๒. ปปติตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปปติตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้ตกจากธรรมวินัย
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เราเรียกว่า ‘ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ @เชิงอรรถ : @ ภวเนตติ เป็นชื่อของตัณหา หมายถึงเชือกผูกสัตว์ในภพ (ภวรชฺชุ) (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑/๒๗๙)@ ปรินิพพาน ในที่นี้หมายถึงดับกิเลสได้สิ้นเชิง (ที.ม.อ. ๑๘๖/๑๖๙, องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑/๒๗๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๑. ภัณฑคามวรรค ๒. ปปติตสูตร ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยอริยศีล เรียกว่า ‘ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ๒. บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยอริยสมาธิ เรียกว่า ‘ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ๓. บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยอริยปัญญา เรียกว่า ‘ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ๔. บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยอริยวิมุตติ เรียกว่า ‘ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เราเรียกว่า ‘ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เราเรียกว่า ‘ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุคคลผู้ประกอบด้วยอริยศีล เรียกว่า ‘ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ๒. บุคคลผู้ประกอบด้วยอริยสมาธิ เรียกว่า ‘ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ๓. บุคคลผู้ประกอบด้วยอริยปัญญา เรียกว่า ‘ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ๔. บุคคลผู้ประกอบด้วยอริยวิมุตติ เรียกว่า ‘ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เราเรียกว่า ‘ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้’ ผู้เคลื่อนจากธรรมวินัย นี้ย่อมตกไป ผู้ตกไปและกำหนัดเพราะราคะต้องกลับมา อีก เมื่อทำกิจที่ควรทำ ยินดีสิ่งที่ควรยินดี จะบรรลุสุขด้วยสุข ปปติตสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ ผู้ไม่ตกไป หมายถึงผู้มั่งคงในธรรมวินัย (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒/๒๗๙) @ เคลื่อนจากธรรมวินัยนี้ ในที่นี้หมายถึงผู้ตกไปจากอริยศีล อริยสมาธิ อริยปัญญา และอริยวิมุตติ@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒/๒๘๐) @ ต้องกลับมาอีก ในที่นี้หมายถึงกลับมาสู่ชาติ ชรา พยาธิ และมรณะอีก (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒/๒๘๐)@ บรรลุสุขด้วยสุข หมายถึงบรรลุทิพยสุขด้วยสุขอันเป็นของมนุษย์, บรรลุวิปัสสนาสุขด้วยฌานสุข, บรรลุ@มัคคสุขด้วยวิปัสสนาสุข, บรรลุผลสุขด้วยมัคคสุข, บรรลุนิพพานสุขด้วยผลสุข (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒/๒๘๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปปติตสูตร
จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโตติ วุจฺจติ กตเมหิ จตูหิ อริเยน ภิกฺขเว สีเลน อสมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโตติ วุจฺจติ อริเยน ภิกฺขเว สมาธินา อสมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโตติ วุจฺจติ อริยาย ภิกฺขเว ปญฺญาย อสมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโตติ วุจฺจติ อริยาย ภิกฺขเว วิมุตฺติยา อสมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโตติ วุจฺจติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโตติ วุจฺจติ ฯ {๒.๑} จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโตติ วุจฺจติ กตเมหิ จตูหิ อริเยน ภิกฺขเว สีเลน สมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโตติ วุจฺจติ อริเยน ภิกฺขเว สมาธินา สมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโตติ วุจฺจติ อริยาย ภิกฺขเว ปญฺญาย สมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโตติ วุจฺจติ อริยาย ภิกฺขเว วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโตติ วุจฺจติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโตติ วุจฺจตีติ ฯ จุตา ปตนฺติ ปติตา คิทฺธา จ ปุนราคตา กตกิจฺจํ รตํรมฺมํ สุเขนานฺวาคตํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เราเรียกว่า ผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉน คือ ศีลที่เป็นอริยะ ๑ สมาธิที่เป็นอริยะ ๑ ปัญญาที่เป็นอริยะ ๑ และวิมุตติที่เป็นอริยะ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เราเรียกว่าผู้ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม๔ ประการ เราเรียกว่า ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉนคือ ศีลที่เป็นอริยะ ๑ สมาธิที่เป็นอริยะ ๑ ปัญญาที่เป็นอริยะ ๑ และวิมุตติที่เป็นอริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลเราเรียกว่า ผู้ไม่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ผู้ที่ตกไปจากธรรมวินัยนี้ ชื่อว่าผู้ตกไป ผู้กำหนัดเพราะราคะ เป็นผู้กลับมาอีก ฉะนั้น ควรทำกิจที่ควรทำ ยินดีใน คุณชาติที่ควรยินดี จะได้บรรลุสุขทั้งโลกียสุขและโลกุตตร สุข ฯ จบสูตรที่ ๒