๑๐. อธัมมิกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. อธัมมิกสูตร ว่าด้วยพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมและผู้ตั้งอยู่ในธรรม
ภิกษุทั้งหลาย ในเวลาที่พระราชาไม่ตั้งอยู่ในธรรม แม้พวกข้าราชการ ก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพวกข้าราชการไม่ตั้งอยู่ในธรรม แม้พราหมณ์และคหบดีก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพราหมณ์และคหบดีไม่ตั้งอยู่ในธรรม แม้ชาวนิคมและชาวชนบทก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทไม่ตั้งอยู่ในธรรม ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็โคจร(หมุน)ไปไม่สม่ำเสมอ เมื่อดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โคจรไปไม่สม่ำเสมอ หมู่ดาวนักษัตรก็โคจรไปไม่สม่ำเสมอ เมื่อหมู่ดาวนักษัตรโคจรไปไม่สม่ำเสมอ คืนและวันก็หมุนเวียนไปไม่สม่ำเสมอ เมื่อคืนและวันหมุนเวียนไปไม่@เชิงอรรถ : @ ไม่ตั้งอยู่ในธรรม หมายถึงไม่เก็บพลี (ภาษี) ๑๐ ส่วนที่พระราชาในกาลก่อนตั้งไว้ และอาชญาอันสมควร@แก่ความผิด เก็บพลีเกินและลงอาชญาเกินความผิด (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๗๐/๓๕๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค ๑๐. อธัมมิกสูตร สม่ำเสมอ เดือนหนึ่งและครึ่งเดือนก็หมุนเวียนไปไม่สม่ำเสมอ เมื่อเดือนหนึ่งและครึ่งเดือนหมุนเวียนไปไม่สม่ำเสมอ ฤดูและปีก็หมุนเวียนไปไม่สม่ำเสมอ เมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไปไม่สม่ำเสมอ ลมก็พัดไปไม่สม่ำเสมอ พัดไปผิดทางไม่สม่ำเสมอเมื่อลมพัดไปไม่สม่ำเสมอ พัดไปผิดทางไม่สม่ำเสมอ พวกเทวดาก็ขัดเคืองใจ เมื่อพวกเทวดาขัดเคืองใจ ฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล เมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลข้าวกล้าทั้งหลายก็ออกรวงสุกไม่พร้อมกัน ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลายบริโภคข้าวกล้าที่สุกไม่พร้อมกันย่อมมีอายุ น้อย ๑ มีผิวพรรณไม่ดี ๑ มีกำลังไม่ดี ๑ มีความเจ็บป่วยมาก ๑ ในเวลาที่พระราชาตั้งอยู่ในธรรม แม้พวกข้าราชการก็ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพวกข้าราชการตั้งอยู่ในธรรม แม้พราหมณ์และคหบดีก็ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพราหมณ์และคหบดีตั้งอยู่ในธรรม แม้ชาวนิคมและชาวชนบทก็ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทตั้งอยู่ในธรรม ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ก็โคจรไปสม่ำเสมอ เมื่อดวงจันทร์และดวงอาทิตย์โคจรไปสม่ำเสมอ หมู่ดาวนักษัตรก็โคจรไปสม่ำเสมอเมื่อหมู่ดาวนักษัตรโคจรไปสม่ำเสมอ คืนและวันก็หมุนเวียนไปสม่ำเสมอ เมื่อคืนและวันหมุนเวียนไปสม่ำเสมอ เดือนหนึ่งและครึ่งเดือนก็หมุนเวียนไปสม่ำเสมอเมื่อเดือนหนึ่งและครึ่งเดือนหมุนเวียนไปสม่ำเสมอ ฤดูและปีก็หมุนเวียนไปสม่ำเสมอเมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไปสม่ำเสมอ ลมก็พัดไปสม่ำเสมอ พัดไปถูกทางสม่ำเสมอเมื่อลมพัดไปสม่ำเสมอ พัดไปถูกทางสม่ำเสมอ พวกเทวดาก็ไม่ขัดเคืองใจ เมื่อพวกเทวดาไม่ขัดเคืองใจ ฝนก็ตกต้องตามฤดูกาล เมื่อฝนตกต้องตามฤดูกาลข้าวกล้าทั้งหลายก็ออกรวงสุกพร้อมกัน ภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลายบริโภคข้าวกล้าสุกพร้อมกันย่อมมีอายุยืน ๑ มีผิวพรรณผ่องใส ๑ มีกำลัง ๑ มีความเจ็บป่วยน้อย ๑ เมื่อฝูงโคข้ามน้ำไป ถ้าโคจ่าฝูงไปคดเคี้ยว โคทั้งฝูงก็ไปคดเคี้ยวตามกัน ในเมื่อโคจ่าฝูงไปคดเคี้ยว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ถ้าผู้นั้นประพฤติไม่เป็นธรรม ประชาชนชาวเมืองนั้นก็จะประพฤติไม่เป็นธรรมตามไปด้วย หากพระราชาไม่ตั้งอยู่ในธรรม ชาวเมืองนั้นก็อยู่เป็นทุกข์ เมื่อฝูงโคข้ามน้ำไป ถ้าโคจ่าฝูงไปตรง โคทั้งฝูงก็ไปตรงตามกัน ในเมื่อโคจ่าฝูงไปตรง ในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ถ้าผู้นั้นประพฤติชอบธรรม ประชาชนชาวเมืองนั้นก็จะประพฤติชอบธรรมตามไปด้วย หากพระราชาตั้งอยู่ในธรรม ชาวเมืองนั้นก็อยู่เป็นสุข อธัมมิกสูตรที่ ๑๐ จบ ปัตตกัมมวรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปัตตกัมมสูตร ๒. อานัณยสูตร ๓. พรหมสูตร ๔. นิรยสูตร ๕. รูปสูตร ๖. สราคสูตร ๗. อหิราชสูตร ๘. เทวทัตตสูตร ๙. ปธานสูตร ๑๐. อธัมมิกสูตร @เชิงอรรถ : @ ขุ.ชา. ๒๗/๑๓๓-๑๓๖/๑๑๓-๑๑๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ธรรมิกสูตร
ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ราชาโน อธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺตาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺเตสุ ภิกฺขเว อธมฺมิเกสุ พฺราหฺมณคหปติกาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺติ พฺราหฺมณคหปติเกสุ อธมฺมิเกสุ เนคมชานปทาปิ ตสฺมึ สมเย อธมฺมิกา โหนฺติ เนคมชานปเทสุ อธมฺมิเกสุ วิสมํ จนฺทิมสุริยา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ จนฺทิมสุริเยสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานิ ปริวตฺตนฺติ วิสมํ นกฺขตฺเตสุ ตารกรูเปสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ รนฺตินฺทิวา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ รตฺตินฺทิเวสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ มาสฑฺฒมาสา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ มาสฑฺฒมาเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ อุตุสํวจฺฉรา ปริวตฺตนฺติ วิสมํ อุตุสํวจฺฉเรสุ ปริวตฺตนฺเตสุ วิสมํ วาตา วายนฺติ วิสมํ วาเตสุ วายนฺเตสุ วิสมา อปญฺชสา ปริวตฺตนฺติ วิสเมสุ อปญฺชเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ เทวตา ปริกุปิตา ภวนฺติ เทวตาสุ ปริกุปิตาสุ เทโว น สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉติ เทเว น สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉนฺเต วิสมปากีนิ สสฺสานิ ภวนฺติ วิสมปากีนิ ภิกฺขเว สสฺสานิ มนุสฺสา ปริภุญฺชนฺตา อปฺปายุกา จ โหนฺติ ทุพฺพณฺณา จ ทุพฺพลา จ พหฺวาพาธา จ ฯ {๗๐.๑} ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย ราชาโน ธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺตาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมิกา โหนฺติ ราชยุตฺเตสุ ธมฺมิเกสุ พฺราหฺมณคหปติกาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมิกา โหนฺติ พฺราหฺมณ- คหปติเกสุ ธมฺมิเกสุ เนคมชานปทาปิ ตสฺมึ สมเย ธมฺมิกา โหนฺติ เนคมชานปเทสุ ธมฺมิเกสุ สมํ จนฺทิมสุริยา ปริวตฺตนฺติ สมํ จนฺทิมสุริเยสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ นกฺขตฺตานิ ตารกรูปานิ ปริวตฺตนฺติ สมํ นกฺขตฺเตสุ ตารกรูเปสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ รตฺตินฺทิวา ปริวตฺตนฺติ สมํ รตฺตินฺทิเวสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ มาสฑฺฒมาสา ปริวตฺตนฺติ สมํ มาสฑฺฒมาเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ อุตุสํวจฺฉรา ปริวตฺตนฺติ สมํ อุตุสํวจฺฉเรสุ ปริวตฺตนฺเตสุ สมํ วาตา วายนฺติ สมํ วาเตสุ วายนฺเตสุ สมา ปญฺชสา ปริวตฺตนฺติ สเมสุ ปญฺชเสสุ ปริวตฺตนฺเตสุ เทวตา อปริกุปิตา ภวนฺติ เทวตาสุ อปริกุปิตาสุ เทโว สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉติ เทเว สมฺมา ธารํ อนุปฺปเวจฺฉนฺเต สมปากีนิ สสฺสานิ ภวนฺติ สมปากีนิ ภิกฺขเว สสฺสานิ มนุสฺสา ปริภุญฺชนฺตา ทีฆายุกา จ โหนฺติ วณฺณวนฺโต จ พลวนฺโต จ อปฺปาพาธา จาติ ฯ คุนฺนญฺเจ ตรมานานํ ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต ชิมฺหํ คเต สติ เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต โส เจ อธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ ราชา เจ โหตฺยธมฺมิโก ฯ คุนฺนญฺเจ ตรมานานํ อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ เนตฺเต อุชุํ คเต สติ เอวเมว มนุสฺเสสุ โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต โส เจ ธมฺมํ จรติ ปเคว อิตรา ปชา สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโกติ ฯ ปตฺตกมฺมวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ ปตฺตกมฺมํ อนฺนนาโถ สพฺรหฺมนิรยา รูเปน ปญฺจมํ สราคอหินา เทวทตฺโต ปธานํ ธมฺมิเกน จาติ ฯ ---------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด พระราชาเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้พวกข้าราชการ ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพวกข้าราชการไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้พราหมณ์และคฤหบดีก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพราหมณ์และคฤหบดีไม่ตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้ชาวนิคมและชาวชนบท ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทไม่ตั้งอยู่ในธรรม พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ หมู่ดาวนักษัตรก็ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อคืนและวันหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนก็หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ เมื่อเดือนหนึ่งและกึ่งเดือนหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ ฤดูและปีก็ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอเมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ ลมย่อมพัดไม่สม่ำเสมอ เมื่อลมพัดไม่สม่ำเสมอ ลมก็เดินผิดทางไม่สม่ำเสมอ ย่อมพัดเวียนไป เมื่อลมเดินผิดทางไม่สม่ำเสมอพัดเวียนไป เทวดาย่อมกำเริบ เมื่อเทวดากำเริบฝนย่อมไม่ตกต้องตามฤดูกาลเมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าทั้งหลายก็สุกไม่เสมอกัน ดูกรภิกษุทั้งหลายมนุษย์ผู้บริโภคข้าวที่สุกไม่เสมอกัน ย่อมเป็นผู้มีอายุน้อย มีผิวพรรณเศร้าหมองมีกำลังน้อย มีอาพาธมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด พระราชาเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรมสมัยนั้น แม้ข้าราชการก็ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อข้าราชการตั้งอยู่ในธรรมสมัยนั้น แม้พราหมณ์และคฤหบดีก็เป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อพราหมณ์และคฤหบดีตั้งอยู่ในธรรม สมัยนั้น แม้ชาวนิคมและชาวชนบท ก็ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์หมุนเวียนสม่ำเสมอกัน หมู่ดาวนักษัตรก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เมื่อหมู่ดาวนักษัตรหมุนเวียนสม่ำเสมอ คืนและวันก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เมื่อคืนและวันย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอกัน เมื่อ เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนหมุนเวียนสม่ำเสมอ ฤดูและปีก็ย่อมหมุนเวียนไปสม่ำเสมอ เมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไปสม่ำเสมอกัน ลมย่อมพัดสม่ำเสมอ เมื่อลมพัดสม่ำเสมอ ลมย่อมพัดไปถูกทาง เมื่อลมพัดไปถูกทาง เทวดาย่อม ไม่กำเริบ เมื่อเทวดาไม่กำเริบ ฝนย่อมตกต้องตามฤดูกาล เมื่อฝน ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าก็สุกเสมอกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ผู้บริโภคข้าวกล้าที่สุกเสมอกัน ย่อมมีอายุยืน มีผิวพรรณดี มีกำลัง และมีอาพาธน้อย ฯ เมื่อฝูงโคข้ามไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงไปคด โคเหล่านั้นย่อม ไปคดทั้งหมด ในเมื่อโคผู้นำไปคด ในมนุษย์ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ ถ้าผู้นั้นประพฤติอธรรม ประชาชนนอกนี้ก็จะประพฤติอธรรมเหมือนกัน แว่นแคว้น ทั้งหมดจะได้ประสบความทุกข์ ถ้าพระราชาเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ ในธรรม เมื่อฝูงโคข้ามไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงไปตรง โคเหล่า นั้นย่อมไปตรงทั้งหมด ในเมื่อโคผู้นำไปตรง ในหมู่มนุษย์ ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ ถ้าผู้นั้นประพฤติ ธรรม ประชาชนนอกนี้ย่อมประพฤติธรรมเหมือนกัน แว่น แคว้นทั้งหมดย่อมได้ประสบความสุข ถ้าพระราชาเป็นผู้ ตั้งอยู่ในธรรม ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบปัตตกรรมวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปัตตกรรมสูตร ๒. อันนนาถสูตร ๓. สพรหมกสูตร๔. นิรยสูตร ๕. รูปสูตร ๖. สราคสูตร ๗. อหิสูตร ๘. เทว- *ทัตตสูตร ๙. ปธานสูตร ๑๐. ธรรมิกสูตร ฯ -----------------------------------------------------