๑. คารวสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจงฺคิกวคฺโค ตติโย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ปัญจังคิกวรรคที่ ๓ ๑. คารวสูตรที่ ๑
โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ อคารโว อปฺปติสฺโส อสภาควุตฺติโก สพฺรหฺมจารีสุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ เสขํ ธมฺมํ อปริปูเรตฺวา สีลานิ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ สีลานิ อปริปูเรตฺวา สมฺมาทิฏฺฐึ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ สมฺมาทิฏฺฐึ อปริปูเรตฺวา สมฺมาสมาธึ ปริปูเรสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ สคารโว สปฺปติสฺโส สภาควุตฺติโก สพฺรหฺมจารีสุ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ อาภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ เสขํ ธมฺมํ ปริปูเรตฺวา สีลานิ ปริปูเรสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ สีลานิ ปริปูเรตฺวา สมฺมาทิฏฺฐึ ปริปูเรสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ สมฺมาทิฏฺฐึ ปริปูเรตฺวา สมฺมาสมาธึ ปริปูเรสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ภิกษุผู้ไม่มีที่เคารพ ไม่มีที่ยำเกรง ไม่มีความประพฤติเสมอในเพื่อนพรหมจรรย์ จักบำเพ็ญธรรม คือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุไม่บำเพ็ญธรรม คือ อภิสมาจาริก-*วัตรให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญธรรมของพระเสขะ ให้บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุไม่บำเพ็ญธรรมของพระเสขะให้บริบูรณ์แล้ว จักรักษาศีลให้บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุไม่รักษาศีลให้บริบูรณ์แล้ว จักอบรมสัมมาทิฐิให้บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุไม่อบรมสัมมาทิฐิให้บริบูรณ์แล้ว จักเจริญสัมมาสมาธิให้บริบูรณ์ได้นั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ ดูกร-*ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ภิกษุผู้มีที่เคารพ มีที่ยำเกรง มีความประพฤติเสมอในเพื่อนพรหมจรรย์ จักบำเพ็ญธรรม คือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์ได้นั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุบำเพ็ญธรรม คือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญธรรมของพระเสขะให้บริบูรณ์ได้นั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุบำเพ็ญธรรมของพระเสขะให้บริบูรณ์แล้ว จักรักษาศีลให้บริบูรณ์ได้นั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุรักษาศีลให้บริบูรณ์แล้ว จักอบรมสัมมาทิฐิให้บริบูรณ์ได้นั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ข้อที่ภิกษุอบรมสัมมาทิฐิให้บริบูรณ์แล้ว จักเจริญสัมมาสมาธิให้บริบูรณ์ได้นั้น เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ จบสูตรที่ ๑
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปัญจังคิกวรรค ๑. ปฐมอคารวสูตร ๓. ปัญจังคิกวรรค หมวดว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕ ๑. ปฐมอคารวสูตร ว่าด้วยความไม่เคารพ สูตรที่ ๑
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ๑. เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรง ไม่มี ความประพฤติเสมอภาคในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย จักบำเพ็ญ อภิสมาจาริกธรรม ให้บริบูรณ์ได้ ๒. เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุไม่บำเพ็ญอภิสมาจาริกธรรมให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญเสขธรรม ให้บริบูรณ์ได้ ๓. เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุไม่บำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญ ศีลทั้งหลาย ให้บริบูรณ์ได้ ๔. เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุไม่บำเพ็ญศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญสัมมาทิฏฐิ ให้บริบูรณ์ได้ @เชิงอรรถ : @ อภิสมาจาริกธรรม หมายถึงอภิสมาจาริกศีล คือ ศีลที่บัญญัติว่าด้วยเรื่องวัตรอันเป็นระเบียบปฏิบัติ@ขนบธรรมเนียมชั้นสูง ได้แก่ ขันธกวัตร ๘๒ มหาวัตร ๑๔ เช่น เจติยังคณวัตร (ระเบียบปฏิบัติที่ลาน@พระเจดีย์) โพธิยังคณวัตร (ระเบียบปฏิบัติที่ลานต้นโพธิ์) อุปัชฌายวัตร (ระเบียบปฏิบัติที่สัทธิวิหาริก@พึงปฏิบัติต่อพระอุปัชฌาย์) อาจริยวัตร (ระเบียบปฏิบัติที่อันเตวาสิกพึงปฏิบัติต่ออาจารย์) ชันตาฆรวัตร@(ระเบียบปฏิบัติที่เรือนไฟ) อุโปสถาคารวัตร (ระเบียบปฏิบัติที่โรงอุโบสถ) (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๑/๖,@วิ.อ. ๑/๑๖๕/๔๕๓) และดู วิ.จู. ๖/๕๑/๖๓, ๗๕-๘๒/๑๐๐-๑๐๕, วิ.จู. ๗/๓๕๖-๓๘๒/๑๕๓-๑๙๓@ตามนัย สารตฺถ.ฏีกา ๒/๑๖๕/๒๔๑-๒๔๒ @ เสขธรรม ในที่นี้หมายถึงเสขปัณณัตติศีลกล่าวคือศีลบัญญัติที่ว่าด้วยเสขิยวัตร(ระเบียบปฏิบัติที่พึงศึกษา)@(องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๑/๖, องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๖๕-๖๗/๑๕๑, องฺ.ฉกฺก.ฏีกา ๓/๖๕-๖๗/๑๗๔)@ ศีลทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงมหาศีล ๔ ได้แก่ ปาราชิก ๔ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๑/๖) และดู@องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๘๗/๓๑๓, องฺ.ติก.อ. ๒/๘๗/๒๔๑, องฺ.ติก.ฏีกา ๒/๘๗/๒๓๔ ประกอบ@ สัมมาทิฏฐิ ในที่นี้หมายถึงวิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๑/๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. ปัญจังคิกวรรค ๒. ทุติยอคารวสูตร ๕. เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุไม่บำเพ็ญสัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญ สัมมาสมาธิ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุทั้งหลาย ๑. เป็นไปได้ที่ภิกษุมีความเคารพ มีความยำเกรง มีความประพฤติ เสมอภาคในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย จักบำเพ็ญอภิสมาจาริกธรรม ให้บริบูรณ์ได้ ๒. เป็นไปได้ที่ภิกษุบำเพ็ญอภิสมาจาริกธรรมให้บริบูรณ์แล้ว จัก บำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์ได้ ๓. เป็นไปได้ที่ภิกษุบำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญศีล ทั้งหลาย ให้บริบูรณ์ได้ ๔. เป็นไปได้ที่ภิกษุบำเพ็ญศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญ สัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์ได้ ๕. เป็นไปได้ที่ภิกษุบำเพ็ญสัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญ สัมมาสมาธิ ให้บริบูรณ์ได้ ปฐมอคารวสูตรที่ ๑ จบ ๒. ทุติยอคารวสูตร ว่าด้วยความไม่เคารพ สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย ๑. เป็นไปไม่ได้เลยที่ภิกษุผู้ไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรง ไม่มีความประพฤติเสมอภาคในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย จักบำเพ็ญ อภิสมาจาริกธรรมให้บริบูรณ์ได้ @เชิงอรรถ : @ สัมมาสมาธิ ในที่นี้หมายถึงมัคคสมาธิ สมาธิที่ช่วยให้ตรัสรู้ หรือสมาธิที่เป็นองค์แห่งมรรค มีชื่อเรียก@พิเศษว่า อนันตริกสมาธิ แปลว่า สมาธิที่ให้ผลต่อเนื่องไปทันที (ขุ.ขุ. ๒๕/๕/๖, ขุ.สุ. ๒๕/๒๒๘/๓๗๗)@และหมายถึงผลสมาธิ หรือ อรหัตตผลสมาธิ ได้แก่ เจโตวิมุตติ ความหลุดพ้นด้วยกำลังจิตที่ประกอบด้วย@สมาธิ ซึ่งกำราบราคะลงได้ ทำให้หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องผูกมัดทั้งหลายได้ (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๑/๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๒๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปัญจังคิกวรรควรรณนาที่ ๓ อรรถกถาปฐมคารวสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมคารวสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อสภาควุตฺตโก ได้แก่ ประกอบด้วยการดำเนินชีวิตที่ไม่เท่ากันไม่เสมอกัน.
บทว่า อภิสมาจาริกํ ธมฺมํ ได้แก่ ศีลที่บัญญัติเป็นข้อวัตรอันเป็นอภิสมาจารอย่างสูง.
บทว่า เสกฺขํ ธมฺมํ ได้แก่ ศีลอันเป็นข้อบัญญัติของพระเสกขะ.
บทว่า สีลานิ ได้แก่ มหาศีล ๔.
บทว่า สมฺมาทิฏฺฐึ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิชั้นวิปัสสนา.
บทว่า สมฺมาสมาธึ ได้แก่ มรรคสมาธิและผลสมาธิ.
ในสูตรนี้ตรัสศีลเป็นต้นเจือกัน.
จบอรรถกถาปฐมคารวสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------