๑๐. สาลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๑๐. สาลสูตร
หิมวนฺตํ ภิกฺขเว ปพฺพตราชํ นิสฺสาย มหาสาลา ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒนฺติ กตมาหิ ปญฺจหิ สาขาปตฺตปลาเสน วฑฺฒนฺติ ตเจน วฑฺฒนฺติ ปปฺปฏิกาย วฑฺฒนฺติ เผคฺคุนา วฑฺฒนฺติ สาเรน วฑฺฒนฺติ หิมวนฺตํ ภิกฺขเว ปพฺพตราชํ นิสฺสาย มหาสาลา อิมาหิ ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒนฺติ เอวเมว โข ภิกฺขเว สทฺธํ กุลปตึ นิสฺสาย อนฺโตชโน ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒติ กตมาหิ ปญฺจหิ สทฺธาย วฑฺฒติ สีเลน วฑฺฒติ สุเตน วฑฺฒติ จาเคน วฑฺฒติ ปญฺญาย วฑฺฒติ สทฺธํ ภิกฺขเว กุลปตึ นิสฺสาย อนฺโตชโน อิมาหิ ปญฺจหิ วฑฺฒีหิ วฑฺฒตีติ ฯ ยถา หิ ปพฺพโต เสโล อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน ตํ รุกฺขา อุปนิสฺสาย วฑฺฒนฺเตเต วนปฺปตี ตเถว สีลสมฺปนฺนํ สทฺธํ กุลปุตฺตํ อิธ อุปนิสฺสาย วฑฺฒนฺติ ปุตฺตทารา จ พนฺธวา อมจฺจา ญาติสงฺฆา จ เย จสฺส อนุชีวิโน ตฺยสฺส สีลวโต สีลํ จาคํ สุจริตานิ จ ปสฺสมานานุกุพฺพนฺติ เย ภวนฺติ วิจกฺขณา อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน สคฺคํ สุคติคามินํ นนฺทิโน เทวโลกสฺมึ โมทนฺติ กามกามิโนติ ฯ สุมนวคฺโค จตุตฺโถ ฯ ตสฺสุทฺทานํ สุมนา จุนฺทิ อุคฺคโห สีโห ทานานิสํสโย กาลโภชนสทฺธา จ ปุตฺตสาเลหิ เต ทสาติ ฯ ------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นสาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมวันต์ ย่อมเจริญ ด้วยความเจริญ ๕ ประการ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ย่อมเจริญด้วยกิ่งและใบ ๑ย่อมเจริญด้วยเปลือก ๑ ย่อมเจริญด้วยกะเทาะ ๑ ย่อมเจริญด้วยกระพี้ ๑ ย่อมเจริญด้วยแก่น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นสาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมวันต์ ย่อมเจริญด้วยความเจริญ ๕ ประการนี้แล ฉันใด ชนภายในอาศัยเจ้าบ้านผู้มีศรัทธาย่อมเจริญด้วยความเจริญ ๕ ประการ ฉันนั้นเหมือนกันแล ความเจริญ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ๑ ย่อมเจริญด้วยศีล ๑ ย่อมเจริญด้วยสุตะ ๑ ย่อมเจริญด้วยจาคะ ๑ ย่อมเจริญด้วยปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายชนภายในอาศัยเจ้าบ้านผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยความเจริญ ๕ ประการนี้แล ฯ ต้นไม้ทั้งหลาย อาศัยบรรพตศิลาล้วนในป่าใหญ่ ย่อมเจริญ ขึ้นเป็นไม้ใหญ่ชั้นเจ้าป่า ฉันใด บุตร ภรรยา มิตร อำมาตย์ หมู่ญาติ และคนที่เข้าไปอาศัยเลี้ยงชีพทั้งหลาย ในโลกนี้ ได้อาศัยกุลบุตรผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล จึงเจริญได้ ฉันนั้นเหมือนกัน ชนเหล่านั้นเห็นศีล จาคะและ สุจริตทั้งหลาย ของกุลบุตรผู้มีศีล จาคะและสุจริตนั้น เมื่อประจักษ์ชัดแล้ว ย่อมประพฤติตาม ชนเหล่านั้น ครั้น ประพฤติธรรมอันเป็นที่ไปสู่สวรรค์ สุคติ ในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เพลิดเพลิน เพียบพร้อมด้วยกาม บันเทิงใจ ในเทวโลก ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบสุมนวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุมนสูตร ๒. จุนทิสูตร ๓. อุคคหสูตร ๔. สีหสูตร ๕. ทานานิสังสสูตร ๖. กาลทานสูตร ๗. โภชนทานสูตร ๘. สัทธานิสังสสูตร ๙. ปุตตสูตร ๑๐. สาลสูตร ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. สุมนวรรค ๑๐. มหาสาลปุตตสูตร ๑๐. มหาสาลปุตตสูตร ว่าด้วยต้นสาละใหญ่กับกุลบุตร
ภิกษุทั้งหลาย ไม้สาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมพานต์ ย่อมงอกงามด้วย ความเจริญ ๕ ประการ ความเจริญ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กิ่ง ใบแก่ และใบอ่อน ๒. เปลือก ๓. สะเก็ด ๔. กระพี้ ๕. แก่น ภิกษุทั้งหลาย ไม้สาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมพานต์ ย่อมงอกงามด้วยความ เจริญ ๕ ประการนี้ ฉันใด ชนภายใน อาศัยกุลบุตรผู้มีศรัทธา ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๕ ประการฉันนั้นเหมือนกัน ความเจริญ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ศรัทธา(ความเชื่อ) ๒. ศีล (การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย) ๓. สุตะ(การสดับฟังหาความรู้) ๔. จาคะ (การเสียสละ) ๕. ปัญญา (ความรอบรู้) ภิกษุทั้งหลาย ชนภายในอาศัยกุลบุตรผู้มีศรัทธา ย่อมงอกงามด้วยความ เจริญ ๕ ประการนี้ ภูเขาหินมีอยู่ในป่าใหญ่ หมู่ไม้เหล่านั้นอาศัยภูเขานั้น เจริญงอกงามเติบโตในป่า แม้ฉันใด @เชิงอรรถ : @ ชนภายใน ในที่นี้หมายถึงภรรยา บุตร ธิดา (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๔/๘๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. สุมนวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค บุตร ภรรยา พวกพ้อง อำมาตย์ หมู่ญาติ และชนผู้อาศัยเขาเลี้ยงชีพ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยกุลบุตรผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมงอกงามในโลกนี้ ชนผู้มีปัญญาเห็นแจ้ง เห็นศีล จาคะ และสุจริต (ความประพฤติดี) ของกุลบุตรผู้มีศรัทธานั้นแล้วย่อมทำตาม บุคคลประพฤติธรรมซึ่งเป็นทางนำสัตว์ไปสู่สุคติ ย่อมเพลิดเพลินในโลกนี้สมปรารถนา ย่อมบันเทิงในเทวโลก มหาสาลปุตตสูตรที่ ๑๐ จบ สุมนวรรคที่ ๔ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุมนสูตร ๒. จุนทีสูตร ๓. อุคคหสูตร ๔. สีหเสนาปติสูตร ๕. ทานานิสังสสูตร ๖. กาลทานสูตร ๗. โภชนทานสูตร ๘. สัทธสูตร ๙. ปุตตสูตร ๑๐. มหาสาลปุตตสูตร @เชิงอรรถ : @ อำมาตย์ ในที่นี้หมายถึงบุคคลที่ทำกิจการงานร่วมกัน ชี้แนะกันได้ ปรึกษาหารือกันได้ทุกเรื่อง ทุกอิริยาบถ@(สํ.ม.อ. ๓/๑๐๑๒/๓๖๗, สํ.ฏีกา ๒/๑๐๑๒/๖๒๙) @ ดู องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๔๙/๒๑๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสาลสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในสาลสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มหาสาลา คือต้นไม้ใหญ่.
บทว่า สาขาปตฺตปลาเสน วฑฺฒนฺติ คือ เจริญด้วยกิ่งเล็กและใบ ที่เรียกกันว่าปัตตะ.
บทว่า อรญฺญสฺมึ คือ ในที่มิใช่บ้าน.
บทว่า พฺรหาวเน ได้แก่ ในป่าใหญ่ คือดง.
บทที่เหลือในที่ทุกแห่ง ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสาลสูตรที่ ๑๐ จบสุมนวรรควรรณนาที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุมนสูตร
๒. จุนทิสูตร
๓. อุคคหสูตร
๔. สีหสูตร
๕. ทานานิสังสสูตร
๖. กาลทานสูตร
๗. โภชนทานสูตร
๘. สัทธานิสังสสูตร
๙. ปุตตสูตร
๑๐. สาลสูตร ฯ -----------------------------------------------------