สังขตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต สังขตสูตร
๔๗ ตีณีมานิ ภิกฺขเว สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานิ กตมานิ ตีณิ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ความเกิดขึ้นปรากฏ ๑ ความเสื่อมปรากฏ ๑เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขต-*ธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. สังขตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะแห่งสังขตธรรม(ลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง แห่งธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ๓ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ อริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้บำรุงมารดาบิดา มิใช่หมายถึงพระพุทธเจ้า@หรือพระโสดาบัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ โลกอันเกษม ในที่นี้หมายถึงเทวโลก (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๔๔ ติกนิบาต หน้า ๒๐๗ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. จูฬวรรค ๙. ปัพพตราชสูตร สังเขตลักษณะแห่งสังขตธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความเกิดขึ้นปรากฏ ๒. ความดับสลายปรากฏ ๓. เมื่อตั้งอยู่ ความแปร ปรากฏ ภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะแห่งสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล สังขตลักขณสูตรที่ ๗ จบ ๘. อสังขตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะแห่งอสังขตธรรม(ลักษณะที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งแห่งธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ๓ ประการนี้ อสังขตลักษณะแห่งอสังขตธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความเกิดขึ้นไม่ปรากฏ ๒. ความดับสลายไม่ปรากฏ ๓. เมื่อตั้งอยู่ ความแปรไม่ปรากฏ ภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะแห่งอสังขตธรรม ๓ ประการนี้แลอสังขตลักขณสูตรที่ ๘ จบ ๙. ปัพพตราชสูตร ว่าด้วยขุนเขาหิมพานต์
ภิกษุทั้งหลาย ไม้สาละใหญ่อาศัยขุนเขาหิมพานต์ย่อมงอกงาม ด้วยความเจริญ ๓ ประการ @เชิงอรรถ : @ ความแปร (อัญญถัตตะ) ในที่นี้หมายถึงความเปลี่ยนกลายไปจากลักษณะหรือภาวะเดิม ได้แก่ ชรา@(องฺ.ติก.อ. ๒/๔๗/๑๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสังขตสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในสังขตสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สงฺขตสฺส ความว่า อันปัจจัยทั้งหลายมารวมกันสร้าง (ปรุงแต่ง). เครื่องหมายที่เป็นเหตุให้หมายรู้ว่า สิ่งนี้อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว ชื่อว่าสังขตลักษณะ.
บทว่า อุปฺปาโท ได้แก่ ความเกิด.
ความแตกดับชื่อว่าความเสื่อม ความแก่ชื่อว่าความแปรไปของผู้ที่ดำรงอยู่แล้ว.
ธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่าสังขตะ ในบทว่า สงฺขตสฺส นั้น แต่มรรคผลพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสไว้ในพระสูตรนี้ เพราะไม่เข้าถึงการพิจารณา.
การเกิดขึ้นเป็นต้น ชื่อว่าสังขตลักษณะ. บรรดาลักษณะทั้ง ๓ นั้น ความเกิดขึ้นมีในอุปปาทขณะ. ความแก่มีในขณะที่ตั้งอยู่ (ฐิติขณะ). ความเสื่อมมีในภังคขณะ.
ลักษณะเครื่องหมายไม่ใช่สังขตะ (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) สังขตะ (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) ก็ไม่ใช่ลักษณะ (เครื่องหมาย). แต่สิ่งที่เป็นสังขตะถูกกำหนดด้วยลักษณะ. ลักษณะของช้าง ม้า โคและกระบือเป็นต้นที่เป็นเหตุให้จำได้หมายรู้ เช่น หอกหลาวเป็นต้น ไม่ใช่ (ตัว) ช้างเป็นต้น ถึง (ตัว) ช้างเป็นต้นก็ไม่ใช่ลักษณะเหมือนกันแต่ช้าง ม้า โคและกระบือเป็นต้นเหล่านั้น (เรา) รู้กันว่าเป็นช้างของคนโน้น ม้าของคนโน้น หรือช้างชื่อโน้น ม้าชื่อโน้น ก็ด้วยลักษณะทั้งหลายฉันใด ข้ออุปไมยนี้ก็พึงทราบฉันนั้น.
จบอรรถกถาสังขตสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------