วลาหกสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต วลาหกสูตรที่ ๒
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว วลาหกา กตเม จตฺตาโร คชฺชิตา โน วสฺสิตา วสฺสิตา โน คชฺชิตา เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วลาหกา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร คชฺชิตา โน วสฺสิตา วสฺสิตา โน คชฺชิตา เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ ฯ {๑๐๒.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก คชฺชิตา โน วสฺสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๐๒.๒} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ โน คชฺชิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ โน คชฺชิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก วสฺสิตา โน คชฺชิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๐๒.๓} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๑๐๒.๔} กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหก ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ วลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่าง ๑ ให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่าง ๑ ทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่าง ๑ คำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่าง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายวลาหก ๔ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกไม่คำราม แต่ให้ฝนตกจำพวก ๑ดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถาอุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ เขาไม่รู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจวลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ได้เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ... เวทัลละ แต่เขารู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกให้ฝนตกแต่ไม่คำราม แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเป็นดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ได้เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ... เวทัลละ ทั้งเขาไม่รู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเป็นดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ... เวทัลละ ทั้งเขารู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ จบสูตรที่ ๒
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ทุติยวลาหกสูตร ว่าด้วยบุคคลเปรียบเหมือนเมฆ สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย เมฆ ๔ ชนิดนี้ เมฆ ๔ ชนิด อะไรบ้าง คือ ๑. เมฆที่คำราม แต่ไม่ให้ฝนตก ๒. เมฆที่ให้ฝนตก แต่ไม่คำราม ๓. เมฆที่ไม่คำรามและไม่ให้ฝนตก ๔. เมฆที่คำรามและให้ฝนตก ภิกษุทั้งหลาย เมฆ ๔ ชนิดนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๕๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. วลาหกวรรค ๒. ทุติยวลาหกสูตร ภิกษุทั้งหลาย ในทำนองเดียวกัน บุคคลเปรียบเหมือนเมฆ ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่คำราม แต่ไม่ให้ฝนตก ๒. บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่ให้ฝนตก แต่ไม่คำราม ๓. บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่ไม่คำรามและไม่ให้ฝนตก ๔. บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่คำรามและให้ฝนตก บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่คำราม แต่ไม่ให้ฝนตก เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถาอุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม เวทัลละ แต่เขาไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย (เหตุเกิดทุกข์) นี้ทุกขนิโรธ (ความดับทุกข์) นี้ทุกขนิโรธคามินี-ปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์)’ บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่คำราม แต่ไม่ให้ฝนตก เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนเมฆที่คำราม แต่ไม่ให้ฝนตก บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่ให้ฝนตก แต่ไม่คำราม เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่เรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถาอุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม เวทัลละ แต่เขารู้ชัดตามความเป็นจริงว่า‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่ให้ฝนตก แต่ไม่คำราม เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนเมฆที่ให้ฝนตก แต่ไม่คำราม บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่ไม่คำรามและไม่ให้ฝนตก เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่เรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะคาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม เวทัลละ และเขาไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่ไม่คำรามและไม่ให้ฝนตก เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนเมฆที่ไม่คำรามและไม่ให้ฝนตก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๕๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. วลาหกวรรค ๓. กุมภสูตร บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่คำรามและให้ฝนตก เป็นอย่างไร คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถาอุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม เวทัลละ และเขารู้ชัดตามความเป็นจริงว่า‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ บุคคลเปรียบเหมือนเมฆที่คำรามและให้ฝนตก เป็นอย่างนี้แล เรากล่าวเปรียบบุคคลประเภทนี้ว่าเหมือนเมฆที่คำรามและให้ฝนตก ภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบเหมือนเมฆ ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ทุติยวลาหกสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยวลาหกสูตรที่ ๒ มีความง่ายทั้งนั้น.