นิทานสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต นิทานสูตรที่ ๑
๑๑๒ ตีณีมานิ ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย กตมานิ ตีณิ โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย โทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย โมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย ฯ ยํ ภิกฺขเว โลภปกตํ กมฺมํ โลภชํ โลภนิทานํ โลภสมุทยํ ตํ กมฺมํ อกุสลํ ตํ กมฺมํ สาวชฺชํ ตํ กมฺมํ ทุกฺขวิปากํ ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ ฯ ยํ ภิกฺขเว โทสปกตํ กมฺมํ โทสชํ โทสนิทานํ โทสสมุทยํ ตํ กมฺมํ อกุสลํ ตํ กมฺมํ สาวชฺชํ ตํ กมฺมํ ทุกฺขวิปากํ ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ ฯ ยํ ภิกฺขเว โมหปกตํ กมฺมํ โมหชํ โมหนิทานํ โมหสมุทยํ ตํ กมฺมํ อกุสลํ ตํ กมฺมํ สาวชฺชํ ตํ กมฺมํ ทุกฺขวิปากํ ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย ฯ {๕๕๑.๑} ตีณีมานิ ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย กตมานิ ตีณิ อโลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย อโทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย อโมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย ฯ ยํ ภิกฺขเว อโลภปกตํ กมฺมํ อโลภชํ อโลภนิทานํ อโลภสมุทยํ ตํ กมฺมํ กุสลํ ตํ กมฺมํ อนวชฺชํ ตํ กมฺมํ สุขวิปากํ ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ น ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ ฯ ยํ ภิกฺขเว อโทสปกตํ กมฺมํ อโทสชํ อโทสนิทานํ อโทสสมุทยํ ตํ กมฺมํ กุสลํ ตํ กมฺมํ อนวชฺชํ ตํ กมฺมํ สุขวิปากํ ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ น ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ ฯ ยํ ภิกฺขเว อโมหปกตํ กมฺมํ อโมหชํ อโมหนิทานํ อโมหสมุทยํ ตํ กมฺมํ กุสลํ ตํ กมฺมํ อนวชฺชํ ตํ กมฺมํ สุขวิปากํ ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ น ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้เป็นเหตุให้เกิด กรรม๓ อย่างเป็นไฉน คือ โลภะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายกรรมใดซึ่งบุคคลทำด้วยความโลภ เกิดแต่ความโลภ มีความโลภ เป็นเหตุมีความโลภเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นอกุศล กรรมนั้นมีโทษ กรรมนั้นมีทุกข์เป็นผล กรรมนั้นเป็นไปเพื่อเกิดกรรมต่อไป กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความดับกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมใดซึ่งบุคคลทำด้วยความโกรธ เกิดแต่ความโกรธ มีความโกรธเป็นเหตุ มีความโกรธเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นอกุศลกรรมนั้นมีโทษ กรรมนั้นมีทุกข์เป็นผล กรรมนั้นเป็นไปเพื่อเกิดกรรมต่อไป กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความดับกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมใดซึ่งบุคคลทำด้วยความหลง เกิดแต่ความหลง มีความหลงเป็นเหตุ มีความหลงเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นอกุศล กรรมนั้นมีโทษ กรรมนั้นมีทุกข์เป็นผล กรรมนั้นเป็นไปเพื่อเกิดกรรมต่อไป กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความดับกรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ๓ อย่างนี้ เป็นเหตุเพื่อให้เกิดกรรม ๓ อย่างเป็นไฉน คือ อโลภะ ๑ อโทสะ ๑อโมหะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมใดซึ่งบุคคลทำด้วยความไม่โลภ เกิดแต่ความไม่โลภ มีความไม่โลภเป็นเหตุ มีความไม่โลภเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นกุศลกรรมนั้นไม่มีโทษ กรรมนั้นมีสุขเป็นผล กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความดับกรรมกรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อเกิดกรรมต่อไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมใดซึ่งบุคคลทำด้วยความไม่โกรธ เกิดแต่ความไม่โกรธ มีความไม่โกรธเป็นเหตุ มีความไม่โกรธเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นกุศล กรรมนั้นไม่มีโทษ กรรมนั้นมีสุขเป็นผล กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อเกิดกรรมต่อไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กรรมใดที่บุคคลทำด้วยความไม่หลง เกิดแต่ความไม่หลงมีความไม่หลงเป็นเหตุ มีความไม่หลงเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นกุศล กรรมนั้นไม่มีโทษ กรรมนั้นมีสุขเป็นผล กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อเกิดกรรมต่อไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้แล เป็นเหตุให้เกิดกรรม ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปฐมนิทานสูตร ว่าด้วยเหตุให้เกิดกรรม สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม(ชั่ว) ๓ ประการนี้ เหตุให้เกิดกรรม(ชั่ว) ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. โลภะ (ความอยากได้) ๒. โทสะ (ความคิดประทุษร้าย) ๓. โมหะ (ความหลง)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๕๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สัมโพธวรรค ๙. ปฐมนิทานสูตร กรรมใดที่บุคคลทำด้วยโลภะ เกิดจากโลภะ มีโลภะเป็นเหตุ มีโลภะเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นอกุศล กรรมนั้นมีโทษ กรรมนั้นมีผลเป็นทุกข์ กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความเกิดกรรมอีก กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมใดที่บุคคลทำด้วยโทสะ เกิดจากโทสะ มีโทสะเป็นเหตุ มีโทสะเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นอกุศล กรรมนั้นมีโทษ กรรมนั้นมีผลเป็นทุกข์ กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความเกิดกรรมอีก กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมใดที่บุคคลทำด้วยโมหะ เกิดจากโมหะ มีโมหะเป็นเหตุ มีโมหะเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นอกุศล กรรมนั้นมีโทษ กรรมนั้นมีผลเป็นทุกข์ กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความเกิดกรรมอีก กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความดับกรรม ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม(ชั่ว) ๓ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม(ดี) ๓ ประการนี้ เหตุให้เกิดกรรม(ดี) ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อโลภะ (ความไม่อยากได้) ๒. อโทสะ (ความไม่คิดประทุษร้าย) ๓. อโมหะ (ความไม่หลง) กรรมใดที่บุคคลทำด้วยอโลภะ เกิดจากอโลภะ มีอโลภะเป็นเหตุ มีอโลภะเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นกุศล กรรมนั้นไม่มีโทษ กรรมนั้นมีผลเป็นสุข กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความเกิดกรรมอีก กรรมใดที่บุคคลทำด้วยอโทสะ เกิดจากอโทสะ มีอโทสะเป็นเหตุ มีอโทสะเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นกุศล กรรมนั้นไม่มีโทษ กรรมนั้นมีผลเป็นสุข กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความเกิดกรรมอีก กรรมใดที่บุคคลทำด้วยอโมหะ เกิดจากอโมหะ มีอโมหะเป็นเหตุ มีอโมหะเป็นแดนเกิด กรรมนั้นเป็นกุศล กรรมนั้นไม่มีโทษ กรรมนั้นมีผลเป็นสุข กรรมนั้นเป็นไปเพื่อความดับกรรม กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อความเกิดกรรมอีก ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม(ดี) ๓ ประการนี้แล ปฐมนิทานสูตรที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๕๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมนิทานสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมนิทานสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า นิทานานิ ได้แก่ เหตุทั้งหลาย.
บทว่า กมฺมานํ สมุทยาย ความว่า เพื่อประโยชน์แก่การประมวลมาซึ่งกรรมที่เป็นวัฏฏคามี (กรรมที่ทำให้สัตว์เวียนว่ายตายเกิด).
บทว่า โลภปกตํ ความว่า ทำด้วยความโลภ.
บทว่า สาวชฺชํ แปลว่า มีโทษ.
บทว่า ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ ความว่า กรรมนั้นย่อมเป็นไปเพื่อแก่การทำการประมวล ซึ่งกรรมสมุทัย (เหตุที่จะให้เกิดกรรม) แม้เหล่าอื่นที่เป็นวัฏฏคามี.
บทว่า น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย ความว่า แต่กรรมนั้นไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การดับวัฏฏคามีกรรม.
-------------------------------------------------
สุกฺกปกฺเข กมฺมานํ สมุทยายาติ วฏฺฏคามิกมฺมานํ สมุทยตฺถาย.
พึงทราบวินิจฉัยในกรรมฝ่ายขาวดังต่อไปนี้
บทว่า กมฺมานํ สมุทยาย ความว่า เพื่อประโยชน์แก่การเกิดขึ้นแห่งวัฏฏคามีกรรม.
-------------------------------------------------
ฉ.ม.,อิ. วิวฏฺฏคามิกมฺมานํ
บททั้งปวงพึงทราบความโดยนัยดังนี้.
จบอรรถกถาปฐมนิทานสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------