พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0e32130e… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ สภาการสัตวบาลมาตรา ๕–๑๑ · 7 มาตรา
- หมวด ๒ สมาชิก เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ กมาตรา ๑๒–๑๔ · 3 มาตรา
- หมวด ๓ คณะกรรมการสภาการสัตวบาลมาตรา ๑๕–๒๕ · 11 มาตรา
- หมวด ๔ การดำเนินการของคณะกรรมการมาตรา ๒๖–๒๘ · 3 มาตรา
- หมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลมาตรา ๒๙–๕๒ · 24 มาตรา
- หมวด ๖ การกำกับดูแลมาตรา ๕๓–๕๖ · 4 มาตรา
- หมวด ๗ บทกำหนดโทษมาตรา ๕๗–๖๐ · 4 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๑–๖๕ · 5 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ วิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวบาล พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลให้มีมาตรฐานเดียวกันและป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากผู้ซึ่งไม่ได้ประกอบวิชาชีพ อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อการค้า รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและสุขภาพของประชาชน ซึ่งการตรา พระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕”
- ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- ๓
ในพระราชบัญญัตินี้ “วิชาชีพการสัตวบาล” หมายความว่า วิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตสัตว์เลี้ยง การปรับปรุงและ บำรุงพันธุ์สัตว์เลี้ยง การจัดการอาหารสัตว์เลี้ยง การจัดการสุขาภิบาลต่อสัตว์เลี้ยง ตลอดจนการจัด การผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลี้ยง เพื่อทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ และให้ผลิตผลและ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย แต่ไม่รวมถึงการประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์ “สัตว์เลี้ยง” หมายความว่า สัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค การใช้งาน การใช้ผลิตผล หรือ ความพึงพอใจของมนุษย์ และให้หมายความรวมถึงสัตว์ป่าที่ครอบครองได้ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ทางการค้า หรือเศรษฐกิจ แต่ไม่รวมถึงสัตว์ที่เป็นสัตว์น้า ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง และสัตว์เลี้ยงของผู้เลี้ยงหรือเกษตรกรรายย่อย “ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลจากสภาการสัตวบาล “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลจากสภาการสัตวบาล “ข้อบังคับ” หมายความว่า ข้อบังคับสภาการสัตวบาล “สมาชิก” หมายความว่า สมาชิกสภาการสัตวบาล “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาการสัตวบาล “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาการสัตวบาล “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาการสัตวบาล “รองเลขาธิการ” หมายความว่า รองเลขาธิการสภาการสัตวบาล “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๓
- ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม รวมทั้งออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑ สภาการสัตวบาล
7 มาตรา- ๕
ให้มีสภาการสัตวบาลเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ และหน้าที่และอำนาจ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
- ๖
สภาการสัตวบาลมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(๑) ควบคุมและกำหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล
(๒) ควบคุมความประพฤติและการดำเนินการของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลให้ถูกต้อง ตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสัตวบาล
(๓) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล
(๔) ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก
(๕) ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้บริการทางด้านวิชาการแก่สมาชิก รวมทั้งเกษตรกร ประชาชน และองค์กรอื่นในเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพการสัตวบาล
(๖) ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับวิชาชีพการสัตวบาล
(๗) เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลของประเทศไทย
(๘) ผดุงความเป็นธรรม และส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิก
(๙) ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๗
สภาการสัตวบาลมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล
(๒) ออกคำสั่งตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๔
(๓) รับรองปริญญา อนุปริญญา ประกาศนียบัตร อนุมัติบัตร วุฒิบัตร หรือหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาลของสถาบันต่างๆที่ผ่านการอนุมัติหลักสูตรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ ในการสมัครเป็นสมาชิก
(๔) รับรองสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ และสัตว์เลี้ยงเพื่อประโยชน์ในการเลือก กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕)
(๕) ออกหนังสืออนุมัติบัตรหรือให้วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ การสัตวบาลสาขาต่างๆและออกหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการสัตวบาล
(๖) จัดทำแผนการดำเนินการและรายงานผลการดำเนินการเสนอต่อสภานายกพิเศษ อย่างน้อยปีละครั้ง
(๗) ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาการสัตวบาล
- ๘
สภาการสัตวบาลอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้
(๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(๒) ค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง รายได้อื่น และค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในมาตรา ๖
(๔) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่สภาการสัตวบาล
(๕) ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
- ๙
ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาการสัตวบาลและมีหน้าที่และ อำนาจตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
- ๑๐
ให้มีสำนักงานสภาการสัตวบาลมีหน้าที่ปฏิบัติงานวิชาการและธุรการให้แก่ คณะกรรมการและสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
- ๑๑
การประชุมใหญ่สภาการสัตวบาลให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ ในการนี้ สมาชิกมีสิทธิซักถามหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสภาการสัตวบาล และออกเสียง ลงคะแนนในการประชุมใหญ่สภาการสัตวบาล
หมวด ๒ สมาชิก เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก
3 มาตรา- ๑๒
ผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(๒) มีความรู้ในวิชาชีพการสัตวบาลโดยได้รับปริญญา อนุปริญญาประกาศนียบัตร อนุมัติบัตร วุฒิบัตร หรือหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการสัตวบาล หรือสาขาอื่นตามมาตรา ๓๔ ที่สภาการสัตวบาล รับรอง
(๓) ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๔) ไม่เป็นโรคตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ การสมัครเป็นสมาชิกให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๑๓
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมีดังต่อไปนี้
(๑) เลือกตั้งหรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการหรือดำรงตำแหน่งอื่นอันเกี่ยวกับกิจการของ สภาการสัตวบาลตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) ชำระค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง และค่าใช้จ่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
(๓) ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและปฏิบัติตนตามพระราชบัญญัตินี้
- ๑๔
สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง
(๔) คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะเป็นผู้กระทำการอันเป็นการเสื่อมเสีย แก่เกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
(๕) ไม่ชำระค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง หรือค่าใช้จ่าย โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
หมวด ๓ คณะกรรมการสภาการสัตวบาล
11 มาตรา- ๑๕
ให้มีคณะกรรมการสภาการสัตวบาล ประกอบด้วย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๖
(๑) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(๒) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ และผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข
(๓) กรรมการซึ่งเป็นคณบดี หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิต ด้านการสัตวบาลในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคน เลือกกันเองให้เหลือจำนวนสี่คน
(๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร หรือวิทยาลัยเกษตรและ เทคโนโลยี หรือผู้ดูแลหลักสูตร หรือหัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า แผนกวิชาที่ผลิตผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร และที่ผลิต ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากวิทยาลัย เกษตรและเทคโนโลยี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แห่งละหนึ่งคน เลือกกันเอง ให้เหลือจำนวนสองคน
(๕) กรรมการซึ่งเป็นนายกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ที่สภาการสัตวบาลรับรอง เลือกกันเองให้เหลือจำนวนสองคน
(๖) กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมาชิกด้วยกันเอง มีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการใน (๑) (๒) (๓) (๔) และ
(๕) รวมกัน กรรมการตามวรรคหนึ่ง
(๖) ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข. ตามมาตรา ๓๒ ไม่เกินหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการดังกล่าว ให้เลขาธิการเป็นเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น
- ๑๖
ให้คณะกรรมการประชุมภายในสามสิบวันนับจากวันเลือกกรรมการ ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ
(๕) และวันเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๖) แล้วเสร็จ เพื่อเลือกกรรมการให้ดำรงตำแหน่งนายกสภาการสัตวบาล อุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่หนึ่ง และอุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่สอง ตำแหน่งละหนึ่งคน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๗ ให้นายกสภาการสัตวบาลเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ และเหรัญญิก ตำแหน่งละหนึ่งคน และอาจเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งอื่นได้ ตามความจำเป็น และมีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวออกจากตำแหน่งได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ให้นายกสภาการสัตวบาล อุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่หนึ่ง และอุปนายกสภาการสัตวบาล คนที่สอง ดำรงตำแหน่งตามวาระของกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ
(๖) ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ให้นายกสภาการสัตวบาลเป็นผู้แทนสภาการสัตวบาลในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาการสัตวบาลพ้นจากตำแหน่ง ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามวรรคสอง พ้นจากตำแหน่งด้วย
- ๑๗
การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ
(๕) และ มาตรา ๒๒ การเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๖) และมาตรา ๒๓ การเลือก กรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆตามมาตรา ๑๖ และการแต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๒๔
(๕) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๑๘
กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕) และ
(๖) ต้องเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาล และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
- ๑๙
กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ
(๖) มีวาระการดำรง ตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันได้รับเลือกหรือได้รับเลือกตั้ง และอาจได้รับเลือกหรือได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ แล้วแต่กรณี แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการที่ได้รับเลือก หรือได้รับเลือกตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ทั้งนี้ คณะกรรมการต้องจัดให้มีการเลือกหรือเลือกตั้งกรรมการ ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) หรือ
(๖) แล้วแต่กรณี ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการ พ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง
- ๒๐
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๖) พ้นจากตำแหน่งกรรมการเมื่อ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๘
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๔
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๘
- ๒๑
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ
(๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อเป็นกรณีตามมาตรา ๒๐ หรือพ้นจากตำแหน่งคณบดีหรือ หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตด้านการสัตวบาลในสถาบันอุดมศึกษา ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๓) หรือพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร หรือ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี หรือผู้ดูแลหลักสูตร หรือหัวหน้าแผนกหรือหัวหน้างานที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าแผนกวิชาที่ผลิตผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา เกษตร และที่ผลิตผู้สำเร็จการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๔) หรือพ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการปศุสัตว์ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๕) แล้วแต่กรณี
- ๒๒
เมื่อตำแหน่งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ
(๕) ว่างลง ก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ตำแหน่งกรรมการนั้นว่างลง ในกรณีที่วาระของกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน คณะกรรมการจะให้มี การเลือกกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
- ๒๓
เมื่อตำแหน่งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๖) ว่างลงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการดังกล่าวทั้งหมดก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งจากสมาชิกซึ่งมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๘ เป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ตำแหน่งกรรมการนั้นว่างลง เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๙ กรณีตำแหน่งกรรมการตามวรรคหนึ่งว่างลงรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการซึ่งได้รับ เลือกตั้ง ให้คณะกรรมการจัดให้มีการเลือกตั้งกรรมการขึ้นแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กรรมการ ดังกล่าวได้ว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าวาระของกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน คณะกรรมการจะจัดให้มี การเลือกตั้งกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้ ให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
- ๒๔
ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกิจการสภาการสัตวบาลตามวัตถุประสงค์ และหน้าที่และอำนาจของสภาการสัตวบาล ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖ และมาตรา ๗
(๒) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่น เพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์และหน้าที่และอำนาจของ สภาการสัตวบาล
(๓) ออกระเบียบและประกาศตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
(๔) ออกข้อบังคับเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และเพื่อให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ของสภาการสัตวบาล
(๕) แต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ
(๖) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๘ ข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง
(๔) เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
- ๒๕
การปฏิบัติหน้าที่ และหน้าที่และอำนาจของนายกสภาการสัตวบาล อุปนายก สภาการสัตวบาล เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก ผู้ดำรงตำแหน่งอื่น และ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
หมวด ๔ การดำเนินการของคณะกรรมการ
3 มาตรา- ๒๖
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๐ ในการประชุมคณะกรรมการ ให้นายกสภาการสัตวบาลเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณี ที่นายกสภาการสัตวบาลไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสภาการสัตวบาลคนที่หนึ่ง หรือคนที่สองตามลำดับเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสภาการสัตวบาลและอุปนายกสภาการสัตวบาล ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน ในที่ประชุม มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มติของที่ประชุมในกรณีให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๔
(๔) หรือให้พักใช้ ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ การประชุมคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่น ตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง
(๒) และการประชุมคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่กำหนด ไว้ในข้อบังคับ
- ๒๗
สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุม คณะกรรมการหรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาการสัตวบาลในเรื่องใด ๆ ก็ได้
- ๒๘
มติของที่ประชุมคณะกรรมการในเรื่องดังต่อไปนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สภานายกพิเศษก่อน จึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้
(๑) การออกข้อบังคับ
(๒) การกำหนดงบประมาณของสภาการสัตวบาล
(๓) การให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา ๑๔ (๔)
(๔) การวินิจฉัยชี้ขาดให้พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้นายกสภาการสัตวบาลเสนอมติตามวรรคหนึ่งต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษ อาจมีคำสั่งยับยั้งมตินั้นได้ ในกรณีที่มิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับมติ ที่นายกสภาการสัตวบาลเสนอ ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบมตินั้น เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๑ ถ้าสภานายกพิเศษยับยั้งมติใด ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาอีกครั้งภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งยับยั้ง ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ก็ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้
หมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล
24 มาตรา- ๒๙
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพการสัตวบาล หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่น เข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากสภาการสัตวบาล เว้นแต่ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) การประกอบวิชาชีพการสัตวบาลที่กระทำต่อสัตว์เลี้ยงของตนเอง และสัตว์เลี้ยงของ ผู้เลี้ยงหรือเกษตรกรรายย่อย ทั้งนี้ โดยมีขนาด ชนิด และจำนวนสัตว์เลี้ยงตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมซึ่งทำการฝึกหัดหรือฝึกอบรมในความควบคุม ของสถาบันการศึกษาวิชาการสัตวบาลทั้งที่เป็นของรัฐหรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ได้รับอนุญาตจาก ทางราชการให้จัดตั้ง หรือสถาบันการสัตวบาลที่สภาการสัตวบาลรับรอง ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของ เจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดหรือผู้ให้การฝึกอบรมซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล
(๓) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด ซึ่งทำการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามหน้าที่ และอำนาจ หรือตามที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานดังกล่าวมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
(๔) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมาย กำหนด มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
(๕) การประกอบวิชาชีพการสัตวบาลของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการหรือ ผู้สอนในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันการสัตวบาลที่สภาการสัตวบาลรับรอง ทั้งนี้ โดยอนุมัติ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๒ ของคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศใน
- ๓๐
ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตใช้คำหรือข้อความด้วยอักษรไทย หรืออักษรต่างประเทศว่า สัตวบาล หรือใช้อักษรย่อของคำดังกล่าวประกอบกับชื่อตัวหรือชื่อสกุลของตน หรือใช้คำหรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า ตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้แก่ตน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๓๑
แบบและประเภทใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติบัตรหรือ วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลสาขาต่างๆและหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาล รวมทั้งการออกใบแทนใบอนุญาต หนังสืออนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตร และหนังสือ แสดงวุฒิอื่น ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๓๒
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ให้แบ่งเป็นสองประเภท คือ ผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาลประเภท ก. และผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข.
- ๓๓
ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ก. ต้องเป็นสมาชิกและมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับรวมทั้งต้องมีความรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ได้รับปริญญาในสาขาวิชาชีพการสัตวบาลจากสถานศึกษาในประเทศไทยที่กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการรับรอง และผ่านการสอบความรู้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
(๒) ได้รับปริญญาในสาขาวิชาชีพการสัตวบาลจากสถานศึกษาในต่างประเทศที่สภาการสัตวบาล รับรอง ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ตนได้รับปริญญา และผ่านการสอบความรู้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยอาจไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็น ผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาก็ได้ แต่ต้องผ่านการสอบความรู้ตามที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๓
- ๓๔
ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข. ต้องเป็นสมาชิกและมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ รวมทั้งต้องมีความรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ได้รับปริญญาสาขาอื่นที่มิใช่สาขาวิชาชีพการสัตวบาลหรือได้รับประกาศนียบัตรและ มีความรู้ในวิชาชีพการสัตวบาล ทั้งนี้ จากสถานศึกษาที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการรับรอง และผ่านการสอบความรู้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
(๒) ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาชีพการสัตวบาล หรือได้รับหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาลขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ จากสถาบันที่สภาการสัตวบาลรับรอง และผ่านการสอบความรู้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๓๕
เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดพ้นจากสมาชิกภาพ ให้ใบอนุญาตของ ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่พ้นจากสมาชิกภาพ และให้คณะกรรมการประกาศการพ้นจากสมาชิกภาพ และเหตุแห่งการนั้นให้สาธารณชนทราบ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๓๖
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัด และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๓๗
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสัตวบาล ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๓๘
บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเพราะผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดประพฤติ ผิดข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิกล่าวหาผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้นั้น โดยทำ คำกล่าวหาเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่นใดยื่นต่อสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ กรรมการหรือบุคคลอื่นที่พบหรือทราบว่าผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดประพฤติ ผิดข้อจำกัดและเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้นั้นโดยทำ คำกล่าวโทษเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่นใดยื่นต่อสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๔ สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่งหรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองสิ้นสุดลง เมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามปีนับแต่ วันที่มีการประพฤติผิดในเรื่องดังกล่าว การถอนคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้
- ๓๙
เมื่อสภาการสัตวบาลได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา ๓๘ ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า
- ๔๐
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณจากสมาชิก ประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสองคน มีหน้าที่และอำนาจ สืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้รับตามมาตรา ๓๙ แล้วทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอ คณะกรรมการเพื่อพิจารณา คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณหลายคณะก็ได้
- ๔๑
เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการ จรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณารายงานและความเห็นดังกล่าว และมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณา
(๒) ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือ ข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล
(๓) ให้ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นไม่มีมูล
- ๔๒
การสืบสวนและการสอบสวนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
- ๔๓
ในการดำเนินการสอบสวน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน จากสมาชิก ประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสองคน มีหน้าที่ และอำนาจสอบสวนและเสนอผลการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนหลายคณะก็ได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๕
- ๔๔
ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ สอบสวนมีอำนาจออกหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการดังกล่าว ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ สอบสวน ให้กรรมการ อนุกรรมการจรรยาบรรณ และอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
- ๔๕
ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ มาให้ คณะอนุกรรมการสอบสวน คำชี้แจงหรือพยานหลักฐาน ให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการสอบสวนภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวนหรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวน จะขยายให้
- ๔๖
เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้เสนอสำนวน การสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวัน เพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด
- ๔๗
เมื่อคณะกรรมการได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการ สอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวภายในเก้าสิบวัน คณะกรรมการอาจให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้
- ๔๘
คณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
(๒) ว่ากล่าวตักเตือน
(๓) ภาคทัณฑ์
(๔) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินสองปี
(๕) เพิกถอนใบอนุญาต เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๖ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๘ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ และให้ทำเป็นคำสั่งสภาการสัตวบาลพร้อมด้วยเหตุผลของ คำวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้ถือเป็นที่สุด
- ๔๙
ให้เลขาธิการแจ้งคำสั่งสภาการสัตวบาลตามมาตรา ๔๘ ไปยังผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวโทษเพื่อทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้บันทึกข้อความตามคำสั่งนั้นไว้ ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล พร้อมทั้งแจ้งผลการวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้กล่าวหาหรือผู้กล่าวโทษ ทราบด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ๕๐
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลซึ่งอยู่ใน ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำการซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนยังคงมีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าวนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง สภาการสัตวบาลที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้น
- ๕๑
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต กระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา ๕๐ ให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้น
- ๕๒
ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาต อีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอรับใบอนุญาต และปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผู้นั้นจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้อีกต่อเมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต ถ้าคณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาตเป็นครั้งที่สองแล้ว ผู้นั้นเป็นอันหมดสิทธิขอรับใบอนุญาตตลอดไป
หมวด ๖ การกำกับดูแล
4 มาตรา- ๕๓
ให้รัฐมนตรีมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลการดำเนินการของสภาการสัตวบาล และการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล และสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การดำเนินการของสภาการสัตวบาลและการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๗
- ๕๔
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานที่ทำการของผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจค้นเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือวัตถุ ดังกล่าวจะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม
(๓) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีการกระทำ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หลักฐาน หรือ วัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ตามที่เห็นสมควร
- ๕๕
ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- ๕๖
ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา
หมวด ๗ บทกำหนดโทษ
4 มาตรา- ๕๗
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๕๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๕๘
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๘
- ๕๙
ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ ตามที่เรียก หรือให้ส่งตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง
(๔) โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๖๐
ความผิดตามมาตรา ๕๘ หรือมาตรา ๕๙ ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์หรือผู้ซึ่ง อธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายมีอำนาจเปรียบเทียบได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับตามจำนวนที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
บทเฉพาะกาล
5 มาตรา- ๖๑
ในระยะเริ่มแรกที่ยังมิได้เลือกกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ
(๕) และเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๖) ให้คณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นนายกสภาการสัตวบาล และกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๑) และ
(๒) เป็นกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการและเป็นเลขานุการคณะกรรมการ และให้อธิบดี กรมปศุสัตว์แต่งตั้งข้าราชการกรมปศุสัตว์จำนวนสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งแต่งตั้งกรรมการปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามความจำเป็น
- ๖๒
ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกและการพ้นจากสมาชิกภาพ การได้มาซึ่งกรรมการ และผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ การปฏิบัติหน้าที่ และหน้าที่และอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รวมทั้ง การประชุมตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
(๒) ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ
(๖) ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
(๓) ปฏิบัติการอื่นเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๙ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ พ้นจากหน้าที่ เมื่อได้มาซึ่งกรรมการตามวรรคหนึ่ง
(๒) ครบถ้วนแล้ว
- ๖๓
ในวาระเริ่มแรก มิให้นำมาตรา ๑๕ วรรคสอง มาใช้บังคับกับการเลือกตั้ง กรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง
(๖) และมิให้นำมาตรา ๑๘ เว้นแต่การเป็นบุคคลล้มละลาย มาใช้บังคับกับกรรมการตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๕) และ (๖)
- ๖๔
ให้ผู้ซึ่งปฏิบัติงานด้านการสัตวบาลอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต่อไปได้ และให้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาลจากสภาการสัตวบาล โดยให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับ การขึ้นทะเบียนและการออกใบอนุญาต ทั้งนี้ ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าวมิให้นำมาตรา ๒๙ มาใช้บังคับ
- ๖๕
ภายใต้บังคับมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง
(๑) ให้รัฐมนตรีและคณะกรรมการ ดำเนินการออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้ ให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานในการปฏิบัติงานของบุคคลด้านการสัตวบาลให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์ต่อการเลี้ยงและ ดูแลสัตว์เลี้ยง สมควรให้มีการจัดตั้งสภาการสัตวบาลขึ้น เพื่อส่งเสริมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ควบคุมและกำหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล และควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
หนา้ ๕
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1194ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYjE0OGU2NGMtMzFiNy00Y2RiLWEzMGEtZWQ1ZDNjYjA3YzI2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKc4OCDguJ7guKPguLDguKPguLLguIrguJrguLHguI3guI3guLHguJXguLQgMjU2NS01MeC4gS0xLlBERiJ9.6csJcIWWbi1Rau4xnnF8htMoSm7pFNghbX25y53D9z821 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:0e32130ee5c55a40e89bf93ac9f454fc375dd5604d26f57b3bb46ace39295019ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:42:59.931Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR