ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๘๖กถํ อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ ธมฺมานานตฺเต ปญฺญา ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ นิรุตฺตินานตฺเต ปญฺญา นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ ปฏิภาณนานตฺเต ปญฺญา ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ {๑๘๖.๑} สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺโม วิริยินฺทฺริยํ ธมฺโม สตินฺทฺริยํ ธมฺโม สมาธินฺทฺริยํ ธมฺโม ปญฺญินฺทฺริยํ ธมฺโม อญฺโญ สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺโม อญฺโญ วิริยินฺทฺริยํ ธมฺโม อญฺโญ สตินฺทฺริยํ ธมฺโม อญฺโญ สมาธินฺทฺริยํ ธมฺโม อญฺโญ ปญฺญินฺทฺริยํ ธมฺโม เยน ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ธมฺมนานตฺเต ปญฺญา ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๘๗อธิโมกฺขฏฺโฐ อตฺโถ ปคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ อุปฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อตฺโถ ทสฺสนฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อธิโมกฺขฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อุปฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อวิกฺเขปฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ทสฺสนฏฺโฐ อตฺโถ เยน ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๘๘ปญฺจ ธมฺเม สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา ปญฺจ อตฺเถ สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา อญฺญา ธมฺมนิรุตฺติโย อญฺญา อตฺถนิรุตฺติโย เยน ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ญาตา เตเนว ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ นิรุตฺตินานตฺเต ปญฺญา นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๘๙ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ญาณานิ ปญฺจสุ อตฺเถสุ ญาณานิ ทสสุ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ อญฺญานิ ธมฺเมสุ ญาณานิ อญฺญานิ อตฺเถสุ ญาณานิ อญฺญานิ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ เยน ญาเณน อิเม นานา ญาณา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ญาณา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ปฏิภาณนานตฺเต ปญฺญา ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๐สทฺธาพลํ ธมฺโม วิริยพลํ ธมฺโม สติพลํ ธมฺโม สมาธิพลํ ธมฺโม ปญฺญาพลํ ธมฺโม อญฺโญ สทฺธาพลํ ธมฺโม อญฺโญ วิริยพลํ ธมฺโม อญฺโญ สติพลํ ธมฺโม อญฺโญ สมาธิพลํ ธมฺโม อญฺโญ ปญฺญาพลํ ธมฺโม เยน ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ธมฺมนานตฺเต ปญฺญา ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๑อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ โกสชฺเช อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ ปมาเท อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อุทฺธจฺเจ อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อวิชฺชาย อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อสฺสทฺธิเย อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ โกสชฺเช อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปมาเท อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อุทฺธจฺเจ อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อวิชฺชาย อกมฺปิยฏฺโฐ อตฺโถ เยน ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๒ปญฺจ ธมฺเม สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา ปญฺจ อตฺเถ สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา อญฺญา ธมฺมนิรุตฺติโย อญฺญา อตฺถนิรุตฺติโย เยน ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ญาตา เตเนว ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ นิรุตฺตินานตฺเต ปญฺญา นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๓ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ญาณานิ ปญฺจสุ อตฺเถสุ ญาณานิ ทสสุ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ อญฺญานิ ธมฺเมสุ ญาณานิ อญฺญานิ อตฺเถสุ ญาณานิ อญฺญานิ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ เยน ญาเณน อิเม นานา ญาณา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ญาณา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ปฏิภาณนานตฺเต ปญฺญา ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๔สติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ วิริยสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม อญฺโญ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺโม เยน ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ธมฺมนานตฺเต ปญฺญา ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๕อุปฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ ปวิจยฏฺโฐ อตฺโถ ปคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ ผรณฏฺโฐ อตฺโถ อุปสมฏฺโฐ อตฺโถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อตฺโถ ปฏิสงฺขานฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อุปฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปวิจยฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ผรณฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อุปสมฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อวิกฺเขปฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปฏิสงฺขานฏฺโฐ อตฺโถ เยน ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๖สตฺต ธมฺเม สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา สตฺต อตฺเถ สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา อญฺญา ธมฺมนิรุตฺติโย อญฺญา อตฺถนิรุตฺติโย เยน ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ญาตา เตเนว ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ นิรุตฺตินานตฺเต ปญฺญา นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๗สตฺตสุ ธมฺเมสุ ญาณานิ สตฺตสุ อตฺเถสุ ญาณานิ จุทฺทสสุ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ อญฺญานิ ธมฺเมสุ ญาณานิ อญฺญานิ อตฺเถสุ ญาณานิ อญฺญานิ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ เยน ญาเณน อิเม นานา ญาณา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ญาณา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ปฏิภาณนานตฺเต ปญฺญา ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๘สมฺมาทิฏฺฐิ ธมฺโม สมฺมาสงฺกปฺโป ธมฺโม สมฺมาวาจา ธมฺโม สมฺมากมฺมนฺโต ธมฺโม สมฺมาอาชีโว ธมฺโม สมฺมาวายาโม ธมฺโม สมฺมาสติ ธมฺโม สมฺมาสมาธิ ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาทิฏฺฐิ ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาสงฺกปฺโป ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาวาจา ธมฺโม อญฺโญ สมฺมากมฺมนฺโต ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาอาชีโว ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาวายาโม ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาสติ ธมฺโม อญฺโญ สมฺมาสมาธิ ธมฺโม เยน ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ธมฺมา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ธมฺมนานตฺเต ปญฺญา ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๑๙๙ทสฺสนฏฺโฐ อตฺโถ อภินิโรปนฏฺโฐ อตฺโถ ปริคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ สมุฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ โวทานฏฺโฐ อตฺโถ ปคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ อุปฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ อวิกฺเขปฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ทสฺสนฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อภินิโรปนฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปริคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ สมุฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ โวทานฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ ปคฺคหฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อุปฏฺฐานฏฺโฐ อตฺโถ อญฺโญ อวิกฺเขปฏฺโฐ อตฺโถ เยน ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา อตฺถา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๒๐๐อฏฺฐ ธมฺเม สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา อฏฺฐ อตฺเถ สนฺทสฺเสตุํ พฺยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา อญฺญา ธมฺมนิรุตฺติโย อญฺญา อตฺถนิรุตฺติโย เยน ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ญาตา เตเนว ญาเณน อิมา นานา นิรุตฺติโย ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ นิรุตฺตินานตฺเต ปญฺญา นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ
๒๐๑อฏฺฐสุ ธมฺเมสุ ญาณานิ อฏฺฐสุ อตฺเถสุ ญาณานิ โสฬสสุ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ อญฺญานิ ธมฺเมสุ ญาณานิ อญฺญานิ อตฺเถสุ ญาณานิ อญฺญานิ นิรุตฺตีสุ ญาณานิ เยน ญาเณน อิเม นานา ญาณา ญาตา เตเนว ญาเณน อิเม นานา ญาณา ปฏิวิทิตาติ เตน วุจฺจติ ปฏิภาณนานตฺเต ปญฺญา ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ ตํ ญาตฏฺเฐน ญาณํ ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา เตน วุจฺจติ อตฺถนานตฺเต ปญฺญา อตฺถปฏิสมฺภิเท ญาณํ ธมฺมนานตฺเต ปญฺญา ธมฺมปฏิสมฺภิเท ญาณํ นิรุตฺตินานตฺเต ปญฺญา นิรุตฺติปฏิสมฺภิเท ญาณํ ปฏิภาณนานตฺเต ปญฺญา ปฏิภาณปฏิสมฺภิเท ญาณํ ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๒๕-๒๘. ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส ๒๕-๒๘. ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส แสดงปฏิสัมภิทาญาณ
ปัญญาในอรรถต่างๆ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทาญาณ ปัญญาในธรรม ต่างๆ ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทาญาณ ปัญญาในนิรุตติต่างๆ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัม- ภิทาญาณ ปัญญาในปฏิภาณต่างๆ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ เป็นอย่างไร คือ สัทธินทรีย์ชื่อว่าธรรม วิริยินทรีย์ชื่อว่าธรรม สตินทรีย์ชื่อว่าธรรม สมาธินทรีย์ชื่อว่าธรรม ปัญญินทรีย์ชื่อว่าธรรม สัทธินทรีย์เป็นธรรมอย่างหนึ่งวิริยินทรีย์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง สตินทรีย์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง สมาธินทรีย์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง ปัญญินทรีย์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมต่างๆ ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทาญาณ (๑) สภาวะที่น้อมไปชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ประคองไว้ชื่อว่าอรรถ สภาวะที่เข้าไปตั้งไว้ชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่ฟุ้งซ่านชื่อว่าอรรถ สภาวะที่เห็นชื่อว่าอรรถ สภาวะที่น้อมไปเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ประคองไว้เป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่เข้าไปตั้งไว้เป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ไม่ฟุ้งซ่านเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่เห็นเป็นอรรถอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้อรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะอรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในอรรถต่างๆ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทาญาณ (๒) การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงธรรม ๕ ประการ การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงอรรถ ๕ ประการ ธรรมนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง อรรถนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้นิรุตติต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะนิรุตติต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในนิรุตติต่างๆ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๒๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๒๕-๒๘. ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส ญาณในธรรม ๕ ประการ ญาณในอรรถ ๕ ประการ ญาณในนิรุตติ ๑๐ ประการญาณในธรรมเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในอรรถเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในปฏิภาณต่างๆ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ (๔)
สัทธาพละชื่อว่าธรรม วิริยพละชื่อว่าธรรม สติพละชื่อว่าธรรม สมาธิพละชื่อว่าธรรม ปัญญาพละชื่อว่าธรรม สัทธาพละเป็นธรรมอย่างหนึ่งวิริยพละเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สติพละเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สมาธิพละเป็นธรรมอย่างหนึ่ง ปัญญาพละเป็นธรรมอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมต่างๆ ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทาญาณ สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะความไม่มีศรัทธาชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะความเกียจคร้านชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะความประมาทชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะอุทธัจจะชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะอวิชชาชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะความไม่มีศรัทธาเป็นอรรถอย่างหนึ่งสภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะความเกียจคร้านเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะความประมาทเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะอุทธัจจะเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ไม่หวั่นไหวเพราะอวิชชาเป็นอรรถอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้อรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะอรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในอรรถต่างๆ ชื่อว่าอัตถ-ปฏิสัมภิทาญาณ การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงธรรม ๕ ประการ การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงอรรถ ๕ ประการ ธรรมนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง อรรถนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้นิรุตติต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะนิรุตติต่างๆ เหล่านั้นด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในนิรุตติต่างๆ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๒๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๒๕-๒๘. ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส ญาณในธรรม ๕ ประการ ญาณในอรรถ ๕ ประการ ญาณในนิรุตติ ๑๐ ประการ ญาณในธรรมเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในอรรถเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในปฏิภาณต่างๆ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ สติสัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม วิริยสัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม ปีติสัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม สมาธิ-สัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม อุเบกขาสัมโพชฌงค์ชื่อว่าธรรม สติสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง วิริยสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง ปีติสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง สมาธิสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง อุเบกขาสัมโพชฌงค์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมต่างๆ ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทาญาณ สภาวะที่ตั้งมั่นชื่อว่าอรรถ สภาวะที่เลือกเฟ้นชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ประคองไว้ชื่อว่าอรรถ สภาวะที่แผ่ซ่านชื่อว่าอรรถ สภาวะที่สงบชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่ฟุ้งซ่านชื่อว่าอรรถ สภาวะที่พิจารณาชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ตั้งมั่นเป็นอรรถอย่างหนึ่งสภาวะที่เลือกเฟ้นเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ประคองไว้เป็นอรรถอย่างหนึ่งสภาวะที่แผ่ซ่านเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่สงบเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ไม่ฟุ้งซ่านเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่พิจารณาเป็นอรรถอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้อรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะอรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในอรรถต่างๆ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทาญาณ การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงธรรม ๗ ประการ การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงอรรถ ๗ ประการ ธรรมนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง อรรถนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้นิรุตติต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะนิรุตติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๒๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๒๕-๒๘. ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส ต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในนิรุตติต่างๆ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ ญาณในธรรม ๗ ประการ ญาณในอรรถ ๗ ประการ ญาณในนิรุตติ ๑๔ ประการ ญาณในธรรมเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในอรรถเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในปฏิภาณต่างๆ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ สัมมาทิฏฐิชื่อว่าธรรม สัมมาสังกัปปะชื่อว่าธรรม สัมมาวาจาชื่อว่าธรรมสัมมากัมมันตะชื่อว่าธรรม สัมมาอาชีวะชื่อว่าธรรม สัมมาวายามะชื่อว่าธรรมสัมมาสติชื่อว่าธรรม สัมมาสมาธิชื่อว่าธรรม สัมมาทิฏฐิเป็นธรรมอย่างหนึ่งสัมมาสังกัปปะเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สัมมากัมมันตะเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สัมมา-อาชีวะเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สัมมาวายามะเป็นธรรมอย่างหนึ่ง สัมมาสมาธิเป็นธรรมอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะธรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในธรรมต่างๆ ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทาญาณ สภาวะที่เห็นชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ตรึกตรองชื่อว่าอรรถ สภาวะที่กำหนดไว้ชื่อว่าอรรถ สภาวะที่เป็นสมุฏฐานชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ผ่องแผ้วชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ประคองไว้ชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ตั้งมั่นชื่อว่าอรรถ สภาวะที่ไม่ฟุ้งซ่านชื่อว่าอรรถสภาวะที่เห็นเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ตรึกตรองเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่กำหนดไว้เป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่เป็นสมุฏฐานเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ผ่องแผ้วเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ประคองไว้เป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ตั้งมั่นเป็นอรรถอย่างหนึ่ง สภาวะที่ไม่ฟุ้งซ่านเป็นอรรถอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้อรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะอรรถต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในอรรถต่างๆ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทาญาณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๓๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค] ๑. ญาณกถา ๒๙-๓๑. ญาณัตตยนิทเทส การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงธรรม ๘ ประการ การระบุพยัญชนะและนิรุตติเพื่อแสดงอรรถ ๘ ประการ ธรรมนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง อรรถนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้นิรุตติต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะนิรุตติต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในนิรุตติต่างๆ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ ญาณในธรรม ๘ ประการ ญาณในอรรถ ๘ ประการ ญาณในนิรุตติ ๑๖ ประการ ญาณในธรรมเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในอรรถเป็นอย่างหนึ่ง ญาณในนิรุตติเป็นอย่างหนึ่ง พระโยคาวจรรู้ญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณใด เป็นอันรู้เฉพาะญาณต่างๆ เหล่านี้ด้วยญาณนั้นนั่นแหละ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในปฏิภาณต่างๆ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ชื่อว่าญาณ เพราะมีสภาวะรู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะมีสภาวะรู้ชัด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในอรรถต่างๆ ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทาญาณปัญญาในธรรมต่างๆ ชื่อว่าธัมมปฏิสัมภิทาญาณ ปัญญาในนิรุตติต่างๆ ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ ปัญญาในปฏิภาณต่างๆ ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสที่ ๒๕-๒๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๕-๒๘. อรรถกถาปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส
[๑๘๖-๒๐๑] พึงทราบวินิจฉัยในปฏิสัมภิทาญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.
เพราะเมื่อท่านไม่กล่าวธรรมไว้ก็ไม่สามารถจะกล่าวถึงกิจของธรรมนั้นได้. ฉะนั้น จึงไม่สนใจลำดับที่ท่านยกขึ้นชี้แจงธรรมทั้งหลายก่อน. อรรถแห่งธรรมเป็นต้นท่านได้กล่าวไว้แล้ว.
พระสารีบุตรเถระกล่าวธรรมอันนับเนื่องด้วย ธมฺม ศัพท์ด้วยบทมีอาทิว่า สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺโม - สัทธินทรีย์เป็นธรรม เมื่อจะแสดงอรรถแห่ง นานตฺต ศัพท์ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อญฺโญ สทฺธินฺทฺริยํ ธมฺโม - สัทธินทรีย์เป็นธรรมอย่างหนึ่ง.
จริงอยู่ เมื่อท่านกล่าวว่า อญฺโญ ธมฺโม เป็นธรรมอย่างหนึ่ง เป็นอันท่านแสดงถึงความต่างกันแห่งธรรมทั้งหลาย.
บทว่า ปฏิวิทิตา - รู้เฉพาะแล้ว คือ รู้โดยความเป็นธรรมเฉพาะหน้า ชื่อว่าปรากฏแล้ว. ด้วยบทนั้น ท่านกล่าวอรรถแห่งบทปฏิสัมภิทา.
พระสารีบุตรเถระแสดงถึงกิจมีการน้อมใจเชื่อเป็นต้น เป็นอรรถแห่งศรัทธาเป็นต้นเหล่านั้น ด้วยบทมีอาทิว่า อธิโมกฺขฏฺโฐ อตฺโถ - สภาพว่าน้อมใจเชื่อเป็นอรรถ.
บทว่า สนฺทสฺเสตํ คือ เพื่อแสดงอย่างอื่นแก่ผู้ใคร่จะรู้ แต่เมื่อผู้อื่นฟังถ้อยคำก็ย่อมได้เหมือนกัน.
บทว่า พยญฺชนนิรุตฺตาภิลาปา - การระบุพยัญชนะและนิรุตติ คือนามพยัญชนะ นามนิรุตติ นามาภิลาปะ. ชื่อที่ยังอรรถให้ปรากฏ ชื่อว่าพยัญชนะ. ชื่อว่านิรุตติ เพราะเจาะจงอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งหลายย่อมปรุงแต่งสิ่งที่เป็นสังขตะ. เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าสังขาร แล้วกล่าวทำให้มีเหตุ, ท่านกล่าวว่าอภิลาปะ เพราะเป็นเหตุระบุความ.
____________________________
สํ. ขนฺธ. เล่ม ๑๗/ข้อ ๑๕๙
อนึ่ง ชื่อว่านาม นี้มี ๔ อย่าง คือ สามัญนาม ๑ คุณนาม ๑ กิตติมนาม ๑ โอปปาติกนาม ๑.
ในนาม ๔ อย่างนั้น ในปฐมกัปพระนามของพระราชาว่า มหาสมมติราช เพราะมหาชนสมมติตั้งขึ้น ชื่อว่าสามัญนาม - นามโดยสามัญ.
ท่านกล่าวหมายถึง บทว่า ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุที่ผู้เป็นหัวหน้า อันมหาชนสมมติดังนี้แล อักขระว่า มหาชนสมมติ จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก.
____________________________
ที. ปา. เล่ม ๑๑/ข้อ ๖๓
ชื่อที่ได้มาโดยคุณความดีอย่างนี้ว่า พระธรรมกถึก ปังสุกูลิกภิกษุ วินัยธรภิกษุ ติปิฏกธรภิกษุ ผู้มีศรัทธา ผู้มีสติ ดังนี้ ชื่อว่าคุณนาม - โดยคุณความดี.
ชื่อโดยคุณความดีของพระตถาคต ตั้งหลายร้อยชื่อ มีอาทิว่า ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า
อสงฺเขยฺยานิ นามานิ สคุเณน มหาสิโน
คุเณหิ นามํ อุทฺเธยฺย อปินาม สหสฺสโต.
พระนามของพระตถาคตผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
พร้อมด้วยคุณความดีมีนับไม่ถ้วน. บัณฑิตควรยก
พระนามด้วยพระคุณขึ้นแสดง แม้ตั้งพันพระนาม.
ในวันตั้งชื่อเด็กที่เกิด พวกญาติพากันทำสักการะแก่ทักขิไณยบุคคล แล้วอยู่ใกล้ กำหนดตั้งชื่อว่าทารกนี้ชื่อโน้นดังนี้ นี้ชื่อว่า กิตติมนาม - นามโดยมีเกียรติ.
อนึ่ง การบัญญัติแต่ก่อนก็ยังตกทอดถึงการบัญญัติต่อมา. โวหารแต่ก่อนก็ยังตกทอดถึงโวหารภายหลัง.
เหมือนอย่างว่า แม้ในปุริมกัป ดวงจันทร์ก็ชื่อว่าจันทร์. แม้เดี๋ยวนี้ก็ยังชื่อว่าดวงจันทร์นั่นเอง. ในอดีต ดวงอาทิตย์ สมุทร ปฐพีก็ยังชื่อเหมือนเดิม ภูเขาก็ชื่อว่าภูเขา. แม้เดี๋ยวนี้ก็ยังชื่อว่าภูเขานั่นเอง.
นี้ชื่อว่าโอปปาติกนาม คือเป็นนามที่ผุดเกิด.
ชื่อแม้ ๔ อย่างนี้ ก็เป็นชื่อเดียวนั่นเอง. ชื่อนั้นใช้เพียงเป็นที่สังเกตของชาวโลก ว่าโดยปรมัตถ์ไม่มีอยู่. ส่วนอาจารย์พวกอื่นกล่าวว่า ชื่อว่านาม เป็นเสียงส่องถึงเนื้อความ. ทำนองเดียวกับนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาปฏิสัมภิทาญาณนิทเทส -----------------------------------------------------