พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๖28 มาตรา7 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 8 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bbe2a667… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามาตรา ๕–๗ · 3 มาตรา
  2. หมวด ๒ คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามาตรา ๘–๑๔ · 7 มาตรา
  3. หมวด ๓ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาตรา ๑๕ · 1 มาตรา
  4. หมวด ๔ การดำเนินการของกองทุนมาตรา ๑๖–๒๑ · 6 มาตรา
  5. หมวด ๕ การบัญชีและการตรวจสอบมาตรา ๒๒ · 1 มาตรา
  6. หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๒๓ · 1 มาตรา
  7. บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๔–๒๘ · 5 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นปีที่ ๖๘ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖”

  2. พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” หมายความว่า ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้เคยเป็น สมาชิกวุฒิสภา “กองทุน” หมายความว่า กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

  4. ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก

  5. หมวด ๑ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

    3 มาตรา
  6. ให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ดังต่อไปนี้

    (๑) การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ

    (๒) การจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล

    (๓) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีทุพพลภาพ

    (๔) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่กรรม

    (๕) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร

    (๖) สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

  7. กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

    (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

    (๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

    (๓) เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

    (๔) เงินที่โอนมาจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓

    (๕) เงินและทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน

    (๖) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค

    (๗) ดอกผลของเงินกองทุน

  8. รายได้ของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  9. หมวด ๒ คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

    7 มาตรา
  10. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา” ประกอบด้วย

    (๑) ประธานรัฐสภา เป็นประธานกรรมการ

    (๒) รองประธานรัฐสภา เป็นรองประธานกรรมการ

    (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ สภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภา ปลัดกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก

    (๔) กรรมการจำนวนสิบสามคนซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามมติของแต่ละสภา ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนห้าคนตามจำนวนหรือสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง สมาชิกวุฒิสภา จำนวนสามคน ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนสามคน และผู้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาจำนวนสองคน กรณีรองประธานรัฐสภาตาม

    (๒) เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ กิจการวุฒิสภาตาม

    (๓) ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง ให้ประธานวุฒิสภามอบหมายให้รองประธานคณะกรรมาธิการ ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการวุฒิสภาคนใดคนหนึ่ง เป็นกรรมการโดยตำแหน่งตาม

    (๓) ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการวุฒิสภาเป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ ในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือเมื่อวาระ ของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า จะมีประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาใหม่ แล้วแต่กรณี

  11. กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๘(๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ในกรณีที่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๘(๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้มีการแต่งตั้ง กรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้ง แทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินการต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ เข้ารับหน้าที่

  12. ๑๐

    นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๘(๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

    (๔) สิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก

    (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๖) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๗) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

  13. ๑๑

    การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  14. ๑๒

    คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุน

    (๒) กำหนดแนวทางการบริหารและการจ่ายเงินของกองทุน

    (๓) ระดมการจัดหาทุน

    (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การอนุมัติการเบิกจ่ายเงิน และการยกเลิกการจ่ายเงิน การบริหาร การจัดหาผลประโยชน์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน

    (๕) วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

    (๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

  15. ๑๓

    คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  16. ๑๔

    ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ ประธานอนุกรรมการ กรรมการ อนุกรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ได้รับเบี้ยประชุมตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ ซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา

  17. หมวด ๓ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

    1 มาตรา
  18. ๑๕

    ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) บริหารกองทุนตามระเบียบและมติของคณะกรรมการ

    (๒) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ

    (๓) จัดทำรายงานและการบัญชีของกองทุน

    (๔) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการ

    (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

  19. หมวด ๔ การดำเนินการของกองทุน

    6 มาตรา
  20. ๑๖

    สมาชิกรัฐสภาซึ่งได้ส่งเงินเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ แห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และจำนวนอัตราเงินทุนเลี้ยงชีพ เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก อันจะพึงได้รับจากกองทุนนั้น ให้นำระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งการเป็นสมาชิกรัฐสภาของผู้นั้นมาคิด คำนวณด้วย สมาชิกรัฐสภาที่จะมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นบุคคลที่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่ง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

  21. ๑๗

    ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามีสิทธิขอรับเงินเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจากกองทุน ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

  22. ๑๘

    ในกรณีผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรม ให้บุคคลตามลำดับดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิ ขอรับเงินจากกองทุนก่อนหลัง

    (๑) บุคคลที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาได้แสดงเจตนาเป็นหนังสือให้เป็นผู้มีสิทธิขอรับเงินจากกองทุน

    (๒) คู่สมรส

    (๓) บุตร

    (๔) บิดามารดา การขอรับเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีสิทธิขอรับเงินยื่นคำขอต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาถึงแก่กรรม ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

  23. ๑๙

    การจ่ายเงินจากกองทุนเพราะเหตุทุพพลภาพให้จ่ายให้แก่ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพราะป่วยเจ็บทุพพลภาพซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

  24. ๒๐

    ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภามีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนในกรณีการให้การศึกษาบุตร สำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจนถึงระดับปริญญาตรีหรือ เทียบเท่าได้เพียงคนที่หนึ่งและคนที่สอง ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรม ของบุคคลอื่น ในกรณีที่บิดาและมารดาเป็นผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ให้บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิ ได้รับเงินจากกองทุนในกรณีการให้การศึกษาบุตรเพียงฝ่ายเดียว เว้นแต่เมื่อมีการจดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่ และบุตรอยู่ในความอุปการะของผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาฝ่ายใด ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาฝ่ายนั้นเป็นผู้มี สิทธิได้รับ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินในกรณีการให้การศึกษาบุตร ให้เป็นไปตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด

  25. ๒๑

    การจ่ายเงินจากกองทุนในกรณีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก

  26. หมวด ๕ การบัญชีและการตรวจสอบ

    1 มาตรา
  27. ๒๒

    ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณทุกปี ให้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของกองทุนให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรอง เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบบัญชีตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรเสนอรายงานผลการสอบบัญชีดังกล่าวต่อคณะกรรมการและสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทราบต่อไป

  28. หมวด ๖ บทกำหนดโทษ

    1 มาตรา
  29. ๒๓

    ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  30. บทเฉพาะกาล

    5 มาตรา
  31. ๒๔

    ให้โอนบรรดากิจการ เงิน สิทธิ และหนี้สินของกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ ไปเป็น ของกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้

  32. ๒๕

    ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้ จนกว่าจะมีประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามมาตรา ๘(๔) ซึ่งต้องไม่เกินหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  33. ๒๖

    ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ อยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

  34. ๒๗

    ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาก่อนวันที่ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก

  35. ๒๘

    ให้บรรดาระเบียบและประกาศของกองทุนที่ออกตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีระเบียบที่ออกตามความใน พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๔๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีภารกิจในด้านการตรากฎหมาย การควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน และการให้ความเห็นชอบในเรื่องต่างๆ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ดังนั้น เพื่อตอบแทนคุณงามความดีและความเสียสละแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาซึ่งสมาชิกภาพ ได้สิ้นสุดลงสมควรให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็น สมาชิกรัฐสภาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/498ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiODFkZTgyODYtODVhYS00YWZhLTgyNzMtZGRhODFmNTVmNTMyIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTM5IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTU2LTQ04LiBLTEuUERGIn0.qcfaqLEjRLElgR600ibJU0IBu8X5qwThb08GVYt13uQ8 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:bbe2a6678ee3e53196f1ebb2ff5388c64b142c1794b1d12162deef8446b6a122ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:19:21.789Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR