สุวิทูรสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต สุวิทูรสูตร
จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว สุวิทูรวิทูรานิ กตมานิ จตฺตาริ นภญฺจ ภิกฺขเว ปฐวี จ อิทํ ปฐมํ สุวิทูรวิทูเร โอริมญฺจ ภิกฺขเว ตีรํ สมุทฺทสฺส ปาริมญฺจ ตีรํ อิทํ ทุติยํ สุวิทูรวิทูเร ยโต จ ภิกฺขเว เวโรจโน อพฺภุเทติ ยตฺถ จ อตฺถงฺคเมติ อิทํ ตติยํ สุวิทูรวิทูเร สตญฺจ ภิกฺขเว ธมฺโม อสตญฺจ ธมฺโม อิทํ จตุตฺถํ สุวิทูรวิทูเร อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ สุวิทูรวิทูรานีติ ฯ นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร ยโต จ เวโรจโน อพฺภุเทติ ปภงฺกโร ยตฺถ จ อตฺถเมติ ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ สตญฺจ ธมฺมํ อสตญฺจ ธมฺมํ ฯ อพฺยายิโก โหติ สตํ สมาคโม ยาวมฺปิ ติฏฺเฐยฺย ตเถว โหติ ฯ ขิปฺปญฺหิ เวติ อสตํ สมาคโม ตสฺมา สตํ ธมฺมา อสพฺภิ อารกาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไกลกันแสนไกล ๔ ประการ ๔ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฟ้ากับแผ่นดิน นี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๑ ฝั่งนี้และฝั่งโน้นแห่งสมุทร นี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๒ พระอาทิตย์ยามขึ้นและยามอัสดงคตนี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๓ ธรรมของสัตบุรุษและธรรมของอสัตบุรุษ นี้เป็นสิ่งที่ไกลกันแสนไกลประการที่ ๔ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไกลกันแสนไกล ๔ ประการนี้แล ฯ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน ฝั่งสมุทร ก็ไกลกัน พระอาทิตย์ส่องแสงยามอุทัยกับยามอัสดงคต ไกลกัน บัณฑิตกล่าวว่า ธรรมของสัตบุรุษกับธรรมของ อสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่านั้น การสมาคมของสัตบุรุษ มั่นคงยืดยาว ย่อมเป็นอย่างนั้นตราบเท่ากาลที่พึงดำรงอยู่ ส่วนการสมาคมของอสัตบุรุษ ย่อมจืดจางเร็ว เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษ จึงไกลจากธรรมของอสัตบุรุษ ฯ จบสูตรที่ ๗
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. โรหิตัสสวรรค ๗. สุวิทูรสูตร ๗. สุวิทูรสูตร ว่าด้วยสิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน
ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ๔ อย่างนี้ สิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ๔ อย่าง อะไรบ้าง คือ ๑. ท้องฟ้ากับแผ่นดิน นี้เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกินอย่างที่ ๑ ๒. ฝั่งนี้กับฝั่งโน้นของทะเล นี้เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกินอย่างที่ ๒ ๓. จุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้นกับจุดที่ดวงอาทิตย์ตก นี้เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลกัน เหลือเกินอย่างที่ ๓ ๔. ธรรมของสัตบุรุษ(คนดี)กับธรรมของอสัตบุรุษ(คนชั่ว) นี้เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกินอย่างที่ ๔ ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน ๔ อย่างนี้แล นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า ฟ้ากับดินอยู่ไกลกัน ฝั่ง(ทั้งสอง)ของทะเลอยู่ไกลกัน จุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกก็อยู่ไกลกัน บัณฑิตกล่าวว่า ธรรมของสัตบุรุษ กับธรรมของอสัตบุรุษอยู่ไกลยิ่งกว่านั้น สมาคมของสัตบุรุษยั่งยืนนาน ดำรงอยู่ตราบนานเท่านาน ส่วนสมาคมของอสัตบุรุษย่อมจืดจางเร็ว เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษ จึงห่างไกลจากธรรมของอสัตบุรุษ สุวิทูรสูตรที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๗๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุวิทูรสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในสุวิทูรสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สุวิทูรวิทูรานิ ความว่า ไม่ใกล้กันโดยปริยายไรๆ คือไกลแสนไกลนั่นเอง.
บทว่า นภญฺจ ภิกฺขเว ปฐวี จ ได้แก่ อากาศกับแผ่นดินใหญ่.
ในสองอย่างนั้น ชื่อว่าอากาศไม่ไกลจากแผ่นดิน แม้ประมาณ ๒ นิ้วก็จริง ถึงอย่างนั้น ท่านก็ยังกล่าวว่าไกลแสนไกล เพราะไม่ติดกันและกัน.
บทว่า เวโรจโน คือ ดวงอาทิตย์.
บทว่า สตญฺจ ภิกฺขเว ธมฺโม ความว่า โพธิปักขิยธรรม ๓๗ อันต่างด้วยสติปัฏฐาน ๔ เป็นต้น.
บทว่า อสตญฺจ ธมฺโม ความว่า อสัทธรรมอันต่างด้วยทิฏฐิ ๖๒.
บทว่า ปภงฺกโร คือ ดวงอาทิตย์.
บทว่า อพฺยายิโก โหติ ได้แก่ ไม่จางไปเป็นสภาพ.
บทว่า สตํ สมาคโม ความว่า การสมาคมของบัณฑิตด้วยสามารถกระชับมิตร.
บทว่า ยาวมฺปิ ติฏฺเฐยฺย ความว่า จะพึงตั้งอยู่นานเท่าใด.
บทว่า ตเถว โหติ ความว่า ก็คงที่อยู่เช่นนั้น ไม่ละปกติ.
บทว่า ขิปฺปญฺหิ เวติ คือ ย่อมจางเร็ว.
จบอรรถกถาสุวิทูรสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------