๔. หิมวันตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๔. หิมวันตสูตร
๒๔ ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ ปทาเลยฺย โก ปน วาโท ฉวาย อวิชฺชาย กตเมหิ ฉหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมาธิสฺส สมาปตฺติกุสโล โหติ สมาธิสฺส ฐิติกุสโล โหติ สมาธิสฺส วุฏฺฐานกุสโล โหติ สมาธิสฺส กลฺลตากุสโล โหติ สมาธิสฺส โคจรกุสโล โหติ สมาธิสฺส อภินิหารกุสโล โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ ปทาเลยฺย โก ปน วาโท ฉวาย อวิชฺชายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ พึงทำลายขุนเขาหิมวันต์ได้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงอวิชชาอันลามก ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๑เป็นผู้ฉลาดในการตั้งอยู่แห่งสมาธิ ๑ เป็นผู้ฉลาดในการออกแห่งสมาธิ ๑ เป็นผู้ฉลาดในความพร้อมมูลแห่งสมาธิ ๑ เป็นผู้ฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ ๑ เป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ประการนี้แล พึงทำลายขุนเขาหิมวันต์ได้ จะป่วยการกล่าวไปไยถึงอวิชชาอันลามกเล่า ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. หิมวันตสูตร ว่าด้วยขุนเขาหิมพานต์
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ พึงทำลายขุนเขา หิมพานต์ได้ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอวิชชาอันเลวทรามเลย ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาธิ ๒. เป็นผู้ฉลาดในการให้สมาธิตั้งอยู่ได้ ๓. เป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาธิ @เชิงอรรถ : @ ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งชาติ และมรณะ ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๓/๑๐๙)@ ฉลาดในการเข้าสมาธิ หมายถึงฉลาดเลือกอาหารและฤดูที่เหมาะแก่การเจริญสมาธิ@(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๔/๑๐๙) @ ฉลาดในการให้สมาธิตั้งอยู่ได้ หมายถึงสามารถรักษาสมาธิให้ดำรงอยู่ได้นาน (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๔/๑๐๙)@ ฉลาดในการออกจากสมาธิ ในที่นี้หมายถึงกำหนดเวลาที่จะออกจากสมาธิได้ (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๔/๑๐๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๕๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อนุตตริยวรรค ๕. อนุสสติฏฐานสูตร ๔. เป็นผู้ฉลาดในความพร้อมแห่งสมาธิ ๕. เป็นผู้ฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ ๖. เป็นผู้ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล พึงทำลายขุนเขา หิมพานต์ได้ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอวิชชาที่เลวทรามเลย หิมวันตสูตรที่ ๔ จบ ๕. อนุสสติฏฐานสูตร ว่าด้วยอนุสสติฏฐาน
ภิกษุทั้งหลาย อนุสสติฏฐาน ๖ ประการนี้ อนุสสติฏฐาน ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ระลึกถึงตถาคตว่า ‘แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มี พระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค’ สมัยใด อริยสาวก ระลึกถึงตถาคตแล้ว สมัยนั้น จิตของเธอย่อมไม่ถูกราคะกลุ้มรุม ไม่ถูกโทสะกลุ้มรุม ไม่ถูกโมหะกลุ้มรุม เป็นจิตดำเนินไปตรงทีเดียว เป็นจิตออกไป พ้นไป หลุดไปจากความกำหนัด คำว่า ‘กำหนัด’ นี้เป็นชื่อของกามคุณ ๕ @เชิงอรรถ : @ ฉลาดในความพร้อมแห่งสมาธิ หมายถึงสามารถทำสมาธิจิตให้มีความร่าเริงได้(องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๔/๑๐๙)@ ฉลาดในอารมณ์แห่งสมาธิ หมายถึงฉลาดในการเว้นธรรมที่ไม่เป็นอุปการะแก่สมาธิแล้วเลือกเจริญแต่@ธรรมที่เป็นสัปปายะและเป็นอุปการะโดยรู้ว่า “นี้คืออารมณ์ที่เป็นนิมิต (เครื่องหมาย) สำหรับให้จิตกำหนด@นี้คืออารมณ์ที่เป็นไตรลักษณ์” (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๔/๑๐๙) @ ฉลาดในอภินิหารแห่งสมาธิ หมายถึงฉลาดในการเจริญสมาธิในชั้นปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และ@จตุตถฌาน ตามลำดับจนเกิดความชำนาญแล้วเข้าสมาธิชั้นสูงขึ้นไป (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๒๔/๑๑๐)@ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๙ (อนุสสติฏฐานสูตร) หน้า ๔๒๐ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๕๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาหิมวันตสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในหิมวันตสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปทาเลยฺย แปลว่า พึงทำลาย.
บทว่า ฉวาย ได้แก่ ต่ำทราม.
บทว่า สมาธิสฺส สมาปตฺติกุสโล โหติ ความว่า ภิกษุย่อมเป็นผู้ฉลาด คือเฉียบแหลม ได้แก่มีปรีชาสามารถ เพื่อเข้าสมาธิ โดยกำหนดเอาอาหารเป็นที่สบาย และฤดูเป็นที่สบาย.
บทว่า สมาธิสฺส ฐิตกุสโล ความว่า เป็นผู้ฉลาดในการหยุดสมาธิไว้ได้. อธิบายว่า สามารถจะยับยั้งไว้ได้.
บทว่า สมาธิสฺส วุฏฐานกุสโล ความว่า เป็นผู้ฉลาดในการออกสมาธิ. อธิบายว่า สามารถเพื่อจะออกได้ตามกำหนด.
บทว่า สมาธิสฺส กลฺลิต กุสโล ความว่า เป็นผู้ฉลาดในความที่สมาธิควรแก่กาล. อธิบายว่า สามารถเพื่อจะทำให้สมควร เพื่อให้สมาธิจิตร่าเริง.
บทว่า สมาธิสฺส โคจรกุสโล ความว่า ภิกษุเมื่อเว้นอสัปปายะ คือธรรมที่ไม่ได้เป็นอุปการะแก่สมาธิ ซ่องเสพสัปปายะ คือธรรมที่เป็นอุปการะ (แก่สมาธิ) ก็ดี รู้อยู่ว่า สมาธินี้มีนิมิตเป็นอารมณ์ สมาธินี้มีลักษณะเป็นอารมณ์ก็ดี ชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดในอารมณ์ของสมาธิ.
บทว่า สมาธิสฺส อภินีหารกุสโล ความว่า ภิกษุเมื่อสามารถเพื่อจะนำสมาธิมีปฐมฌานเป็นต้นให้ก้าวหน้าไป เพื่อประโยชน์แก่การเข้าสมาบัติสูงๆ ขึ้นไป ชื่อว่าเป็นผู้ฉลาดในความก้าวหน้าของสมาธิ คือเธอออกจากปฐมฌานแล้ว เข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว ฯลฯ ออกจากตติยฌานแล้ว เข้าจตุตถฌานฉะนี้แล.
จบอรรถกถาหิมวันตสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------