อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง

๓. ทุจจริตวรรค ๑. ทุจจริตสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญุตาสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุปปัญญสูตร ๑๑. กวิสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๑–๒๓๑11 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. ทุจจริตวรรค หมวดว่าด้วยทุจริตและสุจริต ๑. ทุจจริตสูตร ว่าด้วยทุจริตและสุจริต

ข้อ ๒๒๑

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้ วจีทุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มุสาวาท (พูดเท็จ) ๒. ปิสุณาวาจา (พูดส่อเสียด) ๓. ผรุสวาจา (พูดคำหยาบ) ๔. สัมผัปปลาปะ (พูดเพ้อเจ้อ) ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้ วจีสุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัจจวาจา (พูดจริง) ๒. อปิสุณาวาจา (พูดไม่ส่อเสียด) ๓. สัณหวาจา (พูดอ่อนหวาน) ๔. มันตภาสา (พูดด้วยปัญญา) ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้แล ทุจจริตสูตรที่ ๑ จบ ๒. ทิฏฐิสูตร ว่าด้วยทิฏฐิ

ข้อ ๒๒๒

ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๑๔๙ (สุจริตสูตร) หน้า ๒๑๒ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๘}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๓. อกตัญญุตาสูตร ๑. กายทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยกาย) ๒. วจีทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยวาจา) ๓. มโนทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยใจ) ๔. มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ประการนี้แลย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) ๒. วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา) ๓. มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ) ๔. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหายไม่ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพบุญเป็นอันมาก ทิฏฐิสูตรที่ ๒ จบ ๓. อกตัญญุตาสูตร ว่าด้วยความเป็นผู้ไม่รู้คุณและความเป็นผู้รู้คุณ

ข้อ ๒๒๓

ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วย ธรรม ๔ ประการย่อมบริหารตนให้ถูกกำจัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๙}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๕. ปฐมมัคคสูตร ๑. กายทุจริต ๒. วจีทุจริต ๓. มโนทุจริต ๔. อกตัญญุตา อกตเวทิตา ฯลฯ ๑. กายสุจริต ๒. วจีสุจริต ๓. มโนสุจริต ๔. กตัญญุตา กตเวทิตา ฯลฯ อกตัญญุตาสูตรที่ ๓ จบ ๔. ปาณาติปาตีสูตร ว่าด้วยผู้ฆ่าสัตว์และผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์

ข้อ ๒๒๔

ฯลฯ ๑. เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ๒. เป็นผู้ลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม ๔. เป็นผู้พูดเท็จ ฯลฯ ๑. เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ๒. เป็นผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม ๔. เป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ ฯลฯ ปาณาติปาตีสูตรที่ ๔ จบ ๕. ปฐมมัคคสูตร ว่าด้วยมรรค สูตรที่ ๑

ข้อ ๒๒๕

ฯลฯ ๑. มีมิจฉาทิฏฐิ ๒. มีมิจฉาสังกัปปะ ๓. มีมิจฉาวาจา ๔. มีมิจฉากัมมันตะ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๒๑๓ (อกตัญญุตาสูตร) หน้า ๓๓๓ ในเล่มนี้ @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๐}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ฯลฯ ๑. มีสัมมาทิฏฐิ ๒. มีสัมมาสังกัปปะ ๓. มีสัมมาวาจา ๔. มีสัมมากัมมันตะ ฯลฯ ปฐมมัคคสูตรที่ ๕ จบ ๖. ทุติยมัคคสูตร ว่าด้วยมรรค สูตรที่ ๒

ข้อ ๒๒๖

ฯลฯ ๑. มีมิจฉาอาชีวะ ๒. มีมิจฉาวายามะ ๓. มีมิจฉาสติ ๔. มีมิจฉาสมาธิ ฯลฯ ๑. มีสัมมาอาชีวะ ๒. มีสัมมาวายามะ ๓. มีสัมมาสติ ๔. มีสัมมาสมาธิ ฯลฯ ทุติยมัคคสูตรที่ ๖ จบ ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ว่าด้วยครรลองแห่งโวหาร สูตรที่ ๑

ข้อ ๒๒๗

ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้ @ ดูข้อ ๒๑๗ (ปฐมโวหารปถสูตร) หน้า ๓๓๕ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๑}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ฯลฯ ปฐมโวหารปถสูตรที่ ๗ จบ ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ว่าด้วยครรลองแห่งโวหาร สูตรที่ ๒

ข้อ ๒๒๘

ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ฯลฯ ทุติยโวหารปถสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้ @ ดูข้อ ๒๑๘ (ทุติยโวหารปถสูตร) หน้า ๓๓๖ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๒}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค ๑๐. ทุปปัญญสูตร ๙. อหิริกสูตร ว่าด้วยผู้ไม่มีหิริและผู้มีหิริ

ข้อ ๒๒๙

ฯลฯ ๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ทุศีล ๓. เป็นผู้ไม่มีหิริ ๔. เป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ฯลฯ ๑. เป็นผู้มีศรัทธา ๒. เป็นผู้มีศีล ๓. เป็นผู้มีหิริ ๔. เป็นผู้มีโอตตัปปะ ฯลฯ อหิริกสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. ทุปปัญญสูตร ว่าด้วยผู้มีปัญญาทรามและผู้มีปัญญา

ข้อ ๒๓๐

ฯลฯ ๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ทุศีล ๓. เป็นผู้เกียจคร้าน ๔. เป็นผู้มีปัญญาทราม ฯลฯ ๑. เป็นผู้มีศรัทธา ๒. เป็นผู้มีศีล ๓. เป็นผู้ปรารภความเพียร ๔. เป็นผู้มีปัญญา ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหายไม่ถูกผู้รู้ติเตียนและประสพบุญเป็นอันมาก ทุปปัญญสูตรที่ ๑๐ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๓}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทุจจริตวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๑. กวิสูตร ว่าด้วยกวี

ข้อ ๒๓๑

ภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้ กวี ๔ จำพวก ไหนบ้าง คือ ๑. จินตากวี ๒. สุตกวี ๓. อัตถกวี ๔. ปฏิภาณกวี ภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้แล กวิสูตรที่ ๑๑ จบ ทุจจริตวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทุจจริตสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญุตาสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุปปัญญสูตร ๑๑. กวิสูตร @เชิงอรรถ : @ จินตากวี คือ ผู้รู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์บทกลอน ตามแนวความคิดของตน@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐) @ สุตกวี คือ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์ตามที่ได้ฟังมา (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐)@ อัตถกวี คือ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์ โดยอาศัยความหมายสั้นๆ แล้วขยายความให้พิสดาร@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐) @ ปฏิภาณกวี คือ ผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการประพันธ์ โดยใช้ปฏิภาณของตน ในลักษณะแต่งกลอนสดเหมือน@พระวังคีสเถระ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๒๑-๒๓๑/๔๔๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๔๔}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ทุจริตวรรคที่ ๓

ข้อ ๒๒๑

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีทุจฺจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ มุสาวาโท ปิสุณา วาจา ผรุสา วาจา สมฺผปฺปลาโป อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีทุจฺจริตานิ ฯ จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีสุจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ สจฺจวาจา อปิสุณา วาจา สณฺหา วาจา มนฺตาภาสา อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีสุจริตานีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือคำเท็จ ๑ คำส่อเสียด ๑ คำหยาบ ๑ คำเพ้อเจ้อ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายวจีทุจริต ๔ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉนคือ คำจริง ๑ คำไม่ส่อเสียด ๑ คำอ่อนหวาน ๑ คำพอประมาณ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ อย่างนี้ ฯ

ข้อ ๒๒๒

จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ ฯ {๒๒๒.๑} จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน สมฺมาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัดถูกทำลาย เป็นคนมีโทษวิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ มิจฉาทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลาย เป็นคนมีโทษ วิญญูชนติเตียนและย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นผู้ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัดไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมได้ประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑สัมมาทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลเป็นผู้ฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลายไม่มีโทษวิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมได้ประสบบุญเป็นอันมาก ฯ

ข้อ ๒๒๓

จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน อกตญฺญุตา อกตเวทิตา ฯเปฯ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน กตญฺญุตา กตเวทิตา ฯเปฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลาย เป็นผู้มีโทษวิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลเป็นผู้ไม่ฉลาด เป็นอสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนให้ถูกขจัด ถูกทำลายเป็นผู้มีโทษวิญญูชนติเตียน และย่อมประสบกรรมมิใช่บุญเป็นอันมาก ดูกรภิกษุทั้งหลายบัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เป็นคนฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษ วิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑มโนสุจริต ๑ ความเป็นคนกตัญญูกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นคนฉลาด เป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีโทษวิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ฯ

ข้อ ๒๒๔

ปาณาติปาตี โหติ อทินฺนาทายี โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ มุสาวาที โหติ ฯเปฯ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ ฯเปฯ

เป็นคนฆ่าสัตว์ ๑ ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑ พูดเท็จ ๑ ฯลฯ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ งดเว้นจากการลักทรัพย์ ๑งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๑ งดเว้นจากการพูดเท็จ ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๕

มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ มิจฺฉาสงฺกปฺโป โหติ มิจฺฉาวาโจ โหติ มิจฺฉากมฺมนฺโต โหติ ฯเปฯ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ สมฺมาสงฺกปฺโป โหติ สมฺมาวาโจ โหติ สมฺมากมฺมนฺโต โหติ ฯเปฯ

เป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ ดำริผิด ๑ ทำการงานผิด ๑ เจรจาผิด ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีความเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ ทำการงานชอบ ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๖

มิจฺฉาอาชีโว โหติ มิจฺฉาวายาโม โหติ มิจฺฉาสติ โหติ มิจฺฉาสมาธิ โหติ ฯเปฯ สมฺมาอาชีโว โหติ สมฺมาวายาโม โหติ สมฺมาสติ โหติ สมฺมาสมาธิ โหติ ฯเปฯ

เป็นผู้มีอาชีพผิด ๑ พยายามผิด ๑ ระลึกผิด ๑ ตั้งใจไว้ผิด ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีอาชีพชอบ ๑ พยายามชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งใจไว้ชอบ ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๗

อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาที โหติ อสฺสุเต สุตวาที โหติ อมุเต มุตวาที โหติ อวิญฺญาเต วิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ อทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาที โหติ อสฺสุเต อสฺสุตวาที โหติ อมุเต อมุตวาที โหติ อวิญฺญาเต อวิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ

เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๘

ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐวาที โหติ สุเต อสฺสุตวาที โหติ มุเต อมุตวาที โหติ วิญฺญาเต อวิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐวาที โหติ สุเต สุตวาท โหติ มุเต มุตวาที โหติ วิญฺญาเต วิญฺญาตวาที โหติ ฯเปฯ

เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๒๙

อสฺสทฺโธ โหติ ทุสฺสีโล โหติ อหิริโก โหติ อโนตฺตปฺปี โหติ ฯเปฯ สทฺโธ โหติ สีลวา โหติ หิริมา โหติ โอตฺตปฺปี โหติ ฯเปฯ

เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ เป็นผู้ทุศีล ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ ฯลฯ

ข้อ ๒๓๐

อสฺสทฺโธ โหติ ทุสฺสีโล โหติ กุสีโต โหติ ทุปฺปญฺโญ โหติ ฯเปฯ สทฺโธ โหติ สีลวา โหติ อารทฺธวิริโย โหติ ปญฺญวา โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต พฺยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช วิญฺญูนํ พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตีติ ฯ

เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๑ ทุศีล ๑ เกียจคร้าน ๑ มีปัญญา ทราม ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ ปรารภความเพียร ๑ มีปัญญา ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เป็นผู้ฉลาดเป็นสัปบุรุษ ย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกขจัด ไม่ให้ถูกทำลาย เป็นผู้ไม่มีโทษวิญญูชนไม่ติเตียน และย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ฯ

ข้อ ๒๓๑

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กวี กตเม จตฺตาโร จินฺตากวิ สุตกวิ อตฺถกวิ ปฏิภาณกวิ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กวีติ ฯ ทุจฺจริตวคฺโค ตติโย ฯ --------------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กวี ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน คือจินตกวี ๑ สุตกวี ๑ อรรถกวี ๑ ปฏิภาณกวี ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายกวี ๔ จำพวกนี้แล ฯ จบทุจริตวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/