๘. สัปปุริสทานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๘. สัปปุริสทานสูตร
ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว สปฺปุริสทานานิ กตมานิ ปญฺจ สทฺธาย ทานํ เทติ สกฺกจฺจํ ทานํ เทติ กาเลน ทานํ เทติ อนุคฺคหิตจิตฺโต ทานํ เทติ อตฺตานญฺจ ปรญฺจ อนุปหจฺจ ทานํ เทติ ฯ {๑๔๘.๑} สทฺธาย โข ปน ภิกฺขเว ทานํ ทตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ อฑฺโฒ จ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค อภิรูโป จ โหติ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคโต ฯ {๑๔๘.๒} สกฺกจฺจํ โข ปน ภิกฺขเว ทานํ ทตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ อฑฺโฒ จ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค เย ปิสฺส เต โหนฺติ ปุตฺตาติ วา ทาราติ วา ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา เตปิ สุสุสฺสนฺติ โสตํ โอทหนฺติ อญฺญาจิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ ฯ {๑๔๘.๓} กาเลน โข ปน ภิกฺขเว ทานํ ทตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ อฑฺโฒ จ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค กาลาคตา จสฺส อตฺถา ปริปูรา โหนฺติ ฯ {๑๔๘.๔} อนุคฺคหิตจิตฺโต โข ปน ภิกฺขเว ทานํ ทตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ อฑฺโฒ จ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค อุฬาเรสุ จ ปญฺจสุ กามคุเณสุ โภคาย จิตฺตํ นมติ ฯ {๑๔๘.๕} อตฺตานญฺจ ปรญฺจ อนุปหจฺจ โข ปน ภิกฺขเว ทานํ ทตฺวา ยตฺถ ยตฺถ ตสฺส ทานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตติ อฑฺโฒ จ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค น จสฺส กุโตจิ โภคานํ อุปฆาโต อาคจฺฉติ อคฺคิโต วา อุทกโต วา ราชโต วา โจรโต วา อปฺปิยโต วา ทายาทโต วา ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ สปฺปุริสทานานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัปปุริสทาน ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ สัตบุรุษย่อมให้ทานด้วยศรัทธา ๑ ย่อมให้ทานโดยเคารพ ๑ ย่อมให้ทานโดยกาลอันควร ๑ เป็นผู้มีจิตอนุเคราะห์ให้ทาน ๑ ย่อมให้ทานไม่กระทบตนและผู้อื่น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษครั้นให้ทานด้วยศรัทธาแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และเป็นผู้มีรูปสวยงาม น่าดู น่าเลื่อมใสประกอบด้วยผิวพรรณงามยิ่งนัก ในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล (บังเกิดขึ้น) ครั้นให้ทานโดยเคารพแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และเป็นผู้มีบุตรภรรยา ทาส คนใช้หรือคนงาน เป็นผู้เชื่อฟัง เงี่ยโสตลงสดับคำสั่ง ตั้งใจใคร่รู้ในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ครั้นให้ทานโดยกาลอันควรแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และย่อมเป็นผู้มีความต้องการที่เกิดขึ้นตามกาลบริบูรณ์ ในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ครั้นเป็นผู้มีจิตอนุเคราะห์ให้ทานแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และเป็นผู้มีจิตน้อมไปเพื่อบริโภคกามคุณ ๕ สูงยิ่งขึ้น ในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ครั้นให้ทานไม่กระทบตนและผู้อื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และย่อมเป็นผู้มีโภคทรัพย์ไม่มีภยันตรายมาแต่ที่ไหนๆคือ จากไฟ จากน้ำ จากพระราชา จากโจร จากคนไม่เป็นที่รัก หรือจากทายาทในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัปปุริสทาน ๕ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. สัปปุริสทานสูตร ว่าด้วยสัปปุริสทาน
ภิกษุทั้งหลาย สัปปุริสทาน ๕ ประการนี้ สัปปุริสทาน ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ให้ทานด้วยศรัทธา ๒. ให้ทานโดยเคารพ @เชิงอรรถ : @ ให้โดยเคารพ หมายถึงให้โดยเคารพทั้งในไทยธรรมและในพระทักขิไณยบุคคล (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๔๗/๕๗)@ เห็นผลที่จะพึงมาถึงจึงให้ หมายถึงเชื่อกรรมและผลของกรรมแล้วให้ทานด้วยคิดว่า “ทานนี้จักเป็นปัจจัย@แห่งความมีในอนาคต” (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๔๗/๕๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๔๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. ติกัณฑกีวรรค ๘. สัปปุริสทานสูตร ๓. ให้ทานตามกาลอันควร ๔. เป็นผู้มีจิตอนุเคราะห์ให้ทาน ๕. ให้ทานไม่กระทบตนและผู้อื่น ภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษครั้นให้ทานด้วยศรัทธาแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์ มาก มีโภคะมาก และเป็นผู้มีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนักในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ครั้นให้ทานโดยเคารพแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และ เป็นผู้ที่บุตร ภรรยา ทาส คนใช้ และกรรมกรตั้งใจฟังด้วยดี เงี่ยโสตสดับ ตั้งใจใฝ่รู้ ครั้นให้ทานตามกาลอันควรแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก และเป็นผู้มีความปรารถนาที่เกิดขึ้นตามกาลบริบูรณ์ในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ครั้นเป็นผู้มีจิตอนุเคราะห์ให้ทานแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะ มาก และเป็นผู้มีจิตน้อมไปเพื่อบริโภคกามคุณ ๕ สูงยิ่งขึ้นในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ครั้นให้ทานไม่กระทบตนและผู้อื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะ มาก และเป็นผู้มีโภคทรัพย์ ไม่มีภยันตรายมาแต่ที่ไหนๆ คือ จากไฟ จากน้ำ จากพระราชา จากโจร จากคนไม่เป็นที่รัก หรือจากทายาทในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล ภิกษุทั้งหลาย สัปปุริสทาน ๕ ประการนี้แล สัปปุริสทานสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ให้ทานไม่กระทบตนและผู้อื่น หมายถึงให้ทานโดยไม่ลบหลู่คุณของตนและผู้อื่น@(องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๔๘/๕๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๔๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัปปุริสทานสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในสัปปุริสทานสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สทฺธาย ได้แก่ เชื่อทานและผลแห่งทาน.
บทว่า กาเลน ได้แก่ ตามกาลที่เหมาะที่ควร.
บทว่า อนุคฺคหจิตฺโต ได้แก่ มีจิตไม่เสียดาย คือสละขาดไปเลย.
บทว่า อนุปหจฺจ ได้แก่ ไม่กระทบ คือไม่ลบหลู่คุณทั้งหลาย.
บทว่า กาลาคตา จสฺส อตฺถา ปริปูรา โหนฺติ ความว่า ประโยชน์ทั้งหลายเมื่อจะมาถึง มิได้มาเมื่อเจริญวัยแล้ว ย่อมมาในเวลาที่เหมาะที่ควรในปฐมวัยนั่นเอง ทั้งมากด้วย.
จบอรรถกถาสัปปุริสทานสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------