อัปปมาทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต อัปปมาทสูตร
จตูหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ อปฺปมาโท กรณีโย กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริตํ ภิกฺขเว ปชหถ กายสุจริตํ ภาเวถ ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ วจีทุจฺจริตํ ภิกฺขเว ปชหถ วจีสุจริตํ ภาเวถ ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ มโนทุจฺจริตํ ภิกฺขเว ปชหถ มโนสุจริตํ ภาเวถ ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ภิกฺขเว ปชหถ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวถ ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน กายทุจฺจริตํ ปหีนํ โหติ กายสุจริตํ ภาวิตํ วจีทุจฺจริตํ ปหีนํ โหติ วจีสุจริตํ ภาวิตํ มโนทุจฺจริตํ ปหีนํ โหติ มโนสุจริตํ ภาวิตํ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปหีนา โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ภาวิตา โส น ภายติ สมฺปรายิกสฺส มรณสฺสาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ควรทำความไม่ประมาทโดยฐานะ ๔ ประการ๔ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงละกายทุจริต จงเจริญกายสุจริต และอย่าประมาทในการละกายทุจริตและการเจริญกายสุจริตนั้น จงละวจีทุจริต จงเจริญวจีสุจริต และอย่าประมาทในการละวจีทุจริตและการเจริญวจีสุจริตนั้น จงละมโนทุจริต จงเจริญมโนสุจริต และอย่าประมาทในการละมโนทุจริตและการเจริญมโนสุจริตนั้น จงละมิจฉาทิฐิ จงเจริญสัมมาทิฐิ และอย่าประมาทในการละมิจฉาทิฐิและการเจริญสัมมาทิฐินั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล ภิกษุละกายทุจริต เจริญกายสุจริต ละวจีทุจริต เจริญวจีสุจริต ละมโนทุจริต เจริญมโนสุจริต ละมิจฉาทิฐิ เจริญสัมมาทิฐิได้แล้ว ในกาลนั้น เธอย่อมไม่กลัวต่อความตาย อันจะมีในภายหน้า ฯ จบสูตรที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อัปปมาทสูตร ว่าด้วยความไม่ประมาท
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอควรทำความไม่ประมาทโดยฐานะ ๔ ประการ ฐานะ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๗๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๒. เกสิวรรค ๗. อารักขสูตร ๑. จงละกายทุจริต บำเพ็ญกายสุจริต และอย่าประมาทในการละ กายทุจริตบำเพ็ญกายสุจริตนั้น ๒. จงละวจีทุจริต บำเพ็ญวจีสุจริต และอย่าประมาทในการละวจี ทุจริตบำเพ็ญวจีสุจริตนั้น . จงละมโนทุจริต บำเพ็ญมโนสุจริต และอย่าประมาทในการละ มโนทุจริตบำเพ็ญมโนสุจริตนั้น ๔. จงละมิจฉาทิฏฐิ บำเพ็ญสัมมาทิฏฐิ และอย่าประมาทในการละ มิจฉาทิฏฐิบำเพ็ญสัมมาทิฏฐินั้น ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดภิกษุละกายทุจริต บำเพ็ญกายสุจริต ละวจีทุจริต บำเพ็ญวจีสุจริต ละมโนทุจริต บำเพ็ญมโนสุจริต ละมิจฉาทิฏฐิ บำเพ็ญสัมมาทิฏฐิเมื่อนั้นเธอย่อมไม่กลัวความตายที่จะมาถึงในวันข้างหน้า อัปปมาทสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัปปมาทสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในอัปปมาทสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ยโต โข คือ เมื่อใดแล.
บทว่า สมฺปรายิกสฺส นั้นเป็นเพียงเทศนา.
แต่พระขีณาสพไม่กลัวต่อความตายอันจะมีมาในกาลภายหน้า ทั้งไม่กลัวต่อความตายอันจะมีในปัจจุบัน. ก็พระขีณาสพนั้น ท่านประสงค์ในที่นี้ แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ท่านประสงค์เอาพระอริยะทั้งหลายแม้ทั้งปวงตั้งต้นแต่พระโสดาบัน เพราะพระบาลีว่า สมฺมาทิฏฐิ ภาวิตา เจริญสัมมาทิฏฐิแล้ว.
จบอรรถกถาอัปปมาทสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------