๕. ทัฏฐัพพสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๕. ทัฏฐัพพสูตร
ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว พลานิ กตมานิ ปญฺจ สทฺธาพลํ วิริยพลํ สติพลํ สมาธิพลํ ปญฺญาพลํ กตฺถ จ ภิกฺขเว สทฺธาพลํ ทฏฺฐพฺพํ จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ เอตฺถ สทฺธาพลํ ทฏฺฐพฺพํ ฯ กตฺถ จ ภิกฺขเว วิริยพลํ ทฏฺฐพฺพํ จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสุ เอตฺถ วิริยพลํ ทฏฺฐพฺพํ กตฺถ จ ภิกฺขเว สติพลํ ทฏฺฐพฺพํ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ เอตฺถ สติพลํ ทฏฺฐพฺพํ ฯ กตฺถ จ ภิกฺขเว สมาธิพลํ ทฏฺฐพฺพํ จตูสุ ฌาเนสุ เอตฺถ สมาธิพลํ ทฏฺฐพฺพํ ฯ กตฺถ จ ภิกฺขเว ปญฺญาพลํ ทฏฺฐพฺพํ จตูสุ อริยสจฺเจสุ เอตฺถ ปญฺญาพลํ ทฏฺฐพฺพํ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ พลานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำลัง ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือกำลัง คือ ศรัทธา ๑ กำลัง คือ วิริยะ ๑ กำลัง คือ สติ ๑ กำลัง คือสมาธิ ๑ กำลัง คือ ปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็พึงเห็นกำลัง คือ ศรัทธาในที่ไหน พึงเห็นในโสตาปัตติยังคะ [องค์เป็นเครื่องให้บรรลุความเป็นพระ-*โสดา] ๔ พึงเห็นกำลัง คือ ศรัทธาในที่นี้ พึงเห็นกำลัง คือ วิริยะในที่ไหนพึงเห็นในสัมมัปปธาน ๔ พึงเห็นกำลัง คือ วิริยะในที่นี้ พึงเห็นกำลัง คือ สติในที่ไหน พึงเห็นในสติปัฏฐาน ๔ พึงเห็นกำลัง คือ สติในที่นี้ พึงเห็นกำลังคือสมาธิในที่ไหน พึงเห็นในฌาน ๔ พึงเห็นกำลัง คือ สมาธิในที่นี้ พึงเห็นกำลัง คือ ปัญญาในที่ไหน พึงเห็นในอริยสัจ ๔ พึงเห็นกำลัง คือ ปัญญาในที่นี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กำลัง ๕ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๕
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. พลวรรค ๕. ทัฏฐัพพสูตร ๕. ทัฏฐัพพสูตร ว่าด้วยธรรมที่พึงเห็น
ภิกษุทั้งหลาย พละ ๕ ประการนี้ พละ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธาพละ ๒. วิริยพละ ๓. สติพละ ๔. สมาธิพละ ๕. ปัญญาพละ ภิกษุทั้งหลาย พึงเห็นสัทธาพละได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในโสตาปัตติยังคะ พึงเห็นสัทธาพละได้ที่นี้ พึงเห็นวิริยพละได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในสัมมัปปธาน ๔ พึงเห็นวิริยพละได้ที่นี้ พึงเห็นสติพละได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในสติปัฏฐาน ๔ พึงเห็นสติพละได้ที่นี้ พึงเห็นสมาธิพละได้ที่ไหน @เชิงอรรถ : @ โสตาปัตติยังคะ (องค์เครื่องบรรลุโสดา) เป็นคุณสมบัติของพระโสดาบัน ๔ ประการ@ดู สํ.ม. ๑๙/๑๐๑๓/๓๑๕, ขุ.ป. ๓๑/๑๙๔/๒๒๗, ๑๙๕/๒๒๘, ๑๙๖/๒๓๐ @ สัมมัปปธาน ๔ ประการ คือ (๑) สังวรปธาน เพียรระวังบาปอกุศลธรรมมิให้เกิดขึ้น (๒) ปหานปธาน@เพียรกำจัดบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว (๓) ภาวนาปธาน เพียรทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น@(๔) อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งมั่นและเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป@(องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕/๕) และดู ที.ปา. ๑๑/๓๐๖/๑๙๘, องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๖๙/๑๑๓-๑๑๔,@อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๓๙๐/๓๒๘, ๔๐๘/๓๓๓, ๔๒๗/๓๓๘ @ สติปัฏฐาน ๔ ประการ คือ (๑) กายานุปัสสนา (๒) เวทนานุปัสสนา (๓) จิตตานุปัสสนา (๔) ธัมมานุปัสสนา@(องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๕/๕) และดู ที.ม. ๑๐/๒๘๙/๑๘๕-๑๘๖, ๓๗๒-๓๗๔/๒๔๘,@องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๒๗๔/๓๙๐, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๓๕๕/๓๐๖, ๓๗๔/๓๑๙
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๑๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. พลวรรค ๖. ปุนกูฏสูตร พึงเห็นได้ในฌาน ๔ พึงเห็นสมาธิพละได้ที่นี้ พึงเห็นปัญญาพละได้ที่ไหน พึงเห็นได้ในอริยสัจ ๔ พึงเห็นปัญญาพละได้ที่นี้ ภิกษุทั้งหลาย พละ ๕ ประการนี้แล ทัฏฐัพพสูตรที่ ๕ จบ ๖. ปุนกูฏสูตร ว่าด้วยกำลังที่เป็นยอด
ภิกษุทั้งหลาย พละ ๕ ประการนี้ พละ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธาพละ ๒. วิริยพละ ๓. สติพละ ๔. สมาธิพละ ๕. ปัญญาพละ ภิกษุทั้งหลาย พละ ๕ ประการนี้แล พละที่เป็นเลิศ เป็นที่รวม เป็นศูนย์รวมแห่งพละ ๕ ประการนี้ คือปัญญาพละ ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เป็นเลิศ เป็นที่รวม เป็นศูนย์รวมแห่งเรือนยอด คือยอดเรือน แม้ฉันใด พละที่เป็นเลิศ เป็นที่รวม เป็นศูนย์รวมแห่งเสขพละ ๕ ประการนี้คือปัญญาพละ ฉันนั้นเหมือนกันแล ปุนกูฏสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ ฌาน หมายถึง ปฐมฌาน มีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกกัคคตา ทุติยฌาน มีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข@เอกกัคคตา ตติยฌาน มีองค์ ๒ คือ สุข เอกกัคคตา และ จุตตถฌาน มีองค์ ๒ คือ อุเบกขา เอกัคคตา@(ม.มู. ๑๒/๘๒/๕๔-๕๕, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๖๒๓/๔๑๓) @ ดู วิ.ม. ๔/๑๔-๑๕/๑๔-๑๕, สํ.ม. ๑๙/๑๐๘๑/๓๖๗-๓๖๙, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๑๘๙/๑๖๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทัฏฐัพพสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในทัฏฐัพพสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะตรัสโลกุตรธรรมในที่มิใช่วิสัย จึงตรัสคำมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พึงเห็นสัทธาพละในธรรมไหน ดังนี้.
เหมือนอย่างว่า เมื่อสหายมีพระราชาเป็นที่ ๕ คือบุตรเศรษฐี ๔ คน พระราชาลงเดินถนนด้วยคิดว่า เราจักเล่นนักษัตร ในเวลาไปเรือนของบุตรเศรษฐีคนที่หนึ่ง อีก ๔ คนก็นั่งเฉย เจ้าของเรือนกล่าวว่า พวกท่านจงให้ของเคี้ยว ของบริโภค ของหอม ดอกไม้และเครื่องประดับเป็นต้นแก่ท่านเหล่านี้ ดังนี้แล้วตรวจตราในเรือน.
ในเวลาไปเรือนของบุตรเศรษฐี คนที่ ๒ คนที่ ๓ คนที่ ๔ อีก ๔ คนก็นั่งเฉย เจ้าของเรือนกล่าวว่า พวกท่านจงให้ของเคี้ยว ของบริโภค ของหอม ดอกไม้และเครื่องประดับแก่ท่านเหล่านี้ ดังนี้แล้วตรวจตราในเรือน.
ครั้นต่อมา ในเวลาไปราชมณเฑียรของพระราชาทีหลังเขาทั้งหมด พระราชาแม้จะทรงเป็นใหญ่ในชนทั้งหมดก็จริง ถึงดังนั้นในเวลานี้ยังตรัสว่า พวกท่านจงให้ของเคี้ยว ของบริโภค ของหอม ดอกไม้และเครื่องประดับเป็นต้นแก่ท่านเหล่านี้ ดังนี้แล้วทรงตรวจตราในพระราชมณเฑียรของพระองค์ฉันใด
เมื่อพละมีศรัทธาเป็นที่ ๕ แม้เกิดขึ้นในอารมณ์เดียวกัน ก็เหมือนเมื่อสหายเหล่านั้นลงเดินถนนพร้อมกัน สหายอีกสี่คนนั่งเฉยในเรือนของคนที่หนึ่ง สหายที่เป็นเจ้าของเรือนย่อมตรวจตราฉันใด สัทธาพละมีลักษณะน้อมใจเชื่อ เพราะบรรลุโสตาปัตติยังคะ จึงเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้า พละที่เหลือก็คล้อยตามสัทธาพละนั้นฉันนั้น.
ในเรือนของบุตรเศรษฐีคนที่สอง สหายอีกสี่คนก็นั่งเฉย สหายเจ้าของเรือนตรวจตราฉันใด วิริยพละมีลักษณะประคองไว้ เพราะถึงสัมมัปปธาน พละที่เหลือก็คล้อยตามวิริยพละนั้นฉันนั้น.
ในเรือนของบุตรเศรษฐีคนที่สาม สหายอีกสี่คนก็นั่งเฉย สหายเจ้าของเรือนตรวจตราฉันใด สติพละมีลักษณะเข้าไปตั้งไว้ เพราะถึงสติปัฏฐานจึงเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้า พละที่เหลือก็คล้อยตามสติพละนั้น ฉันนั้น.
ในเรือนของบุตรเศรษฐีคนที่สี่ สหายอีกสี่คนก็นั่งเฉย สหายเจ้าของเรือนย่อมตรวจตราฉันใด สมาธิพละมีลักษณะไม่ฟุ้งซ่าน เพราะถึงฌานวิโมกข์ พละที่เหลือก็คล้อยตามสมาธิพละนั้นฉันนั้น.
แต่ในเวลาไปพระราชมณเฑียรของพระราชาภายหลังเขาทั้งหมด สหายอีกสี่คนก็นั่งเฉย พระราชาพระองค์เดียวทรงตรวจตราในพระราชมณเฑียรฉันใด ปัญญาพละมีลักษณะรู้ทั่ว เพราะบรรลุอริยสัจสี่ จึงเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้า พละที่เหลือก็คล้อยตามปัญญาพละนั้นฉันนั้น.
ท่านกล่าวพละ ๕ ในสูตรนี้เจือกันอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาทัฏฐัพพสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------