาตรา
  23. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๕๐–๑๕๘ · 9 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก พระราชบัญญัติ การขนส่งทางราง พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัติ นี้ เพื่อให้การกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางรางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางและด้านเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งควบคุมให้เกิดความปลอดภัย กับประชาชนและผู้ใช้บริการ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ๒๕๖๘”

  2. พระราชบัญญัติ นี้ ให้ใช้บังคับเมื่ อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  3. ในพระราชบัญญัตินี้ “การขนส่งทางราง” หมายความว่า การขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าโดยรถขนส่งทางราง “รถขนส่งทางราง” หมายความว่า รถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า โดยขับเคลื่อน ไปบนทางซึ่ งมีราง เช่น รถไฟ รถไฟฟ้า รถราง และให้หมายความรวมถึงรถที่ ใช้วิ่ งบนราง หรือทางเฉพาะตามที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วย “ทางเฉพาะ” หมายความว่า ทางที่มีลักษณะเป็นการบังคับรถขนส่งทางรางให้ขับเคลื่อนไป ตามทางนั้น “รางเพื่อการขนส่ง” หมายความว่า โครงสร้างพื้นฐานทางราง ระบบราง โครงสร้างทางวิ่ง ระบบอาณัติ สัญญาณ ระบบการสื่ อสาร ระบบแหล่งจ่ายไฟ สถานี ย่านขนส่งสินค้าทางราง ศูนย์ควบคุมการเดินรถ อาคารสำนักงาน โรงซ่อมบำรุง และเขตระบบการขนส่งทางราง และรวมถึง โครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง “กิจการขนส่งทางราง” หมายความว่า การประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่ง การประกอบกิจการ เดินรถขนส่งทางราง และการประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง “กิจการรางเพื่อการขนส่ง” หมายความว่า กิจการบริหารจัดการ และบำรุงรักษารางเพื่อการขนส่ง “กิจการเดินรถขนส่งทางราง” หมายความว่า กิจการเดินรถขนส่งทางรางสำหรับขนส่ง ผู้โดยสารหรือสินค้า “กิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตน” หมายความว่า การขนส่งทางรางซึ่งไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์ หรือการขนส่งทางรางเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับกิจการนั้น โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง หรือค่าบริการ “ค่าโดยสาร” หมายความว่า ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเพื่อการโดยสารที่ผู้ได้รับใบอนุญาต เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ “ค่าขนส่ง” หมายความว่า ค่าระวางหรือค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเพื่อการรับขนสินค้าที่ผู้ได้รับ ใบอนุญาตเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก “ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง” หมายความว่า ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์จากรางเพื่ อการขนส่ง หรือโครงสร้างพื้ นฐานอื่น ในการขนส่งทางราง “ทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง” หมายความว่า ทรัพย์สินที่จำเป็นต่อ การขนส่งทางรางให้สามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก “ค่าบริการ” หมายความว่า ค่าบริการที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากค่าโดยสารและค่าขนส่งที่ผู้ได้รับ ใบอนุญาตเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ “สถานี” หมายความว่า สถานที่ที่ใช้รับส่งผู้โดยสารหรือรับขนสินค้าในการประกอบกิจการขนส่ง ทางราง “เขตระบบรถขนส่งทางราง” หมายความว่า เขตที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการขนส่ง ทางราง “เขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง” หมายความว่า เขตที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัย แก่ระบบรถขนส่งทางรางหรือคนโดยสารระบบรถขนส่งทางราง และบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตระบบรถขนส่ง ทางราง “ผู้ ได้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง ตามพระราชบัญญัตินี้ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ประจำหน้าที่” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ “เจ้าของโครงการ” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการขนส่งทางราง “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ “ผู้ จัดการโครงสร้างพื้ นฐาน” หมายความว่า ผู้ ดู แลบริหารจัดการรางเพื่ อการขนส่ง และทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่ง โดยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการราง เพื่อการขนส่งหรือใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง “นายทะเบียน” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางรางซึ่งอธิบดีแต่งตั้ง ให้เป็นนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ตรวจการขนส่งทางราง” หมายความว่า ข้าราชการสังกัดกรมการขนส่งทางรางซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก “พนักงานเจ้าหน้าที่ ” หมายความว่า อธิบดีหรือผู้ ซึ่ งอธิบดีแต่งตั้ งให้ปฏิบัติ การ ตามพระราชบัญญัตินี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการขนส่งทางราง “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

  4. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัติ นี้ และให้มี อำนาจแต่งตั้ งผู้ ตรวจการขนส่งทางราง กับออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่ อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้ งออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้และยกเว้นค่าธรรมเนียม กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

  5. หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง

    9 มาตรา
  6. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายการขนส่ง ทางราง” ประกอบด้วย

    (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ

    (๒) ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นรองประธานกรรมการ

    (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร

    (๔) กรรมการผู้ ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่ งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ งจากบุคคล ผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านวิศวกรรม ด้านขนส่ง ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย หรือด้านอื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อการขนส่งทางราง ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมการขนส่งทางราง จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  7. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕

    (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ก. คุณสมบัติ

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี

    (๓) เป็นผู้ มี ผลงานหรือเคยปฏิบัติ งานที่ แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้ มี ความรู้ และประสบการณ์ในด้านต่างๆ ตามที่ได้รับแต่งตั้ง ข. ลักษณะต้องห้าม

    (๑) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๔) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการบริหารหรือจัดการของนิติบุคคล ที่ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางราง

    (๕) เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ แห่งอื่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เว้นแต่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ

    (๖) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

    (๗) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการ หรือที่ปรึกษาหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

    (๘) เคยถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    (๙) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือจากหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

    (๑๐) เป็นเจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นใดของกรมการขนส่งทางรางหรือที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีสัญญาจ้างกับกรมการขนส่งทางราง

    (๑๑) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับกรมการขนส่งทางราง ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม เว้นแต่จะได้พ้นจากช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี

  8. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕

    (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมหรือแทนผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

  9. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕

    (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖

  10. ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเพื่ อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบ โดยให้มีความเห็นของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกประกอบการพิจารณา ไปพร้อมกัน

    (๒) เสนอแนวทางในการเชื่อมต่อการขนส่งทางรางกับการขนส่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ศูนย์กระจายสินค้า ท่าเรือบก นิคมอุตสาหกรรม และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ

    (๓) พิจารณาและให้ความเห็นชอบมาตรฐานการขนส่งทางรางตามมาตรา ๑๓

    (๓) เสนอต่อ รัฐมนตรีเพื่อออกกฎกระทรวงต่อไป

    (๔) ให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีในการยกเว้นคุณสมบัติตามมาตรา ๓๕ (๓)

    (๕) กำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินที่จำเป็น ในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ รวมถึงกำหนดประเภทของบุคคลที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องชำระค่าโดยสาร หรือได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร

    (๖) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์ จากรางและทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ

    (๗) ให้ความเห็นชอบหลักการของร่างกฎกระทรวงตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๘) เสนอแนะ รายงานปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการที่เกี่ยวกับการขนส่งทางราง ต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวกับการขนส่งทางราง

    (๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

    (๑๐) วินิจฉัยชี้ขาดการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

    (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางตาม

    (๑) แล้ว ให้เผยแพร่ให้ทราบเป็นการทั่วไป และให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่และรับผิดชอบดำเนินการ ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางดังกล่าว

  11. ๑๐

    ให้นำบทบัญญัติ ว่าด้วยคณะกรรมการที่ มี อำนาจดำเนินการพิจารณา ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้งด้วยโดยอนุโลม

  12. ๑๑

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๙ ให้คณะกรรมการมีอำนาจเรียกบุคคลใด มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหลักฐานหรือวัตถุอื่นใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร

  13. ๑๒

    ให้กรรมการและอนุกรรมการได้รับประโยชน์หรือค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรี กำหนด

  14. ๑๓

    ให้กรมการขนส่งทางรางรับผิดชอบในงานธุรการและอำนวยความสะดวก ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ รวมถึงคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง และให้มีหน้าที่ และอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) จัดทำร่างนโยบายและแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา กำหนดตามมาตรา ๙ (๑)

    (๒) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการเชื่อมต่อการขนส่งทางรางกับการขนส่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ งศูนย์กระจายสินค้า ท่าเรือบก นิคมอุตสาหกรรม และส่วนอื่ นที่ เกี่ ยวข้องเพื่ อเสนอต่อ คณะกรรมการ

    (๓) จัดทำมาตรฐานการขนส่งทางราง ดังต่อไปนี้ เสนอต่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา ๙

    (๓) เพื่อออกกฎกระทรวงต่อไป

    (ก) มาตรฐานด้านเทคนิค เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (ข) มาตรฐานด้านความปลอดภัย

    (ค) มาตรฐานด้านการเดินรถขนส่งทางราง

    (ง) มาตรฐานด้านคุณลักษณะเฉพาะ

    (จ) มาตรฐานด้านการทดสอบ

    (ฉ) มาตรฐานด้านการตรวจสอบและประเมิน

    (ช) มาตรฐานด้านการซ่อมบำรุงและบำรุงทาง

    (ซ) มาตรฐานด้านผู้ประจำหน้าที่

    (ฌ) มาตรฐานด้านการประกอบกิจการขนส่งทางรางและการให้บริการ

    (ญ) มาตรฐานด้านสิ่ งอำนวยความสะดวกและบริการแก่ผู้ โดยสารและผู้ ใช้บริการ ตามมาตรา ๑๑๗

    (ฎ) มาตรฐานด้านอื่นที่จำเป็นแก่การขนส่งทางราง

    (๔) ศึกษาและวิเคราะห์ข้ อมูลเกี่ ยวกับการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางเพื่ อการขนส่งและทรัพย์สินที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการประกอบการพิจารณากำหนดตามมาตรา ๙ (๕)

    (๕) ประสานงานและติดตามผลการดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐ ในการปฏิบัติตามนโยบาย และแผนพัฒนาการขนส่งทางรางที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามมาตรา ๙ (๑)

    (๖) ร่วมมือและประสานงานด้านการขนส่งทางรางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

    (๗) ส่งเสริมและสนับสนุนเกี่ยวกับการประกอบกิจการขนส่งทางราง รวมถึงการใช้รางและทางเฉพาะ

    (๘) กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินการของผู้ได้รับใบอนุญาตและผู้ประจำหน้าที่ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

    (๙) เสนอแนะ รายงานปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการที่เกี่ยวกับกิจการขนส่งทางราง ต่อคณะกรรมการ

    (๑๐) ให้การรับรองหน่วยงานหรือสถาบันที่ให้การรับรองความรู้และทักษะในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้ประจำหน้าที่ตามมาตรา ๙๖ (๒)

    (๑๑) จัดทำร่างระเบียบวิธีพิจารณาโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๓๓ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี

    (๑๒) รวบรวม จัดทำ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขนส่งทางรางและการประกอบกิจการ ขนส่งทางราง รวมถึงการเป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งทางรางของประเทศ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๑๓) กำกับและติดตามการใช้รางและทางเฉพาะ และการเชื่อมต่อรางเพื่อการขนส่งทางราง ร่วมกันของผู้ได้รับใบอนุญาต เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

    (๑๔) ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

  15. หมวด ๒ การจัดทำโครงการขนส่งทางราง

  16. ส่วนที่ ๑ การจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางราง

    3 มาตรา
  17. ๑๔

    ให้กรมการขนส่งทางรางจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางราง เสนอต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๙

    (๑) แผนพัฒนาการขนส่งทางรางอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

    (๑) เหตุผลและความจำเป็นในการจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางราง

    (๒) กรอบและแนวทางในการกำหนดโครงข่ายหรือแนวเส้นทางของระบบการขนส่งทางราง ที่จำเป็นต่อการขนส่งสาธารณะ เพื่อความต่อเนื่องและประโยชน์ในการบริการประชาชน

    (๓) โครงการขนส่งทางรางตามแผนพัฒนาการขนส่งทางราง โดยกำหนดหน่วยงานของรัฐ ที่เป็นเจ้าของโครงการที่สอดคล้องกับกรอบและแนวทางตาม (๒)

    (๔) รูปแบบการดำเนินการและการลงทุนของโครงการตาม (๓)

    (๕) กรอบระยะเวลาในการดำเนินการตามแผนพัฒนาการขนส่งทางรางตาม

    (๒) และโครงการตาม (๓)

    (๖) รายละเอียดอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

  18. ๑๕

    แผนพัฒนาการขนส่งทางรางมี ๓ ประเภท ได้แก่

    (๑) แผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางระดับประเทศ

    (๒) แผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

    (๓) แผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตภูมิภาคที่เป็นแผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางราง ในเขตภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  19. ๑๖

    เมื่ อกรมการขนส่งทางรางได้จัดทำแผนพัฒนาการขนส่งทางรางเสร็จแล้ว ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ให้กรมการขนส่งทางรางจัดให้มีการเผยแพร่ข้ อมูล ให้ประชาชนทราบและต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง ให้กรมการขนส่งทางรางรวบรวมและจัดทำข้อสรุปความคิดเห็นที่ ได้รับตามวรรคหนึ่ง เพื่อประกอบการพิจารณาแผนพัฒนาการขนส่งทางรางของคณะกรรมการ

  20. ส่วนที่ ๒ การดำเนินโครงการขนส่งทางราง

    9 มาตรา
  21. ๑๗

    ในกรณีที่การดำเนินการโครงการใดตามแผนพัฒนาการขนส่งทางรางจำเป็นต้องได้มา ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือก่อให้เกิดภาระในอสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) ในกรณีที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะให้ดำเนินกิจการขนส่งทางราง ให้รัฐวิสาหกิจนั้น ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายเฉพาะนั้น

    (๒) ในกรณีที่ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ นนั้ นเสนอ กระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน

    (๓) ในกรณีอื่ นนอกจาก (๑) และ

    (๒) ให้กรมการขนส่งทางรางดำเนินการเวนคืน ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วย การจัดหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน

  22. ๑๘

    เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลการจัดสร้างโครงการขนส่งทางรางให้เป็นไป ตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๓

    (๓) ก่อนการจัดสร้าง ให้เจ้าของโครงการ ส่งแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนเกี่ยวกับการจัดสร้างโครงการขนส่งทางราง ให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน ในกรณีที่ ผลการพิจารณาของอธิบดีตามวรรคหนึ่ งเห็นว่า แผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนเกี่ยวกับการจัดสร้างโครงการขนส่งทางรางไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ให้เจ้าของโครงการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามที่อธิบดีเสนอแนะโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของอธิบดีตามมาตรานี้ ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษา เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนเกี่ยวกับการจัดสร้าง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก โครงการขนส่งทางราง ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการแต่งตั้งที่ปรึกษาให้เป็นไปตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด

  23. ๑๙

    ในระหว่างการจัดสร้างโครงการขนส่งทางราง ให้อธิบดีมีอำนาจกำกับดูแล การก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๓

    (๓) ให้เจ้าของโครงการเก็บแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนเกี่ยวกับ การจัดสร้างโครงการขนส่งทางราง และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจดูได้ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการจัดสร้างโครงการขนส่งทางรางไม่เป็นไปตามแบบ หรือก่อสร้างไม่ถูกต้อง ให้แจ้งผู้จัดสร้างโครงการขนส่งทางรางดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลา ที่กำหนด

  24. ๒๐

    ในกรณีที่ มี ความจำเป็นในระหว่างการจัดสร้างโครงการขนส่งทางราง อธิบดีอาจประกาศกำหนดให้บริเวณพื้นที่ใดเป็นเขตความปลอดภัยในระหว่างการจัดสร้างโครงการ ขนส่งทางรางได้ ประกาศตามวรรคหนึ่ง อธิบดีอาจกำหนดกิจกรรมที่ห้ามกระทำหรือจะกระทำได้ตามเงื่อนไข ที่กำหนดได้

  25. ๒๑

    เมื่ อได้จัดสร้างโครงการขนส่งทางรางเสร็จแล้วและพร้อมที่ จะดำเนินการ เดินรถขนส่งทางราง ให้เจ้าของโครงการแจ้งต่ออธิบดีเพื่อทราบและทำการทดสอบการเดินรถขนส่งทางราง ในการทดสอบการเดินรถขนส่งทางราง ให้เจ้าของโครงการจัดให้มีวิศวกรที่ปรึกษาอิสระ ที่เป็นนิติบุคคล และมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานและทดสอบการเดินรถขนส่งทางราง ซึ่งอธิบดีให้ความเห็นชอบ มีหน้าที่ตรวจสอบระบบและความปลอดภัยของการเดินรถขนส่งทางราง พร้อมที่จะให้บริการแก่ประชาชน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบตามวรรคสอง ให้เจ้าของโครงการเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย

  26. ๒๒

    เมื่ อได้ทำการทดสอบการเดินรถขนส่งทางรางแล้ว ก่อนเปิดให้บริการแก่ ประชาชนต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีว่า โครงสร้างของรางและทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ ขนส่งทางรางมีสภาพที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง ที่ออกตามมาตรา ๑๓ (๓)

  27. ๒๓

    ให้กรรมสิทธิ์ในโครงสร้างพื้นฐานทางรางเป็นของรัฐ เมื่อ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๑) ได้มีการจัดสร้างแล้วเสร็จตามเงื่อนไขที่กำหนด ในกรณีที่เป็นใบอนุญาตประกอบกิจการราง เพื่อการขนส่ง

    (๒) ได้มีการอนุญาตให้เดินรถขนส่งทางราง ในกรณีที่เป็นใบอนุญาตประกอบกิจการราง เพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง

  28. ๒๔

    ทรัพย์สิ นที่ ใช้ในการให้บริการขนส่งสาธารณะทางราง ไม่ว่าเป็นของรัฐ หรือของเอกชน ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

  29. ๒๕

    ในกรณีที่ เอกชนเป็นผู้ดำเนินโครงการขนส่งทางรางหรือประกอบกิจการขนส่ง ทางรางเพื่ อกิจการของตน โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนและดำเนินกิจการบนพื้นที่ของเอกชนทั้งหมด ให้แจ้งกรมการขนส่งทางรางทราบถึงการดำเนินโครงการขนส่งทางรางหรือการประกอบกิจการขนส่งทางรางนั้น โดยหากมีการก่อสร้างรางเพื่อการขนส่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีก่อน ทั้งนี้ การดำเนิน โครงการขนส่งทางรางหรือการประกอบกิจการขนส่งทางรางของเอกชนจะต้องปฏิบัติ ให้เป็นไป ตามมาตรฐานการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจเรียกให้เอกชน ผู้ดำเนินโครงการขนส่งทางรางหรือประกอบกิจการขนส่งทางรางนั้นจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีอำนาจเรียกให้เอกชนผู้นั้นเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาได้ การประกอบกิจการขนส่งทางรางตามมาตรานี้ มิให้ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วย การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

  30. หมวด ๓ เขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง

    6 มาตรา
  31. ๒๖

    ให้เจ้าของโครงการกำหนดและจัดให้มีเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัย ระบบรถขนส่งทางรางตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการกำหนดเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางรางให้คำนึงถึง ประโยชน์ในการบำรุงรักษาและความปลอดภัยของการขนส่งทางราง ตลอดจนความปลอดภัยของบุคคล ซึ่ งอยู่ ในระบบการขนส่งทางราง รวมทั้ งให้คำนึงถึงสภาพพื้ นที่ และสภาพแวดล้อมด้วย ทั้ งนี้ ต้องสอดคล้องกับหลักวิศวกรรมและมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้มีการกำหนดเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางรางตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เจ้าของโครงการแจ้งให้กรมการขนส่งทางรางพร้อมทั้งแผนผังแสดงแนวเขตดังกล่าวเพื่อประกาศ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในราชกิจจานุเบกษา และให้กรมการขนส่งทางรางปิดสำเนาประกาศดังกล่าว ณ ที่ทำการองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่ น ที่ ว่าการอำเภอหรือกิ่ งอำเภอ ที่ ทำการกำนัน และที่ ทำการผู้ ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ ให้เจ้าของโครงการจัดทำและแสดงเครื่ องหมายแสดงแนวเขตระบบรถขนส่งทางราง และเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางรางตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

  32. ๒๗

    ห้ามมิให้ผู้ ใดกระทำการใด ๆ ที่ อาจเป็นอันตรายหรือกระทบกระเทือน ต่อระบบรถขนส่งทางรางในเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้

  33. ๒๘

    ภายในเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดข้อห้ามการกระทำการใด ๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อการขนส่งทางราง หรือข้อกำหนดอันเป็นเงื่อนไขในการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ที่อาจมีผลกระทบต่อการขนส่งทางราง ประกาศตามวรรคหนึ่งต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ปิดประกาศไว้ในบริเวณใกล้เคียง กับเขตระบบรถขนส่งทางรางหรือเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง รวมทั้งแจ้งให้ผู้มีอำนาจอนุญาต หรือสั่งการใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทราบ ในการอนุญาตหรือสั่งการใดๆ ให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ที่อยู่ภายในเขตระบบรถขนส่งทางรางหรือเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง ให้ผู้มีอำนาจอนุญาต หรือสั่ งการใด ๆ ตามวรรคสอง พิจารณาตรวจสอบให้เป็นไปตามประกาศตามวรรคหนึ่ งก่อน และแจ้งให้อธิบดีทราบด้วย ในการพิจารณาอนุญาตหรือสั่งการใด ๆ ตามวรรคสาม ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตหรือสั่งการใด ๆ ให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแจ้งให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเข้าร่วมการพิจารณาและให้เจ้าของโครงการ หรือผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วย

  34. ๒๙

    เมื่อได้มีประกาศตามมาตรา ๒๘ แล้ว อธิบดีจะออกข้อกำหนดให้การกระทำใดๆ ที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่การขนส่งทางรางเป็นการกระทำที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางรางก็ได้ ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าวต้องแสดงรายละเอียดและเหตุผลให้ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะการกระทำและผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ข้อกำหนดตามวรรคหนึ่งต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องปิดประกาศไว้ในบริเวณใกล้เคียง กับเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง

  35. ๓๐

    ผู้ ใดก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้ อถอนอาคารหรือสิ่ งปลูกสร้างอย่างอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในเขตปลอดภัยระบบรถขนส่งทางราง โดยมิได้รับอนุญาตหรือสั่งการใด ๆ หรือได้รับอนุญาตหรือได้รับการสั่งการแต่มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กำหนดในใบอนุญาตหรือคำสั่งนั้น ๆ ให้อธิบดีแจ้งให้ผู้มีอำนาจอนุญาตหรือสั่งการใด ๆ ให้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้ อถอนอาคารหรือสิ่ งปลูกสร้างอย่างอื่ นตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทราบเป็นหนังสือเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ต่อไปโดยเร็ว ในระหว่างการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากมีเหตุที่เห็นได้ว่าการกระทำนั้นอาจเป็นอันตราย แก่การขนส่งทางราง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งระงับการกระทำดังกล่าวหรือสั่งให้กระทำการใดเพื่อป้องกัน เหตุดังกล่าวเท่าที่จำเป็น

  36. ๓๑

    ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการกิจการอันเป็นสาธารณูปโภค มีความจำเป็นต้องปักเสา พาดสาย วางท่อ หรือกระทำการใด ๆ ภายในเขตระบบรถขนส่งทางราง ให้หน่วยงานของรัฐนั้นแจ้งให้กรมการขนส่งทางรางและเจ้าของโครงการหรือผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานทราบ เพื่ อทำความตกลงร่วมกัน และเมื่ อได้ทำความตกลงร่วมกันแล้ว จึงจะกระทำการนั้ นได้ ทั้ งนี้ อธิบดีอาจกำหนดเงื่อนไขในการดำเนินการเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่เขตระบบรถขนส่งทางรางได้ กรณีที่ การกระทำตามวรรคหนึ่ ง ได้กระทำโดยไม่ได้มีการตกลงร่วมกัน หรือไม่เป็นไป ตามที่ตกลงร่วมกัน หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้นำความในมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม

  37. หมวด ๔ การประกอบกิจการขนส่งทางราง

  38. ส่วนที่ ๑ การขออนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง

    14 มาตรา
  39. ๓๒

    ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการขนส่งทางราง เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี การขอรับใบอนุญาต การอนุญาต และการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  40. ๓๓

    การประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตน ผู้ประกอบกิจการนั้น ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๒ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี และต้องปฏิบัติให้เป็นไป ตามมาตรฐานการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีมีอำนาจเรียกให้ผู้ ประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่ อกิจการของตนจัดส่งข้อมูล หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการตามวรรคหนึ่ง และมีอำนาจเรียกให้ผู้ประกอบกิจการ ขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบได้

  41. ๓๔

    ใบอนุญาตมี ๓ ประเภท ได้แก่

    (๑) ใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่ง

    (๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการเดินรถขนส่งทางราง

    (๓) ใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่งและการเดินรถขนส่งทางราง

  42. ๓๕

    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๓๖

    (๒) มีเงินทุนเพียงพอแก่การประกอบกิจการขนส่งทางรางตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๓) มีบุคลากรซึ่งมีความรู้และความชำนาญเพียงพอในการประกอบกิจการขนส่งทางราง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๔) คุณสมบัติและลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่การประกอบกิจการขนส่งทางรางจำเป็นต้องใช้บุคลากรซึ่งมีความรู้และความชำนาญ ที่ผู้ขอรับใบอนุญาตยังไม่มีตามกฎกระทรวงตาม

    (๓) และเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต่อการประกอบกิจการ ขนส่งทางราง รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจยกเว้นคุณสมบัติ ตาม

    (๓) เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง สามารถจ้างบุคลากรซึ่งมีความรู้และความชำนาญนั้น เป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่กำหนดได้

  43. ๓๖

    ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นหน่วยงานของรัฐหรือนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร โดย

    (๑) มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการขนส่งทางราง หากมีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการอื่นด้วย จะต้องเป็นวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการขนส่งทางรางตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

    (๒) มีทุนจดทะเบียนตามจำนวนที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ และทุนจดทะเบียนดังกล่าวต้องเป็นของผู้มีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๓๗ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) อำนาจการบริหารกิจการอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดในมาตรา ๓๘

    (๔) กรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการไม่มีลักษณะต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในมาตรา ๓๙

    (๕) ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต

    (๖) ลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำ (๒) (๓) และ

    (๔) มาใช้บังคับ

  44. ๓๗

    ผู้ ขอรับใบอนุญาตต้องมีทุ นไม่น้ อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้ งหมด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลประเภทใดโดยลำพังหรือหลายประเภทรวมกัน ดังต่อไปนี้

    (๑) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย

    (๒) กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ

    (๓) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งทุนไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดของทุนทั้งหมด เป็นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ทั้งนี้ หุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ ให้นับเป็นทุนของบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

    (๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดทั้งหมดมีสัญชาติไทย และทุนของห้างหุ้นส่วนนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดเป็นของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย

    (๕) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดมีสัญชาติไทย

    (๖) นิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นิติ บุ คคลตามวรรคหนึ่ ง (๓) (๔) (๕) และ

    (๖) ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร และในกรณีที่นิติบุคคลดังกล่าวมีนิติบุคคลเป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วน นิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนนั้นจะต้องมีทุนเป็นของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยด้วย

  45. ๓๘

    อำนาจการบริหารกิจการของผู้ ขอรับใบอนุญาตต้องอยู่ ภายใต้การควบคุม ของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทย ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าอำนาจการบริหารกิจการไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคล ซึ่งมีสัญชาติไทย

    (๑) มีกรรมการที่ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป

    (๒) ผู้มีอำนาจจัดการไม่มีสัญชาติไทย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) มีการบริหารกิจการที่อยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามลักษณะและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง

  46. ๓๙

    กรรมการหรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๒) เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

    (๔) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอน ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งสาธารณะอันเป็นผลมาจากการบริหารกิจการของผู้นั้น เว้นแต่ผู้ขอรับ ใบอนุญาตได้พ้นจากการถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ผู้ขอรับใบอนุญาต ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

    (๕) เคยถูกลงโทษทางวินัยให้พ้ นจากตำแหน่งในส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่

    (๖) เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    (๗) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอันเนื่องมาจาก การกระทำความผิดที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๘) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจจัดการของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอน ใบอนุญาตประกอบกิจการอันเนื่องจากกระทำความผิดที่เป็นผลมาจากการบริหารกิจการของผู้นั้น ที่กระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๙) ลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  47. ๔๐

    เมื่อมีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้อธิบดีมีหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต ดังกล่าว รวมทั้ งคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ ยื่ นคำขอรับใบอนุญาต สัญญาเข้าใช้ราง เพื่อการขนส่งร่วมกัน สัญญาการเข้าใช้รางเพื่อการขนส่ง และเอกสารและหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาหกสิบวัน ถ้าพบว่าคำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องหรือครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีเอกสารและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน รวมทั้ง มีคุ ณสมบัติ และไม่มี ลักษณะต้องห้าม ให้อธิบดีเสนอเรื่ องต่อรัฐมนตรีเพื่ อออกใบอนุญาตให้แก่ ผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนั้นต่อไป ในการออกใบอนุญาตตามวรรคสอง รัฐมนตรีอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการ ขนส่งทางรางไว้ในใบอนุญาตด้วยได้ รวมทั้งจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบกิจการขนส่งทางรางเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ออกใบอนุญาตด้วยก็ได้ โดยต้องพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ รวมตลอดถึงประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวกรณีเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชนจะต้องคำนึงถึงภาระผูกพันที่เกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนด้วย

  48. ๔๑

    ใบอนุญาตแต่ละประเภท ให้มี อายุตามที่ กำหนดไว้ในใบอนุญาตนับแต่ วันที่ออกใบอนุญาต แต่ต้องไม่เกินสามสิบปี การต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  49. ๔๒

    เมื่ อปรากฏว่าผู้ ได้รับใบอนุญาต มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ ง ดังต่อไปนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว อธิบดีอาจสั่ งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ ได้รับใบอนุญาตนั้ นได้ โดยพิจารณาถึงความร้ายแรงของเหตุที่ปรากฏและผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน

    (๑) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๓๗

    (๒) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขในมาตรา ๓๘ หรือมาตรา ๓๙

    (๓) ไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางจนอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

    (๔) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

    (๕) ไม่สามารถจะดำเนินการตามเงื่ อนไขหรือข้อกำหนดได้ และการไม่ดำเนินการนั้น จะเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายหรือเสื่อมต่อประโยชน์ประชาชน

  50. ๔๓

    ในกรณีที่ปรากฏเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ให้อธิบดีเสนอต่อรัฐมนตรี เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ได้รับใบอนุญาต

    (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตอันเป็นเหตุให้เพิกถอนใบอนุญาตได้

    (๒) ไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางรางจนอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างร้ายแรง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๓) กรณีอธิบดีมีคำสั่งให้แก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา ๔๒ แต่ผู้ได้รับใบอนุญาต ไม่ปฏิบัติหรือแก้ไขให้ถูกต้องได้หรือภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตด้วย หรือไม่ก็ตาม เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตส่งคืน ใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

  51. ๔๔

    ผู้ ได้รับใบอนุญาตซึ่ งถูกสั่ งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิ ทธิอุ ทธรณ์ ต่อรัฐมนตรีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต

  52. ๔๕

    ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับ ใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงเหตุดังกล่าว การขอรับใบแทนและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง

  53. ส่วนที่ ๒ หน้าที่ของผู้ประกอบกิจการขนส่งทางราง

    9 มาตรา
  54. ๔๖

    ผู้ ได้รับใบอนุญาตต้องประกอบกิจการตามประเภทและเงื่ อนไขที่ กำหนด ในใบอนุญาต รวมทั้งมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) ดำเนินการประกอบกิจการขนส่งทางรางให้เป็นไปตามมาตรฐานการขนส่งทางราง ที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา ๑๓ (๓)

    (๒) จัดให้มีผู้ประจำหน้าที่และบุคลากรอย่างเพียงพอ และมีระบบควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ประจำหน้าที่และบุคลากรดังกล่าว

    (๓) จัดให้มีคู่มือและเอกสารการปฏิบัติการตามประเภทของการประกอบกิจการขนส่งทางราง สำหรับผู้ ประจำหน้าที่ และบุคลากรอย่างครบถ้วน และปรับปรุงหรือแก้ไขคู่ มื อและเอกสาร การปฏิบัติการดังกล่าวให้ทันสมัยอยู่เสมอ

    (๔) จัดส่งรายงานการประกอบกิจการและงบกระแสเงินสดทุกๆ หกเดือน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๕) ให้บริการแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการอย่างเสมอภาค และจัดเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ ให้เป็นไปตามมาตรา ๕๕

    (๖) ให้ความร่วมมือแก่อธิบดี ผู้ตรวจการขนส่งทางราง นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

    (๗) ในกรณีที่ มี เหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ อาจส่งผลกระทบด้านความปลอดภัย สุขอนามัย หรือสิ่งแวดล้อม ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๘) หน้าที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  55. ๔๗

    ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ ง จะต้องกำหนดการจัดให้มี การประกันภัยให้เหมาะสมกับ ประเภทใบอนุญาตและขนาดของโครงการ โดยอาจกำหนดให้มีผู้รับประกันภัยตั้งแต่สองรายขึ้นไป หรือต้องวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลไทยอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกัน หรือเป็นสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งทำกับบริษัทประกันภัยที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ

  56. ๔๘

    ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้หรือจะทำให้การเดินรถขนส่งทางรางต้องหยุดชะงัก หรือมีเหตุฉุกเฉินหรือเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งทางรางอย่างมีนัยสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งเหตุ ดังกล่าวต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายโดยเร็ว กรณีใดที่ จะถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งทางรางอย่างมีนัยสำคัญตามวรรคหนึ่ง อธิบดีอาจประกาศกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของผู้ได้รับใบอนุญาตไว้ด้วยก็ได้

  57. ๔๙

    ในการประกอบกิจการขนส่งทางราง ผู้ ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งทางรางและการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่ประกอบกิจการขนส่งทางรางตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  58. ๕๐

    ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องให้บริการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก ในกรณีที่มีเหตุอันทำให้หรือจะทำให้การเดินรถขนส่งทางรางต้องหยุดชะงักหรือมีเหตุฉุกเฉิน ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งให้อธิบดีทราบโดยทันที และดำเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในกรณีที่ ผู้ ได้รับใบอนุญาตจะต้องพักหรือหยุดให้บริการขนส่งทางรางเป็นการชั่ วคราว ตามแผนการซ่อมบำรุง ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตแจ้งแผนการซ่อมบำรุงให้อธิบดีทราบเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  59. ๕๑

    ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องส่งบัญชีแสดงฐานะทางการเงินและงบการเงินให้แก่อธิบดีทราบ รวมทั้งรายงานประจำปี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  60. ๕๒

    ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตโอนสิทธิตามใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศ กำหนด

  61. ๕๓

    กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตรายใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือประสงค์ จะเลิกประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้มีหนังสือแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้า ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตมีสถานะหรือมีการดำเนินงานอยู่ในลักษณะที่ไม่อาจประกอบกิจการต่อไปได้ ให้กรมการขนส่งทางรางเข้าไปดำเนินกิจการแทนผู้ได้รับใบอนุญาต ในการดำเนินกิจการตามวรรคสอง ให้อธิบดีเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่ อออกคำสั่ง ให้กรมการขนส่งทางรางควบคุมการประกอบกิจการขนส่งทางราง โดยต้องแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ได้รับ ใบอนุญาตทราบ และประกาศให้สาธารณชนทราบตามวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด กรมการขนส่งทางรางอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่ อมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการประกอบกิจการขนส่งทางรางเข้าดำเนินกิจการ ขนส่งทางรางแทนจนกว่าเหตุในการควบคุมการประกอบกิจการขนส่งทางรางจะสิ้นสุดลงได้ ให้ถือว่าหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เข้าดำเนินกิจการขนส่งทางรางแทนเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ วิธีปฏิบัติงานและการดำเนินกิจการขนส่งทางรางแทน ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

  62. ๕๔

    ในกรณีที่มีสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่มีการเดินรถขนส่ง ทางรางระหว่างกัน ให้ถื อว่าใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางของประเทศที่มีสนธิสัญญา หรือความตกลงนั้นเป็นใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางของต่างประเทศ จะเดินรถขนส่งทางรางเข้ามา ในราชอาณาจักร หรือไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยผ่านเข้ามาในราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามอนุสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศ หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  63. ส่วนที่ ๓ การกำหนดอัตราค่าโดยสารและค่าบริการ

    4 มาตรา
  64. ๕๕

    ผู้ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิเรียกเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการในการขนส่งทางราง จากการประกอบกิจการขนส่งทางราง ทั้ งนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่ ผู้ ได้รับใบอนุญาตกำหนด แต่ต้องไม่เกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการประกาศกำหนด การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิ นที่ จำเป็น ในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการของผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องเหมาะสมและเป็นธรรม แก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ และต้องสอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและประเภทของการให้บริการ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องประกาศอัตราค่าโดยสาร อัตราค่าขนส่ง อัตราค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และอัตราค่าบริการให้สาธารณชน ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่จะบังคับใช้อัตรานั้น

  65. ๕๖

    ในการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในการกำหนดอัตราขั้นสูงตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    (๑) ภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป เช่น อัตราเงินเฟ้อ ค่าแรงขั้นต่ำ

    (๒) สิทธิของผู้ โดยสารบางกลุ่ ม เช่น ผู้ สู งอายุ เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส

    (๓) การบูรณาการค่าโดยสารระหว่างค่าโดยสารรถขนส่งทางรางกับการให้บริการขนส่งสาธารณะ รูปแบบอื่น

    (๔) หลักเกณฑ์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้คณะกรรมการเปิดเผยสูตรหรือวิธีการที่ใช้ในการคำนวณเพื่อกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิ นที่ จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ รวมทั้งข้อมูลค่าตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณ ยกเว้นในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่า ตัวแปรดังกล่าวเป็นข้อมูลลับทางการค้าของผู้ได้รับใบอนุญาต เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  66. ๕๗

    ให้มีการทบทวนอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการทุกห้าปี ในระหว่างระยะเวลาห้าปี เมื่ อมีการเปลี่ ยนแปลงของข้อเท็จจริงในหลักเกณฑ์ที่ ใช้ ในการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการ ขนส่งทางราง และค่าบริการอย่างมีนัยสำคัญ คณะกรรมการหรือผู้ ได้รับใบอนุญาตอาจร้องขอ ให้มีการทบทวนการกำหนดอัตราขั้นสูงของค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิน ที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการได้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอทบทวนอัตราขั้นสูงตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไป ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๕๖ วรรคสองด้วย

  67. ๕๘

    เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงบริการรถขนส่งทางราง คณะกรรมการอาจกำหนดประเภท ของบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสาร หรือได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร

  68. หมวด ๕ การใช้รางเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกัน

  69. ส่วนที่ ๑ การเชื่อมต่อรางเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกัน

    4 มาตรา
  70. ๕๙

    เจ้าของโครงการ หรือเอกชนเจ้าของรางหรือทางเฉพาะ มีหน้าที่ต้องยินยอม ให้มีการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกันเมื่อมีการร้องขอและได้รับความเห็นชอบจาก อธิบดี โดยปฏิบัติต่อผู้ขอเชื่อมต่อทุกรายอย่างเป็นธรรม สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ รางหรือทางเฉพาะที่ต้องมีการใช้ร่วมกันให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งทางรางร่วมกัน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

  71. ๖๐

    ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งต้องมีการใช้รางหรือทางเฉพาะร่วมกันตามมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการเจรจาทำความตกลงในสัญญาการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกัน รวมถึงเงื่อนไขที่จำเป็นในการใช้รางหรือทางเฉพาะร่วมกันด้วยเจตนาสุจริต เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๒) อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางในการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะ เพื่อการขนส่งของตนเอง โดยไม่เป็นการขัดขวางการขนส่งของรายอื่น

    (๓) ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะ เพื่อการขนส่งร่วมกัน เว้นแต่กรณีเป็นข้อกำหนดตามโครงการสัมปทาน

    (๔) ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้ได้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อราง หรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกัน

    (๕) จัดทำและเปิดเผยหนังสือแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะ เพื่อการขนส่งร่วมกันของตน โดยวิธีการและรายละเอียดให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด กรณีตาม

    (๑) หากเจรจากันแล้วไม่ได้ข้อยุติ ให้เสนอคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถ ขนส่งทางรางเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางให้เป็นที่สุด

  72. ๖๑

    ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานอาจปฏิเสธไม่ให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางรายอื่น ร่วมเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกันของตนเองได้ เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ความจุของรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การให้ผู้ประกอบกิจการ ขนส่งทางรางรายอื่นร่วมใช้ประโยชน์รางหรือทางเฉพาะ

    (๒) การเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกันมีปัญหาทางเทคนิคที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบต่อการขนส่งทางราง หรือเป็นเหตุขัดขวางการขนส่งทางราง ให้ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานซึ่งปฏิเสธไม่ให้เชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกัน มีหน้าที่ชี้แจงหรือแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้นต่อคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง เพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด และให้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น

  73. ๖๒

    ในการเชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะที่ใช้ร่วมกันตามส่วนนี้ ให้เจ้าของโครงการ เอกชนเจ้าของรางหรือทางเฉพาะ หรือผู้ได้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อรางหรือทางเฉพาะที่ใช้ร่วมกัน มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่เป็นธรรม การกำหนดค่าตอบแทนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  74. ส่วนที่ ๒ การจัดสรรความจุ ตารางเวลาการเดินรถขนส่งทางราง และเส้นทาง

    11 มาตรา
  75. ๖๓

    ให้มีคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอีกไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี จากผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางราง ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการ ในกรมการขนส่งทางรางจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  76. ๖๔

    ให้คณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางมีหน้าที่ และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง

    (๒) ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง ที่เกี่ยวกับการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง

    (๓) วินิจฉัยชี้ขาดตามมาตรา ๖๐ และมาตรา ๖๑

    (๔) ประสานงานกับหน่วยงานหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง เพื่อขอสนับสนุนข้อมูลและความร่วมมือด้านต่าง ๆ

    (๕) พิจารณาความเหมาะสมของการใช้ประโยชน์รางหรือทางเฉพาะ

  77. ๖๕

    ให้คณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางมีอำนาจพิจารณา หรือทบทวนการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง หรือปรับเปลี่ยนเวลาการเดินรถขนส่งทางราง หรือปรับขีดความสามารถของความจุทาง ซึ่งจะกระทบต่อการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางได้

  78. ๖๖

    ให้นำความในมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการจัดสรร เวลาการเดินรถขนส่งทางรางด้วยโดยอนุโลม

  79. ๖๗

    ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการของคณะกรรมการ จัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง ให้ได้รับประโยชน์หรือค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  80. ๖๘

    ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานมีหน้าที่จัดสรรความจุ ตารางการเดินรถขนส่งทางราง และเส้นทาง โดยต้องดำเนินการบนพื้นฐานของความเป็นกลาง โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และจะต้องไม่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

    (๑) มีเงื่อนไขอันเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือกีดกันผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางรายอื่น

    (๒) มีเงื่อนไขอันอาจเป็นเหตุให้เกิดการผูกขาด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการขนส่งทางราง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก การจัดสรรความจุ ตารางการเดินรถขนส่งทางราง และเส้นทางของผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐาน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางประกาศกำหนด

  81. ๖๙

    ภายใต้บังคับมาตรา ๖๕ ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริการประชาชน ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานอาจกำหนดเพิ่มจำนวนเที่ยวในการให้บริการเดินรถขนส่งทางรางได้

  82. ๗๐

    ผู้ จัดการโครงสร้างพื้ นฐานของรางหรือทางเฉพาะที่ ต้ องมีการใช้ร่ วมกัน ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๙ วรรคหนึ่ง มีหน้าที่ต้องยินยอมให้มีการเข้าร่วมใช้ราง หรือทางเฉพาะได้ ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำและเปิดเผยเอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะ เพื่ อให้ผู้ ซึ่ งประสงค์จะประกอบกิจการเดินรถขนส่งทางราง สามารถเข้าถึงข้อมูลโครงข่ายราง หรือทางเฉพาะ รายการของเอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ จัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางรางประกาศกำหนด

  83. ๗๑

    ก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่ออธิบดี ให้ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบกิจการขนส่ง ทางรางเข้าดำเนินการจัดทำสัญญาการเข้าใช้รางหรือทางเฉพาะกับผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐาน

  84. ๗๒

    ภายใต้บังคับมาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๖ ค่าใช้ประโยชน์จากรางและทรัพย์สิน ที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐาน และผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งได้ตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ ค่าตอบแทนดังกล่าวต้องเป็นอัตรา ที่เป็นธรรม สมเหตุสมผลและไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

  85. ๗๓

    ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางรายใดซึ่งเป็นเอกชนประสงค์เข้าร่วมใช้ราง หรือทางเฉพาะที่เป็นของหน่วยงานของรัฐ ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานของรางหรือทางเฉพาะนั้น อาจยินยอมให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางนั้น เข้าร่วมใช้รางหรือทางเฉพาะนั้นได้ โดยให้ดำเนินการ จัดทำสัญญาการเข้าใช้รางหรือทางเฉพาะเพื่อการขนส่งร่วมกันกับผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานของราง หรือทางเฉพาะนั้น การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  86. หมวด ๖ การสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    1 มาตรา
  87. ๗๔

    ในหมวดนี้ “อุบัติเหตุ” หมายความว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางรางอันเป็นผล ให้รถขนส่งทางราง ระบบการขนส่งทางราง หรือรางเพื่อการขนส่งได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นการชน การตกราง หรือเหตุอื่นใดอันก่อให้เกิดความเสียหาย หรือมีบุคคลได้รับอันตราย แก่ชีวิตและร่างกายอันเกิดจากรถขนส่งทางราง เพลิงไหม้ หรือเหตุอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางราง ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์กำหนด “อุบัติเหตุร้ายแรง” หมายความว่า อุบัติเหตุที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีที่ รถขนส่งทางรางชนกันหรือตกราง ซึ่ งมีผู้ เสียชีวิ ตหรือผู้ บาดเจ็บสาหัส เป็นจำนวนมาก หรือเกิดความเสียหายอย่างมากต่อรถขนส่งทางราง ระบบการขนส่งทางราง หรือรางเพื่อการขนส่ง หรือต่อโครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งแวดล้อม

    (๒) กรณีเหตุอื่นใด ซึ่งมีผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก หรือเกิดความเสียหาย อย่างมากต่อรถขนส่งทางราง ระบบการขนส่งทางราง หรือรางเพื่อการขนส่ง หรือต่อโครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งแวดล้อม “อุบัติ การณ์” หมายความว่า เหตุการณ์อื่ นใดที่ เกิดขึ้ นเกี่ ยวข้องกับการขนส่งทางราง อันเป็นผลให้รถขนส่งทางราง ระบบการขนส่งทางราง หรือรางเพื่ อการขนส่ง ซึ่ งมีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานหรือความปลอดภัยของการขนส่งทางราง แต่ไม่รวมถึงอุบัติเหตุ “การสอบสวน” หมายความว่า กระบวนการเกี่ยวกับการรวบรวม การบันทึกและวิเคราะห์ ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง การสรุปสาเหตุและปัจจัยเกื้อหนุน การออกข้อเสนอแนะ เพื่อความปลอดภัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

  88. ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    5 มาตรา
  89. ๗๕

    ให้มีคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์คณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการอีกไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี จากผู้ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางราง ด้านวิศวกรรม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านกฎหมาย หรือด้านอื่นที่เกี่ยวกับการขนส่งทางราง อันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ให้อธิบดีเป็นเลขานุการ และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมการขนส่งทางรางจำนวนไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ การแต่งตั้งประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  90. ๗๖

    นอกจากคุณสมบัติตามมาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ด้วย

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี

    (๓) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

    (๔) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือขัดกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    (๕) ไม่เป็นกรรมการในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่ งมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือขัดกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    (๖) ไม่เป็นกรรมการ หรือดำรงตำแหน่งหรือประกอบการใด ๆ ในกิจการของเอกชน หรือองค์กรวิชาชีพ ซึ่งอาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือขัดกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ สอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    (๗) คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการของคณะกรรมการ สอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ ต้องแสดงเอกสารหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้ลาออกหรือพ้นจากตำแหน่ง หรือการประกอบการตาม (๔) (๕) หรือ

    (๖) ต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง หากผู้ได้รับการแต่งตั้งนั้นมิได้ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

  91. ๗๗

    ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการของคณะกรรมการ สอบสวนอุบัติ เหตุและอุบัติ การณ์มี วาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ ปี นับแต่วันที่ ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการขึ้นใหม่ ให้นำความในมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุ และอุบัติการณ์ด้วยโดยอนุโลม

  92. ๗๘

    คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง และอุบัติการณ์

    (๒) ดำเนินการสอบสวนอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง และอุบัติการณ์

    (๓) วิเคราะห์ข้อมูลความปลอดภัยด้านการขนส่งทางราง และข้อมูลอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง และอุบัติการณ์

    (๔) จัดทำรายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง และอุบัติการณ์

    (๕) เสนอแนะมาตรการเชิงป้องกันให้แก่หน่วยงานที่มีอำนาจเกี่ยวกับการขนส่งทางราง กรณีที่ตรวจพบในระหว่างการสอบสวนว่าจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

    (๖) จัดทำข้อเสนอแนะเพื่อความปลอดภัยให้กับผู้เกี่ยวข้อง และติดตามการดำเนินการ

    (๗) จัดทำรายงานผลการดำเนินการประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการ

    (๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ หรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์อาจแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการใดๆ ตามที่คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มอบหมายได้

  93. ๗๙

    ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการของคณะกรรมการ สอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ รวมทั้งอนุกรรมการที่คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์แต่งตั้ง ได้รับประโยชน์หรือค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  94. ส่วนที่ ๒ การสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    8 มาตรา
  95. ๘๐

    เมื่ ออธิบดีหรือผู้ ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้รับแจ้งอุบัติเหตุ อุบัติ เหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ ให้แจ้งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์เพื่อทำการสอบสวนโดยเร็ว เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  96. ๘๑

    เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มีอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เข้าไปในรถขนส่งทางราง บริเวณที่ตั้งราง สถานที่ หรือทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการราง ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง และอุบัติการณ์

    (๒) ควบคุม ตรวจหรือค้นรถขนส่งทางราง ราง สถานที่ สิ่งของ หรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับกิจการขนส่งทางรางที่ประสบอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์

    (๓) ตรวจหรือค้นเอกสารหรือวัตถุใดอันเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน ในกรณี ที่ มีความจำเป็นเพื่ อประโยชน์แห่งการสอบสวน ให้มีอำนาจยึดหรือเข้าควบคุมเอกสารหรือวัตถุ อันเป็นหลักฐานดังกล่าวได้ แต่ต้องจัดทำบัญชีเอกสารและวัตถุดังกล่าวให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองเอกสาร หรือวัตถุนั้นไว้ด้วย

    (๔) ตรวจสอบหรือสั่ งให้มีการตรวจสอบรถขนส่งทางราง ราง สถานที่ หรือทรัพย์สิน ที่ใช้ในการประกอบกิจการขนส่งทางรางที่ประสบอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์โดยไม่ชักช้า เพื่อนำผลมาประกอบการสอบสวน

    (๕) ขอให้บุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุใดอันเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ กิจการขนส่งทางรางซึ่งเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ ง คณะกรรมการสอบสวนอุบัติ เหตุและอุบัติ การณ์ อาจมอบหมายให้หน่วยงาน หรือบุคคลซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์แต่งตั้ง ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งทั้งหมดหรือบางส่วน และอาจร้องขอให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่อื่น ที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการหรือสนับสนุนได้

  97. ๘๒

    ในการสอบสวนอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องเป็นไปเพื่ อประโยชน์ในการใช้ข้ อมูลสำหรับการปรับปรุงความปลอดภัยในการขนส่งทางราง เพื่อป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นอีก โดยมิใช่เป็นการสอบสวน เพื่อการกล่าวโทษบุคคลหรือกำหนดให้บุคคลใดต้องรับผิดไม่ว่าทางใด ๆ การสอบสวนตามส่วนนี้ นอกจากการดำเนินการให้เป็นไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องดำเนินการ แยกออกจากการสอบสวนหรือการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่และอำนาจสอบสวนตามกฎหมายที่มุ่งหมายให้ได้ตัวผู้กระทำให้เกิดเหตุดังกล่าว หรือบุคคลใดซึ่งจะต้องรับโทษตามกฎหมาย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์อาจจัดให้มี การทำข้อตกลงการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายอื่นได้

  98. ๘๓

    ในการสอบสวนตามมาตรา ๘๒ คณะกรรมการสอบสวนอุบัติ เหตุและอุบัติ การณ์ ต้องดำเนินการโดยอิสระ และปราศจากการแทรกแซง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และคำนึงถึง ความมุ่งหมายในการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง อุบัติการณ์ และความปลอดภัย ในการขนส่งทางรางเป็นสำคัญ ห้ามมิให้หน่วยงานตามมาตรา ๘๒ วรรคสาม เรียกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือกรรมการของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติ การณ์ หรืออนุกรรมการที่คณะกรรมการ สอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์แต่งตั้ง รวมถึงหน่วยงานหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายเกี่ยวกับ การสอบสวนตามส่วนนี้ ไปเป็นพยานในข้อกล่าวหาและความรับผิดในการดำเนินการสอบสวน ของหน่วยงานดังกล่าว

  99. ๘๔

    เพื่ อประโยชน์ในการสอบสวนและการรักษาไว้ซึ่ งพยานหลักฐาน ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ประกาศกำหนดพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ และบริเวณโดยรอบของพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ควบคุมการสอบสวน และประกาศให้ทราบ เป็นการทั่วไป โดยกำหนดระยะเวลาได้ไม่เกินสิบห้าวัน และหากมีความจำเป็นอาจขยายระยะเวลาได้ ไม่เกินสิบห้าวัน ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงแนวเขตพื้นที่ควบคุมการสอบสวนดังกล่าวไว้ด้วย เมื่ อได้มี การประกาศพื้ นที่ ควบคุมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ งแล้ว ห้ามมิให้บุ คคลใด ซึ่งไม่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ควบคุมการสอบสวน หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เว้นแต่ ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุ และอุบัติการณ์มอบหมาย ในกรณีที่ไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมพื้นที่ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุ และอุบัติการณ์ประกาศยกเลิกพื้นที่ควบคุมการสอบสวน

  100. ๘๕

    ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ ให้ผู้ประจำหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ เข้ารับการตรวจทางการแพทย์โดยเร็ว หากผู้ ประจำหน้าที่ ไม่เข้ารับการตรวจ ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติ เหตุและอุบัติ การณ์หรือ ผู้ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มอบหมายมีอำนาจควบคุมผู้ประจำหน้าที่นั้น เพื่อนำตัวไปรับการตรวจทางการแพทย์ได้ และให้ผู้ประจำหน้าที่นั้นส่งผลการตรวจทางการแพทย์ ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์โดยไม่ชักช้า เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  101. ๘๖

    ในการสอบสวนตามส่วนนี้ ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน รักษาความลับของข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวกับ การสอบสวนที่อยู่ในความครอบครองหรือพิทักษ์ของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์มอบหมาย โดยจะเปิดเผยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานดังกล่าว ได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งการสอบสวนเท่านั้น ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ได้แก่

    (๑) บันทึกเสียงภายในห้องควบคุม บันทึกภาพขณะทำการเดินรถขนส่งทางราง และข้อความ ที่ถอดจากบันทึกดังกล่าว

    (๒) บันทึกข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวกับการสอบสวน ดังต่อไปนี้

    (ก) ถ้อยคำของบุคคลซึ่งให้ไว้ต่อคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์

    (ข) การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องในการปฏิบัติการขนส่งทางราง

    (ค) ข้อมูลทางการแพทย์หรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่ งเกี่ ยวข้องกับอุบัติ เหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์

    (ง) บันทึกต่าง ๆ จากหน่วยควบคุมการจราจรและข้อความที่ถอดจากบันทึกดังกล่าว

    (จ) การวิเคราะห์และความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ และผู้ซึ่งเกี่ยวข้องเกี่ยวกับข้อมูลต่าง ๆ ของอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์

    (ฉ) ร่างรายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์

    (๓) บันทึกข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับการสอบสวนตามที่คณะกรรมการ สอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ประกาศกำหนด

  102. ๘๗

    ให้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์จัดทำรายงานการสอบสวน อุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรง หรืออุบัติการณ์ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รายงานการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระบวนการยุติธรรม หรือการดำเนินการใด ๆ ที่มุ่งกล่าวโทษบุคคลหรือกำหนดให้บุคคลใดต้องรับโทษ

  103. หมวด ๗ ผู้ตรวจการขนส่งทางราง

    6 มาตรา
  104. ๘๘

    ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจสอบการประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

    (๑) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ ที่ประกอบกิจการขนส่งทางรางหรือสถานที่ทำการของผู้ได้รับ ใบอนุญาต เพื่อทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการขนส่งทางราง

    (๒) ยึดหรืออายัดไว้ซึ่ งสิ่ งของหรือเอกสารที่ อยู่ ในสถานที่ ประกอบกิจการขนส่งทางราง หรือสถานที่ ทำการตาม

    (๑) ที่ เป็นความผิดหรืออาจใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่ อพิสู จน์ความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด

    (๓) เข้าไปในขบวนรถขนส่งทางราง รวมทั้งเดินทางไปกับขบวนรถขนส่งทางราง และในกรณีจำเป็น อาจเข้าไปในห้องพนักงานขับรถขนส่งทางรางในขณะให้บริการตามปกติ เพื่อการตรวจสอบการปฏิบัติ ของพนักงานขับรถขนส่งทางรางได้

    (๔) สั่ งเป็นหนังสือให้ผู้ ได้รับใบอนุญาต พนักงาน และลูกจ้างของผู้ได้รับใบอนุญาต ปฏิบัติการใด ๆ หรืองดเว้นการปฏิบัติการที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น หรือสั่งให้มาให้ถ้อยคำหรือสั่งให้ยื่นคำชี้แจงแสดงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ในการปฏิบัติ ตาม (๑) หรือ

    (๒) ให้กระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้ นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่ นั้ น ถ้ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จจะกระทำต่อไปในเวลากลางคืน หรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้ ในการปฏิบัติการของผู้ตรวจการขนส่งทางราง ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องซึ่งอยู่ในสถานที่นั้น อำนวยความสะดวกหรือช่วยเหลือตามสมควร

  105. ๘๙

    ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจหรือสั่งให้พนักงานขับรถขนส่งทางราง หรือพนักงานควบคุมรถขนส่งทางราง หยุดรถขนส่งทางราง เพื่ อทำการตรวจสอบการปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัตินี้ กับมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบนั้นได้ ในกรณีที่พบว่าผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ผู้ตรวจการขนส่ง ทางรางจะว่ากล่าวตักเตือน หรือสั่ งเป็นหนังสือให้ไปรายงานตัวตามเวลาที่ กำหนดต่ออธิบดี หรือผู้ ซึ่ งอธิบดีมอบหมาย รวมทั้ งมีอำนาจยึดหรืออายัดหลักฐานที่ เกี่ ยวกับการกระทำความผิด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี ในการออกคำสั่ งให้ไปรายงานตัวต่ออธิบดีตามวรรคสอง ผู้ ตรวจการขนส่งทางราง จะเรียกใบอนุญาตเป็นพนักงานขับรถขนส่งทางรางหรือพนักงานควบคุมรถขนส่งทางรางของผู้นั้นมาเก็บไว้ เป็นการชั่วคราวก็ได้ แต่ต้องรีบนำใบอนุญาตนั้นไปส่งมอบให้แก่อธิบดี ในการนี้ ให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าว สามารถใช้แทนใบอนุญาตเป็นพนักงานขับรถขนส่งทางรางหรือพนักงานควบคุมรถขนส่งทางราง เป็นการชั่วคราว ภายในกำหนดเวลาที่ให้ผู้ได้รับคำสั่งนั้นไปรายงานตัวต่ออธิบดี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก คำสั่งให้ไปรายงานตัวต่ออธิบดีตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

  106. ๙๐

    ในกรณีที่ มี เหตุอันควรเชื่ อได้ว่า ผู้ ประจำหน้าที่ ผู้ ใดมีสารอยู่ ในร่างกาย อันเกิดจากการเสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่ น ยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุที่ ออกฤทธิ์ ต่ อจิต และประสาท ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบว่า ผู้นั้นมีสารนั้น ๆ อยู่ในร่างกายหรือไม่ ทั้งนี้ วิธีการตรวจหรือทดสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่ผู้ประจำหน้าที่ผู้นั้นไม่ยอมให้ตรวจหรือทดสอบตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการขนส่ง ทางรางมีอำนาจสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้เพื่อดำเนินการตรวจหรือทดสอบได้ ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณี เพื่อให้การตรวจหรือทดสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และเมื่อผู้นั้น ยอมรับการตรวจหรือทดสอบแล้ว หากผลการตรวจหรือทดสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าผู้นั้นไม่ได้เสพสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่น ยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้ปล่อยตัวไปทันที และให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ถ้าผู้ประจำหน้าที่ซึ่งได้รับการตรวจหรือทดสอบตามวรรคหนึ่ง และพบว่ามีสารอยู่ในร่างกาย อันเกิดจากการเสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่ น ยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุที่ ออกฤทธิ์ ต่ อจิต และประสาท หรือผู้นั้นยืนยันไม่ยอมให้ตรวจหรือทดสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ผู้ตรวจการขนส่ง ทางรางนำตัวผู้นั้นส่งให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจดำเนินการต่อไป การดำเนินการตามมาตรานี้ ผู้ตรวจการขนส่งทางรางอาจมอบให้พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนด เป็นผู้ดำเนินการแทนได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  107. ๙๑

    ในการปฏิบัติ หน้าที่ ตามมาตรา ๘๘ มาตรา ๘๙ หรือมาตรา ๙๐ ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางแสดงบัตรประจำตัวต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวผู้ตรวจการขนส่งทางรางให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

  108. ๙๒

    ในกรณีที่ผู้ตรวจการขนส่งทางรางพบหรือได้รับแจ้งเหตุขัดข้องกับการขนส่งทางราง และเป็นเหตุให้การให้บริการขนส่งทางรางหยุดชะงัก ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางรายงานให้อธิบดีทราบโดยเร็ว เพื่อให้อธิบดีสั่งการให้ผู้ได้รับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขเหตุดังกล่าว ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดแก่การขนส่งทางราง ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจกระทำการใด ๆ เพื่อแก้ไข หรือป้องกันความเสียหายเช่นว่านั้นได้ ตามที่เห็นสมควร ภายใต้ระเบียบที่อธิบดีกำหนด และให้รายงานผลการดำเนินการให้อธิบดีทราบโดยเร็ว เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการกระทำตามวรรคสอง ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

  109. ๙๓

    กรณีผู้ ได้รับใบอนุญาตหรือตัวแทนไม่เห็นด้วยกับการวินิ จฉัยสั่ งการใด ๆ ของผู้ตรวจการขนส่งทางราง ให้อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อผู้ตรวจการขนส่งทางรางภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง โดยผู้ตรวจการขนส่งทางรางต้องพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์ โดยไม่ชักช้าแต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์ ในกรณีที่ผู้ตรวจการขนส่งทางรางเห็นด้วยกับ คำอุทธรณ์ไม่ว่าทั้ งหมดหรือบางส่วน ให้ดำเนินการเปลี่ ยนแปลงคำสั่ งตามความเห็นของตน ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย ในกรณีที่ผู้ตรวจการขนส่งทางรางไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้รายงาน ความเห็นพร้อมทั้งเหตุผลไปยังอธิบดี อธิบดีต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ในกรณีมีเหตุจำเป็น ทำให้ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบ ก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

  110. หมวด ๘ ผู้ประจำหน้าที่

    10 มาตรา
  111. ๙๔

    ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ประจำหน้าที่ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากอธิบดี หรือมีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ซึ่งออกให้โดยรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย ผู้ซึ่งมีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางต่างประเทศ ที่เป็นรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาหรือรัฐที่ได้ทำความตกลงกับประเทศไทย ซึ่งจะเดินรถขนส่งทางรางเข้ามา ในราชอาณาจักรหรือไปยังอีกประเทศหนึ่ ง โดยผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๕๔ ถ้าได้นำใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่นั้นให้อธิบดีรับรองแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ จากอธิบดีตามพระราชบัญญัตินี้ การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทน ใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตผู้ ประจำหน้าที่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธี การ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  112. ๙๕

    ผู้ประจำหน้าที่ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ได้แก่ พนักงานขับรถ ขนส่งทางราง พนักงานควบคุมรถขนส่งทางราง หรือพนักงานประเภทอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  113. ๙๖

    ผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) มีความรู้ และทักษะตามประเภทและลักษณะการปฏิบัติ หน้าที่ เป็นผู้ ประจำหน้าที่ โดยได้รับใบรับรองจากหน่วยงานหรือสถาบันที่กรมการขนส่งทางรางรับรอง หรือหลักสูตรที่กรมการขนส่ง ทางรางรับรอง

    (๓) มีความประพฤติเรียบร้อย

    (๔) มีอายุ สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ มีความรู้และความชำนาญตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๕) คุณสมบัติอื่นที่เหมาะสมกับประเภทของผู้ประจำหน้าที่ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษเฉพาะราย ให้อธิบดีมีอำนาจยกเว้นคุณสมบัติตามที่กำหนด ตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

  114. ๙๗

    เพื่อประโยชน์ในการกำกับการอบรมความรู้หรือทักษะของหน่วยงานหรือสถาบัน ที่กรมการขนส่งทางรางรับรองหรือตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองตามมาตรา ๙๖

    (๒) อธิบดีจะประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้หน่วยงานหรือสถาบันดังกล่าวต้องปฏิบัติก็ได้

  115. ๙๘

    ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่แต่ละประเภท มีอายุตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่เกินสิบปี

  116. ๙๙

    เมื่ อปรากฏว่าผู้ ประจำหน้าที่ คนใดหย่อนคุณสมบัติ ตามมาตรา ๙๖

    (๔) เกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย หรือความรู้หรือความสามารถ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานให้อธิบดีทราบโดยเร็ว หากอธิบดีเห็นว่ามีเหตุดังกล่าว ให้มีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสั่งให้ผู้ประจำหน้าที่นั้นเข้ารับ การทดสอบโดยการตรวจทางการแพทย์ หรือเข้ารับการทดสอบความรู้ ความสามารถทางทฤษฎี หรือทางปฏิบัติ ในระหว่างเวลาดังกล่าว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดผู้ประจำหน้าที่ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เป็นการชั่วคราว ในกรณีเป็นเรื่องทางสุขภาพร่างกาย ห้ามมิให้ผู้ประจำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างมีอาการเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บซึ่งอาจกระทำให้เสื่อมสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ หากผลการตรวจสุขภาพระบุว่า ผู้ประจำหน้าที่นั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ประจำอยู่ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเปลี่ยนผู้ประจำหน้าที่อื่น เพื่อปฏิบัติหน้าที่นั้นต่อไปโดยเร็ว เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  117. ๑๐๐

    ผู้ ประจำหน้าที่ ต้ องปฏิบัติ ตามมาตรฐานผู้ ประจำหน้าที่ และข้อกำหนด ทางวินัยตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ผู้ได้รับใบอนุญาตจะกำหนดข้อกำหนดหรือวิธีปฏิบัติซึ่งขัดหรือแย้งกับมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ หรือข้อกำหนดทางวินัยตามวรรคหนึ่งมิได้

  118. ๑๐๑

    ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ เมื่อมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่หรือข้อกำหนดทางวินัยในการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ประจำหน้าที่อันเกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัย

    (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดหรือบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือจนกว่าผู้ประจำหน้าที่นั้นจะได้แก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของอธิบดี แล้วแต่กรณี

  119. ๑๐๒

    ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ เมื่อมีกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ขาดคุณสมบัติของผู้ประจำหน้าที่ตามมาตรา ๙๖

    (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๓) ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๑ เกินสองครั้งภายในระยะเวลาสามปี นับแต่ถูกพักใช้ใบอนุญาตครั้งก่อน

    (๔) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสำหรับการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่น เว้นแต่ เป็นความผิดที่ ได้กระทำโดยประมาทที่ มิ ใช่ความผิดเกี่ ยวกับชีวิ ตและร่างกายตามลักษณะ ๑๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดลหุโทษ

  120. ๑๐๓

    ในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผู้ประจำหน้าที่ต้องมีใบอนุญาตอยู่กับตัวและต้องแสดง ต่อผู้ตรวจการขนส่งทางรางเมื่อขอตรวจ ทั้งนี้ ผู้ประจำหน้าที่สามารถแสดงใบอนุญาตโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

  121. หมวด ๙ การจดทะเบียนรถขนส่งทางราง

    10 มาตรา
  122. ๑๐๔

    ห้ามมิให้ผู้ใดนำรถขนส่งทางรางที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในการประกอบกิจการ ขนส่งทางราง ทั้งนี้ เว้นแต่รถขนส่งทางรางที่ใช้เป็นพระราชพาหนะ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก รถขนส่งทางรางต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๓ (๓)

  123. ๑๐๕

    ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนรถขนส่งทางราง ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนรถขนส่งทางรางและการออกหนังสือจดทะเบียนรถขนส่งทางราง ขั้นตอน และวิธีการในการจดทะเบียนรถขนส่งทางราง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ การจดทะเบียนรถขนส่งทางรางอาจจำแนกตามลักษณะหรือการใช้รถขนส่งทางรางได้ รวมทั้ง อาจจำแนกตามขนาด น้ำหนัก หรือการบรรทุกได้ด้วย

  124. ๑๐๖

    รถขนส่งทางรางที่นำมาจดทะเบียนจะต้องมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย และมีส่วนควบและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเดินรถขนส่งทางราง รวมทั้งต้อง

    (๑) มีคุณสมบัติหรือลักษณะตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๒) ผ่านการตรวจสอบรับรองจากกรมการขนส่งทางราง การรับรองตาม

    (๒) กรมการขนส่งทางรางอาจมอบให้หน่วยงานหรือองค์กรอื่น ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือผู้ได้รับใบรับรองจากกรมการขนส่งทางรางเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองได้ ผู้ซึ่งได้ใบรับรองในการตรวจสอบและรับรองรถขนส่งทางรางตามวรรคสอง ต้องเป็นนิติบุคคล และการขอรับใบรับรอง การออกใบรับรอง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม อายุและการต่ออายุใบรับรอง และการออกใบแทนใบรับรอง รวมทั้ งการพักใช้และเพิกถอนใบรับรองให้เป็นไปตามระเบียบ ที่อธิบดีประกาศกำหนด

  125. ๑๐๗

    ในการจดทะเบียนรถขนส่งทางราง ให้นายทะเบียนออกแผ่นป้าย หรือสัญลักษณ์ทะเบียนรถขนส่งทางรางและหลักฐานแสดงการจดทะเบียนสำหรับรถขนส่งทางราง ที่จดทะเบียนแล้ว ลักษณะ ขนาด สี และรายละเอียดอื่นของแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ทะเบียนรถขนส่งทางราง ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด

  126. ๑๐๘

    รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้วจะต้องแสดงแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ทะเบียน ตามแบบและหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด ในกรณีที่แผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ทะเบียนรถขนส่งทางรางสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด ในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางรางนั้น ยื่นขอรับแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ทะเบียนแทนของเดิมภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  127. ๑๐๙

    ในกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ารถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้วมีความชำรุดบกพร่อง หรือมีสภาพไม่ปลอดภัยในการใช้ หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ให้นายทะเบียนรายงาน ให้อธิบดีเพื่อสั่งให้มีการตรวจสอบหรือทดสอบรถขนส่งทางรางดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบหรือทดสอบให้ผู้ประกอบกิจการ ขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางรางนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าผลการตรวจสอบหรือทดสอบตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า รถขนส่งทางรางนั้นมีความชำรุดบกพร่อง หรือมีสภาพไม่ปลอดภัยในการใช้ หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ให้อธิบดีมีอำนาจสั่ง ให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางรางนั้นจัดให้มีการแก้ไข หรือปรับปรุงรถขนส่งทางรางดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด และหากเห็นว่ารถขนส่งทางรางนั้น อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสาธารณะหรือระบบการขนส่งทางราง อธิบดีจะสั่ งให้ระงับ การใช้รถขนส่งทางรางนั้นระหว่างที่มีการแก้ไขหรือปรับปรุงก็ได้

  128. ๑๑๐

    ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางราง ที่จดทะเบียนแล้ว มีหน้าที่ต้องดูแลและบำรุงรักษารถขนส่งทางรางให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในการใช้ และไม่ก่ อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ อื่ น หรือส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งทางราง หรือสิ่ งแวดล้อม หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดภยันตรายขึ้ น ในการนี้ ต้องจัดให้มีบันทึกการดูแล และบำรุงรักษาเพื่อแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถขนส่ง ทางรางที่จดทะเบียนแล้ว นำรถขนส่งทางรางบางประเภท ลักษณะ หรือขนาดเข้ารับการตรวจสภาพ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดได้

  129. ๑๑๑

    รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้ว หากมีการแก้ไข เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง ส่วนหนึ่งส่วนใดของรถขนส่งทางราง หรือส่วนควบหรืออุปกรณ์สำหรับรถขนส่งทางราง ซึ่งเป็นสาระสำคัญ ของตัวรถขนส่งทางราง ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และเมื่ อดำเนินการเสร็จสิ้ นแล้ว ให้แจ้งให้นายทะเบียนทราบเพื่อบันทึกและแก้ไขทางทะเบียนด้วย การกำหนดส่วนหนึ่งส่วนใดของรถขนส่งทางรางหรือส่วนควบหรืออุปกรณ์สำหรับรถขนส่งทางราง ซึ่งเป็นสาระสำคัญของตัวรถขนส่งทางราง ให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  130. ๑๑๒

    การโอนรถขนส่งทางรางที่จดทะเบียนแล้ว ให้ผู้โอนและผู้ รับโอนแจ้งต่อ นายทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันโอน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดี ประกาศกำหนด

  131. ๑๑๓

    ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ผู้ ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่ งเป็นเจ้าของ หรือผู้ครอบครองรถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้ว แจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียน

    (๑) กรณีที่ประสงค์จะเลิกใช้รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้ว ให้แจ้งต่อนายทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกใช้

    (๒) กรณีที่รถขนส่งทางรางที่ได้จดทะเบียนแล้วสูญหายหรือถูกทำลายลง ให้แจ้งต่อนายทะเบียน ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว และให้แจ้งเลิกใช้พร้อมกันด้วย กรณีตาม

    (๑) หรือกรณีที่รถขนส่งทางรางนั้นถูกทำลายลง ให้ส่งคืนแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ ทะเบียนให้นายทะเบียนด้วย และให้การจดทะเบียนนั้นเป็นอันระงับไป

  132. หมวด ๑๐ การคุ้มครองผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ

    6 มาตรา
  133. ๑๑๔

    ผู้ได้รับใบอนุญาตจะเรียกเก็บค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ค่าใช้ประโยชน์จากราง และทรัพย์สินที่จำเป็นในการประกอบกิจการขนส่งทางราง และค่าบริการ เกินกว่าอัตราที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนดมิได้

  134. ๑๑๕

    ผู้ ได้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ โดยสาร เมื่อการเดินรถขนส่งทางรางมีเหตุล่าช้าหรือถูกยกเลิกตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  135. ๑๑๖

    ผู้ ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มี การประกันความเสียหายที่ เกิดขึ้ นแก่ชี วิต และร่างกายของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

  136. ๑๑๗

    ผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการแก่ผู้โดยสาร และผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะผู้ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ คนพิการ สตรีมีครรภ์ และเด็ก ให้มีความเหมาะสม แก่การใช้บริการของการประกอบกิจการขนส่งทางราง รวมถึงมีหน้าที่ในการจัดทำคู่มือการให้บริการ การฝึกอบรมพนักงาน และการติดตามและประเมินผลการให้บริการ โดยให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่กำหนดในกฎกระทรวง

  137. ๑๑๘

    ในกรณีที่ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ หรือบุคคลอื่น ได้รับความเดือดร้อนจาก การประกอบกิจการขนส่งทางราง ให้มีสิทธิร้องเรียนต่ออธิบดี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในกรณีที่มีการร้องเรียนตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายดำเนินการสอบสวน ข้อเท็จจริงและให้มีคำสั่งโดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียน และให้สั่งผู้ได้รับ ใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ร้องเรียนภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

  138. ๑๑๙

    ให้ผู้ โดยสาร ผู้ ใช้บริการ หรือบุคคลอื่ น ที่ อยู่ ในบริเวณสถานีปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัยในชีวิ ตร่างกาย และทรัพย์สิ น การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบริเวณสถานีตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้ผู้ ได้รับใบอนุญาตจัดให้มี มาตรการในการดูแลความปลอดภัยที่ จำเป็นและเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งด้วย

  139. หมวด ๑๑ บทกำหนดโทษ

  140. ส่วนที่ ๑ โทษปรับทางปกครอง

    14 มาตรา
  141. ๑๒๐

    ในกรณีที่การกระทำความผิดใดมีบทกำหนดโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ หากเป็นการกระทำความผิดของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ ให้การกระทำความผิดนั้น อาจถูกดำเนิน มาตรการลงโทษปรับทางปกครองได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ การดำเนินมาตรการลงโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ระงับการใช้อำนาจ ของอธิบดี ผู้ตรวจการขนส่งทางราง นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการกำหนดมาตรการอื่น ทางปกครอง

  142. ๑๒๑

    บุคคลดังต่อไปนี้ อาจถูกดำเนินมาตรการลงโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๒๐ ได้

    (๑) ผู้ประจำหน้าที่

    (๒) ผู้ได้รับใบอนุญาต

    (๓) กรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้ได้รับใบอนุญาต

  143. ๑๒๒

    โทษปรับทางปกครองมี ๒ ชั้น ดังต่อไปนี้

    (๑) โทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท

    (๒) โทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทแต่ไม่เกินสี่แสนบาท เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในกรณีที่การกระทำความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองและเป็นการกระทำความผิดที่มีลักษณะต่อเนื่อง ให้ต้องระวางโทษปรับรายวันได้ในอัตรา ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ให้ปรับวันละไม่เกินสองหมื่นบาท

    (๒) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ให้ปรับวันละไม่เกินสี่หมื่นบาท ในกรณีที่สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป จำนวนสูงสุดของค่าปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง และโทษปรับรายวันตามวรรคสอง อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

  144. ๑๒๓

    การกระทำความผิดใดของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ จะมีโทษปรับทางปกครอง ชั้น ๑ หรือชั้น ๒ และจะมีอัตราโทษปรับทางปกครองขั้นต่ำหรือขั้นสูง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของกระทรวงคมนาคมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ในการกำหนดอัตราโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงลักษณะของความร้ายแรง ของการกระทำความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้น

  145. ๑๒๔

    ในการวินิจฉัยโทษปรับทางปกครอง ให้เป็นอำนาจของบุคคล ดังต่อไปนี้

    (๑) อธิบดี สำหรับการกระทำความผิดที่ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๑

    (๒) คณะกรรมการพิจารณาโทษปรับทางปกครอง สำหรับการกระทำความผิดที่ต้องระวางโทษปรับ ทางปกครองชั้น ๒ และความผิดที่ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด

  146. ๑๒๕

    เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำความผิดของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ ให้อธิบดี พิจารณาใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครองแก่ผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร หากมีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิด ของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มี การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปตามบทบัญญัติในส่วนนี้

  147. ๑๒๖

    ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒๕ ให้อธิบดีพิจารณาใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครอง กับผู้ซึ่งถูกกล่าวหาตามสมควร โดยให้คำนึงถึงความร้ายแรงแห่งพฤติกรรม การพยายามบรรเทาผลร้าย ที่เกิดขึ้น และความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิด ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครองกับผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิด ให้อธิบดีดำเนินการตามมาตรา ๑๒๗ และแจ้งพนักงานสอบสวนทราบ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ควรใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครองกับผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิด ให้อธิบดีแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดนั้นต่อไป

  148. ๑๒๗

    ในการดำเนินการพิจารณามาตรการลงโทษปรับทางปกครอง ให้อธิบดีแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่สอบสวน เพื่อทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและทำความเห็นเสนออธิบดีเพื่อพิจารณา มาตรการลงโทษปรับทางปกครอง วิธีพิจารณาลงโทษปรับทางปกครองของเจ้าหน้าที่สอบสวนตามวรรคหนึ่ง ต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดได้ทราบถึงเหตุแห่งความผิดและข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ รวมทั้ง ให้โอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน ทั้งนี้ ตามระเบียบวิธีพิจารณาโทษปรับทางปกครอง ตามมาตรา ๑๓๓

  149. ๑๒๘

    ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สอบสวนตามมาตรา ๑๒๗ เห็นว่าควรลงโทษผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดในโทษปรับทางปกครองชั้นใด ให้เสนอเรื่องต่ออธิบดีเพื่อดำเนินการต่อไป ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สอบสวนมีความเห็นว่า การกระทำความผิดของผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด เป็นโทษปรับทางปกครองชั้ น ๑ ให้อธิบดีดำเนินการวินิ จฉัยโทษปรับทางปกครอง และในกรณีที่ เจ้าหน้าที่สอบสวนมีความเห็นว่า การกระทำความผิดของผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเป็นโทษปรับ ทางปกครองชั้น ๒ ให้อธิบดีส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาโทษปรับทางปกครองดำเนินการวินิจฉัยโทษปรับ ทางปกครองต่อไป ในกรณีตามวรรคสอง หากอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำความผิดของผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดไม่สมควรได้รับโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ แต่สมควรลงโทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ให้อธิบดีส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาโทษปรับทางปกครองดำเนินการวินิจฉัยโทษปรับทางปกครองต่อไป

  150. ๑๒๙

    ในการวินิจฉัยโทษปรับทางปกครองของผู้มีอำนาจพิจารณาลงโทษปรับทางปกครอง ให้ทำคำวินิจฉัยเป็นหนังสือ โดยต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิงและเหตุผล แห่งคำวินิจฉัย ทั้งนี้ ตามแบบที่กำหนดในระเบียบวิธีพิจารณาโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๓๓

  151. ๑๓๐

    เมื่อได้มีคำวินิจฉัยให้ลงโทษปรับทางปกครองสำหรับการกระทำความผิดใดแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งผู้ถูกกล่าวหาทราบ หากผู้ถูกกล่าวหาซึ่งถูกสั่งลงโทษปรับทางปกครองยินยอมที่จะปฏิบัติ ตามคำวินิจฉัยโทษปรับทางปกครองแล้ว ให้ทำบันทึกความยินยอมเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาลงนาม ทั้งนี้ ตามแบบที่กำหนดในระเบียบวิธีพิจารณาโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๓๓ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้ลงนามในบันทึกความยินยอมแล้ว ให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องเป็น อันระงับ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  152. ๑๓๑

    ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยินยอมลงนามในบันทึกความยินยอมตามมาตรา ๑๓๐ ให้อธิบดีแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำความผิดต่อไป ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้อายุความฟ้องร้องคดีอาญาเริ่มนับแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ลงนาม ในบันทึกความยินยอม

  153. ๑๓๒

    ในกรณีที่บุคคลซึ่งลงนามในบันทึกความยินยอมตามมาตรา ๑๓๐ ไม่ชำระเงิน ตามบันทึกความยินยอมหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้อธิบดียื่นคำร้องต่อศาลปกครองชั้นต้นเพื่อดำเนินการบังคับ ให้เป็นไปตามบันทึกความยินยอม และให้ศาลปกครองชั้นต้นมีอำนาจกำหนดคำบังคับสั่งให้บุคคล ซึ่งลงนามในบันทึกความยินยอมตามมาตรา ๑๓๐ ชำระค่าปรับทางปกครองตามควรแก่กรณีได้ ทั้งนี้ คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นให้เป็นที่สุด

  154. ๑๓๓

    วิธีพิจารณาลงโทษปรับทางปกครองของเจ้าหน้าที่สอบสวนตามมาตรา ๑๒๗ แบบคำวินิจฉัยโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๒๙ และการจัดทำบันทึกความยินยอมตามมาตรา ๑๓๐ ให้เป็นไปตามระเบียบวิธีพิจารณาโทษปรับทางปกครองที่รัฐมนตรีกำหนด

  155. ส่วนที่ ๒ โทษทางอาญา

    16 มาตรา
  156. ๑๓๔

    ผู้ ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามประกาศหรือข้อกำหนดตามมาตรา ๒๘ หรือข้อกำหนดตามมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่ หมื่ นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  157. ๑๓๕

    ผู้ใดประกอบกิจการขนส่งทางรางโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  158. ๑๓๖

    ผู้ ใดปลอมแปลงใบอนุญาต หนังสืออนุญาต หรือหนังสือจดทะเบียน ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับ ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคสอง เป็นผู้ปลอมเอกสารตามวรรคหนึ่งด้วย ให้ลงโทษตามวรรคสอง แต่กระทงเดียว เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  159. ๑๓๗

    ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  160. ๑๓๘

    ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการขนส่งทางรางตามมาตรา ๘๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  161. ๑๓๙

    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศตามมาตรา ๑๑๙ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  162. ๑๔๐

    ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการกีดขวางแก่การขนส่งทางราง หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่การขนส่งทางราง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  163. ๑๔๑

    ผู้ ใดทำลายหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันทำให้เกิดความเสียหายแก่ การขนส่งทางราง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  164. ๑๔๒

    ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้ไร้ประโยชน์ เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย หรือรื้อถอนเครื่องหมายแสดงแนวเขต หลักสำรวจ รั้ว เครื่องหมายแสดงระยะ หรือเครื่องอำนวย ความสะดวกหรือความปลอดภัยซึ่งได้ติดตั้งหรือทำให้ปรากฏในเขตระบบรถขนส่งทางราง ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  165. ๑๔๓

    ผู้ใดแกล้งบอกเล่าความอันเป็นเท็จให้เลื่องลือหรือส่งข่าวอันเป็นเท็จจนเป็นเหตุ ให้การเดินรถขนส่งทางรางไม่อาจกระทำได้ตามปกติ หรือเกิดความล่าช้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  166. ๑๔๔

    ผู้ประจำหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๐ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าพันบาท

  167. ๑๔๕

    ผู้ ใดปฏิบัติ หน้าที่ เป็นผู้ ประจำหน้าที่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ประจำหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  168. ๑๔๖

    ผู้ประจำหน้าที่ผู้ใดไม่แจ้งเหตุเมื่อมีอุบัติเหตุ อุบัติเหตุร้ายแรงหรืออุบัติการณ์ เกิดขึ้นกับการขนส่งทางรางต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

  169. ๑๔๗

    ผู้ใดนำรถขนส่งทางรางไปดำเนินกิจการโดยไม่ได้จดทะเบียนรถขนส่งทางราง ตามมาตรา ๑๐๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก

  170. ๑๔๘

    ผู้ใดนำรถขนส่งทางรางที่ไม่แสดงแผ่นป้ายหรือสัญลักษณ์ทะเบียนไปดำเนินกิจการ ตามมาตรา ๑๐๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  171. ๑๔๙

    บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือเป็นความผิด ที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบได้ เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในเวลาที่กำหนดแล้ว ให้ถือว่า คดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีที่ ผู้ ต้ องหาไม่ยิ นยอมตามที่ เปรียบเทียบหรือยินยอมแล้วแต่ไม่ชำระค่าปรับ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป

  172. บทเฉพาะกาล

    9 มาตรา
  173. ๑๕๐

    ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางประกอบด้วย กรรมการตามมาตรา ๕ (๑) (๒) และ

    (๓) จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕

    (๔) ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕

    (๔) ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  174. ๑๕๑

    บรรดาโครงการเกี่ยวกับการขนส่งทางรางที่ได้เริ่มดำเนินการไว้ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่แล้วเสร็จ ให้โครงการดังกล่าวดำเนินการต่อไปตามเดิมเว้นแต่ คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางจะมีมติเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยในด้านระบบการเดินรถขนส่งทางราง ด้านการประกอบกิจการขนส่งทางราง หรือด้านการให้บริการ ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งถ้าเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ให้คณะกรรมการ พิจารณาโดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นประกอบและกำหนดให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงด้วย

  175. ๑๕๒

    บรรดาอำนาจ สิทธิ และประโยชน์ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีอยู่ตามกฎหมายว่าด้วยการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ให้ยังคงมีอยู่ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้

  176. ๑๕๓

    ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้รัฐมนตรี ดำเนินการออกใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ตามลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ขอบเขตการให้บริการ รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ในการให้บริการขนส่งทางรางในความรับผิดชอบของการรถไฟ แห่งประเทศไทย หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีกำหนดเงื่อนไข เกี่ยวกับการประกอบกิจการขนส่งทางรางของการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย แล้วแต่กรณี โดยคำนึงถึงสิทธิและข้อผูกพันที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ รวมทั้ งกำหนดเงื่ อนไขเกี่ ยวกับการพัฒนาการบริการที่ มีคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่ อให้เป็นไป ตามพระราชบัญญัตินี้

  177. ๑๕๔

    ในกรณีที่การประกอบกิจการขนส่งทางรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการให้สัมปทาน หรือทำสัญญาว่าจ้างผู้ใดเป็นผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ ได้รับสัมปทานหรือผู้ ทำสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางรางกับการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังคงมีสิทธิในการประกอบกิจการขนส่งทางรางตามขอบเขตและสิทธิที่มีอยู่เดิมตามที่ได้รับสัมปทาน หรือสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางรางนั้นต่อไป จนกว่าสัมปทานหรือสัญญาดังกล่าวจะสิ้นสุดลง การดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้นำความตามมาตรา ๑๕๑ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้ได้รับสัมปทานหรือผู้ทำสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางรางตามวรรคหนึ่งรายใด ทำความตกลงกับการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานหรือสัญญานั้นให้เป็นการได้รับ ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีดำเนินการออกใบอนุญาต ประกอบกิจการขนส่งทางรางให้กับผู้ รับสัมปทานหรือผู้ ทำสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางรางนั้น โดยให้ได้รับสิทธิประกอบกิจการขนส่งทางรางตามขอบเขตการให้บริการเดิมที่คู่กรณีได้ตกลงกัน และตามระยะเวลาที่ เหลืออยู่ ของสัญญาสัมปทานหรือสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางราง ทั้ งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่มีการต่ออายุสัญญาสัมปทานหรือสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางรางตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับสัมปทานหรือผู้ทำสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางรางที่ได้รับการต่ออายุสัญญาสัมปทานหรือ สัญญาว่าจ้างการเดินรถขนส่งทางราง ยื่ นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง ตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีการต่ออายุสัญญาสัมปทานหรือสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่ง ทางรางดังกล่าว และในระหว่างนั้นให้ยังคงให้บริการกิจการขนส่งทางรางต่อไปได้ ทั้งนี้ รัฐมนตรี เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก ต้องพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง

  178. ๑๕๕

    ในระหว่างที่ยังมิได้มีการกำหนดเขตระบบรถขนส่งทางรางและเขตปลอดภัย ระบบรถขนส่งทางราง ให้เขตระบบรถไฟฟ้าและเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้าตามพระราชบัญญัติ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๓ และเขตทางรถไฟตามพระราชบัญญัติ จัดวางการรถไฟแลทางหลวง พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ยังคงใช้บังคับต่อไป

  179. ๑๕๖

    ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกับผู้ประจำหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ผู้ได้รับสัมปทาน และผู้ทำสัญญาว่าจ้างเดินรถขนส่งทางราง ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ยื่ นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ ประจำหน้าที่ ต่ ออธิบดีภายในหนึ่ งร้อยยี่ สิ บวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมาตรา ๙๖ มาใช้กับการขอรับใบอนุญาต เป็นผู้ประจำหน้าที่

  180. ๑๕๗

    ให้รถขนส่งทางรางที่ใช้ในการดำเนินการหรือประกอบกิจการขนส่งทางราง ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติ นี้ ใช้บังคับ ยังคงใช้ในการประกอบกิจการขนส่งทางรางต่อไปได้ และให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองยื่นคำขอจดทะเบียนรถขนส่งทางราง ต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำมาตรา ๑๐๔ และมาตรา ๑๐๖ มาใช้กับการขอจดทะเบียนรถขนส่งทางราง

  181. ๑๕๘

    ให้กรมการขนส่งทางรางดำเนินการให้การรับรองหน่วยงานหรือสถาบัน ตามมาตรา ๙๖

    (๒) ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่ง ใบอนุญาตประกอบกิจการเดินรถขนส่งทางราง ใบอนุญาตประกอบกิจการรางเพื่อการขนส่ง และการเดินรถขนส่งทางราง ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ หนังสือจดทะเบียนรถขนส่งทางราง แผ่นป้ายทะเบียนรถขนส่งทางราง ฉบับละ ฉบับละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๑๕๐,๐๐๐ บาท ฉบับละ ฉบับละ ฉบับละ แผ่นละ ๔๕๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๘๙ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขันมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมและพัฒนาการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้ง การเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางราง ของประเทศให้มีโครงข่ายที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เชื่อมต่อระบบการขนส่งทางรางกับการขนส่ง ระบบอื่น และประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกิจการขนส่งทางรางขึ้น ในระดับประเทศและในระดับภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และปลอดภัยในการเดินทาง สมควรมีกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง ให้สามารถ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่งทางราง การบริหารจัดการการขนส่งทางรางอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการพัฒนาการขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ให้เป็นโครงข่ายเดียวกันอย่างสมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14338ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODcwYmQ3ZjctNjE5ZC00OTI2LWI3NDUtZjJhYmNlMzNmOGJmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMjA0IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY4LTg54LiBLTEucGRmIn0.lWd6NcS--SAitKIomt8Z8VVeVq32P8CNuDf9sWez0ZA50 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6ad12f8578ed12b001ef80652cadd38300bf5d854d12a5d8b1e2b50c9f938316ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:09:52.095Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR