๕. รูปสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. รูปสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้ถือรูปเป็นประมาณ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวก ไหนบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ดู อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๑๗๑-๑๗๒/๒๐๔-๒๐๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๐๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค ๕. รูปสูตร ๑. บุคคลผู้ถือรูปเป็นประมาณ เลื่อมใสในรูป ๒. บุคคลผู้ถือเสียงเป็นประมาณ เลื่อมใสในเสียง ๓. บุคคลผู้ถือความเศร้าหมองเป็นประมาณ เลื่อมใสในความเศร้าหมอง ๔. บุคคลผู้ถือธรรมเป็นประมาณ เลื่อมใสในธรรม ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ชนเหล่าใดถือประมาณในรูป และชนเหล่าใดคล้อยไปตามเสียง ชนเหล่านั้นชื่อว่าตกอยู่ในอำนาจของฉันทราคะ ย่อมไม่รู้จักบุคคลนั้น คือ บุคคลนั้นแลเป็นคนเขลา ไม่รู้คุณภายในของเขา และไม่เห็นข้อปฏิบัติภายนอกของเขา ถูกห้อมล้อมไว้โดยรอบ ย่อมถูกเสียงชักนำไป อนึ่ง บุคคลผู้ไม่รู้คุณภายใน แต่เห็นข้อปฏิบัติภายนอก มองแต่ผลในภายนอก ย่อมถูกเสียงชักนำไป ส่วนบุคคลที่รู้คุณภายใน และเห็นแจ้งข้อปฏิบัติภายนอก เห็นธรรมปราศจากเครื่องกั้น ย่อมไม่ถูกเสียงชักนำไป รูปสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงความเศร้าหมองแห่งจีวร คือ จีวรที่หยาบ จีวรเก่า และจีวรปะเย็บหลายครั้ง และความเศร้าหมอง@แห่งบาตร คือ บาตรที่มีรอยปุ่มหลายแห่ง (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๕/๓๕๕, องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๖๕/๓๘๘)@ หมายถึงตกอยู่ในอำนาจของความพอใจและความกำหนัดยินดี (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๕/๓๕๕)@ หมายถึงไม่รู้คุณมีศีลเป็นต้นที่อยู่ในภายในของบุคคลนั้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๕/๓๕๕)@ หมายถึงเห็นเฉพาะข้อปฏิบัติภายนอกของบุคคลนั้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๕/๓๕๕)@ หมายถึงเห็นเฉพาะผลคือสักการะภายนอกที่คนเหล่าอื่นกระทำแก่บุคคลนั้น (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๕/๓๕๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๐๙}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต รูปสูตร
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร รูปปฺปมาโณ รูปปฺปสนฺโน โฆสปฺปมาโณ โฆสปฺปสนฺโน ลูขปฺปมาโณ ลูขปฺปสนฺโน ธมฺมปฺปมาโณ ธมฺมปฺปสนฺโน อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ เย จ รูเปน ปามึสุ เย จ โฆเสน อนฺวคู ฉนฺทราควสูเปตา น เต ชานนฺติ ตญฺชนํ อชฺฌตฺตญฺจ น ชานาติ พหิทฺธา จ น ปสฺสติ สมนฺตาวรโณ พาโล ส เว โฆเสน วุยฺหติ ฯ อชฺฌตฺตญฺจ น ชานาติ พหิทฺธา จ วิปสฺสติ พหิทฺธา ผลทสฺสาวี โสปิ โฆเสน วุยฺหติ ฯ อชฺฌตฺตญฺจ ปชานาติ พหิทฺธา จ วิปสฺสติ (เอวํ) วินีวรณทสฺสาวี น โส โฆเสน วุยฺหตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวก เป็นไฉนคือ ผู้ถือประมาณในรูป เลื่อมใสในรูป ๑ ผู้ถือประมาณในเสียง เลื่อมใสในเสียง ๑ ผู้ถือประมาณในความเศร้าหมอง เลื่อมใสในความเศร้าหมอง ๑ผู้ถือประมาณในธรรม เลื่อมใสในธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลกนี้ ฯ ก็ชนเหล่าใด ถือประมาณในรูป และชนเหล่าใด คล้อยไป ตามเสียง ชนเหล่านั้น เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจของฉันทราคะ ย่อมไม่รู้จักชนนั้น คือ ย่อมไม่รู้คุณภายในของเขา และ ไม่เห็นข้อปฏิบัติภายนอกของเขา บุคคลนั้นแล เป็นคน เขลา ถูกห้อมล้อมไว้โดยรอบ อันเสียงย่อมพัดไป อนึ่ง บุคคลไม่รู้คุณภายใน และไม่เห็นข้อปฏิบัติภายนอกของเขา แม้บุคคลนั้นเห็นผลในภายนอก ก็ยังถูกเสียงพัดไป ส่วน บุคคลรู้ทั่วถึงคุณภายในของเขา และเห็นแจ้งข้อปฏิบัติภาย นอกของเขา บุคคลนั้นเป็นผู้เห็นธรรมอันปราศจากเครื่องกั้น ย่อมไม่ถูกเสียงพัดไป ฯ จบสูตรที่ ๕