พระราชบัญญัติ ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๕๓๕
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 bd3b78a8… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
ปรารภ
พระราชบัญญัติ ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ วันที่ ๓๑มีนาคมพ.ศ.๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด เกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบทบัญญัติบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และบทบัญญัติลักษณะ ๒๓สมาคมของบรรพ ๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๕๓๕”
- ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันถัด จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- ๓
ให้แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑และ บรรพ ๓ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ยกเลิกบทบัญญัติบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งได้ ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๑ และบรรพ ๒ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๔๖๘
(๒) ให้ยกเลิกลักษณะ ๒๓สมาคม ของบรรพ ๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ซึ่งได้ใช้บังคับโดยพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๖๙/ตอนที่๔๒/หน้า๑/๘เมษายน๒๕๓๕ พาณิชย์บรรพ ๓ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.๒๔๗๑
(๓) ให้ใช้บทบัญญัติท้ายพระราชบัญญัตินี้เป็นบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่
- ๔
เอกสารที่มีการใช้ตราประทับแทนการลงลายมือชื่อตามมาตรา ๙ วรรคสองแห่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ซึ่ง ได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลสมบูรณ์เสมือนกับลงลายมือชื่อต่อไป
- ๕
บทบัญญัติบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจ ชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของการให้กู้ยืมเงินที่ผู้ เสมือนไร้ความสามารถได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๖
ผู้จัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ที่ศาลได้ตั้งขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติ นี้ใช้บังคับ หากยังมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่หรือจัดทำยังไม่แล้วเสร็จ ให้จัดทำให้แล้ว เสร็จภายในสามเดือนนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้นำมาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ
- ๗
ให้องค์ รหรือหน่วยงานที่กฎหมายบัญญัติให้เป็ทบวงการเมืองตาม ความหมายของมาตรา ๗๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถูกยกเลิกโดยมาตรา ๓ (๑)แห่งพระราชบัญญัตินี้ คงมีฐานะเป็นนิติบุคคลต่อไป
- ๘
ให้บรรดาสมาคมที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ก่อนวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นสมาคมตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ สมาคมใดที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวัที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มิได้ใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “สมาคม”ประกอบกับชื่อของสมาคมให้ยื่นคำขอ แก้ไขข้อบังคับของสมาคมให้ถูกต้องตามมาตรา ๘๐แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๙
สมาคมตามมาตรา ๘วรรคหนึ่ สมาคมใดมีวิธีจดการโดยไม่มี คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมตามมาตรา ๗๙(๖)แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ถ้าสมาคมนั้นไม่ดำเนินการยื่นคำขอแก้ไข ข้อบังคับของสมาคมและจัดให้มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของสมาคมภายในสองปีนับแต่ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียน
- ๑๐
สมาคมตามมาตรา ๘วรรคหนึ่ สมาคมใดมี มาชิกไม่ถึงสิบคน หากสมาคมนั้นไม่ได้จัดให้มีจำนวนสมาชิกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ให้นายทะเบียนถอนชื่อสมาคมนั้นออกจากทะเบียนตามมาตรา ๑๐๒(๕) แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้
- ๑๑
ให้บรรดามูลนิธิที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นมูลนิธิตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่ และพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าตราสารก่อตั้งมูลนิธิดังกล่าว เป็นข้อบังคับของมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้าย พระราชบัญญัตินี้ มูลนิธิใดที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติี้ใช้บังคับ มิได้ใช้ชื่อซึ่งมีคำว่า “มูลนิธิ ”ประกอบกับชื่อของมูลนิธิ ให้ยื่นคำขอ แก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๑๒
บรรดามูลนิธิที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและมิได้เป็น นิติบุคคลถ้าประสงค์จะจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและใช้คำว่า “มูลนิธิ”ประกอบชื่อของตนต่อไปต้อง ยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๑๑๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- ๑๓
มูลนิธิตามมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง มูลนิธิใด มีข้อบังคับที่กำหนดให้ มีผู้จัดการของมูลนิธิไม่ถึงสามคนในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้ามูลนิธินั้นไม่ดำเนินการยื่น คำขอแก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิเพื่อให้มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยบุคคลไม่น้อยกว่าสามคน เป็นผู้ดำเนินกิจการของมูลนิธิภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ นายทะเบียนดำเนินการตามมาตรา ๑๒๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระ ใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้เพื่อสั่งการให้แก้ไขข้อบังคับของมูลนิธิให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไปถ้า ปรากฏว่ามูลนิธิใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ก็ให้นายทะเบียนร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้ เลิกมูลนิธิตามมาตรา ๑๓๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้าย พระราชบัญญัตินี้
- ๑๔
บรรดาระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในบรรพ ๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์และที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๒๓สมาคมของบรรพ ๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หากระยะเวลาดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลง ในวัที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและระยะเวลาที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่ ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ แตกต่ งกับระยะเวลาที่ กำหนดไว้เดิมให้นำระยะเวลาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับ
- ๑๕
ให้แก้เลขมาตราตามที่มีอยู่ในมาตราต่างๆแห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์เป็นเลขมาตราตามบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจ ชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ดังต่อไปนี้
(๑) “มาตรา ๙วรรคสองและวรรคสาม”ในมาตรา ๑๖๖๖ให้แก้เป็น “มาตรา ๙วรรคสอง”
(๒) “มาตรา ๒๙”ในมาตรา ๑๔๖๔และมาตรา ๑๕๑๙ให้แก้เป็น “มาตรา ๒๘”
(๓) “มาตรา ๓๔”ในมาตรา ๑๖๑๐และมาตรา ๑๖๑๑ให้แก้เป็น “มาตรา ๓๒”
(๔) “มาตรา ๖๐มาตรา ๖๑มาตรา ๖๓”ในมาตรา ๑๕๗๗ให้แก้เป็น “มาตรา ๕๖มาตรา ๕๗มาตรา ๖๐”
(๕) “มาตรา ๖๕”ในมาตรา ๑๖๐๒ให้แก้เป็น“มาตรา ๖๒”
(๖) “มาตรา ๖๖”ในมาตรา ๑๖๐๒ให้แก้เป็น “มาตรา ๖๓”
(๗) “มาตรา ๘๑”ในมาตรา ๑๖๗๖ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๐”
(๘) “มาตรา ๘๕”ในมาตรา ๑๖๗๗ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๑๔”
(๙) “มาตรา ๑๓๐วรรคสอง”ในมาตรา ๓๖๐ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๖๙วรรค สอง”
(๑๐) “มาตรา ๑๘๙”ในมาตรา ๒๔๘และมาตรา ๑๗๕๔ให้แก้เป็น “มาตรา ๑๙๓/๒๗”
- ๑๖
บทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่อ้างถึงบทบัญญัติในบรรพ ๑หรือ ลัษณะ๒๓ในบรรพ ๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่ และพาณิชย์ ให้ถือว่ บทบัญญัติแห่ กฎหมายนั้นอ้างถึงบทบัญญัติที่มีนัยเช่นเดียวกันในบรรพ ๑แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้
- ๑๗
บรรดากฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๙๗และมาตรา ๑๒๙๗แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้
- ๑๘
ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรัษาการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปัยารชุ นายกรัฐมนตรี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อความเบื้องต้น
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.senate.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf362 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:bd3b78a8a9abebedec47739ee24d3f19bb82c3c798f69fe50786c5668dcdea92ดึงเมื่อ 2026-08-24T00:38:16.713Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR