เกสกัมพลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต เกสกัมพลสูตร
๑๓๘ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยานิกานิจิ ตนฺตาวุตานํ วตฺถานํ เกสกมฺพโล เตสํ ปฏิกิฏฺโฐ อกฺขายติ เกสกมฺพโล ภิกฺขเว สีเต สีโต อุเณฺห อุโณฺห ทุพฺพณฺโณ ทุคฺคนฺโธ ทุกฺขสมฺผสฺโส เอวเมว โข ภิกฺขเว ยานิกานิจิ ปุถุสมณปฺปวาทานํ มกฺขลิวาโท เตสํ ปฏิกิฏฺโฐ อกฺขายติ มกฺขลิ ภิกฺขเว โมฆปุริโส เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ นตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กิริยํ นตฺถิ วิริยนฺติ ฯ {๕๗๗.๑} เยปิ เต ภิกฺขเว อเหสุํ อตีตมทฺธานํ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา เตปิ ภควนฺโต กมฺมวาทา เจว อเหสุํ กิริยวาทา จ วิริยวาทา จ เตปิ ภิกฺขเว มกฺขลิ โมฆปุริโส ปฏิพาหติ นตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กิริยํ นตฺถิ วิริยนฺติ ฯ {๕๗๗.๒} เยปิ เต ภิกฺขเว ภวิสฺสนฺติ อนาคตมทฺธานํ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา เตปิ ภควนฺโต กมฺมวาทา เจว ภวิสฺสนฺติ กิริยวาทา จ วิริยวาทา จ เตปิ ภิกฺขเว มกฺขลิ โมฆปุริโส ปฏิพาหติ นตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กิริยํ นตฺถิ วิริยนฺติ ฯ อหมฺปิ ภิกฺขเว เอตรหิ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ กมฺมวาโท กิริยวาโท วิริยวาโท มมฺปิ ภิกฺขเว มกฺขลิ โมฆปุริโส ปฏิพาหติ นตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กิริยํ นตฺถิ วิริยนฺติ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว นทีมุเข ขิปํ อุฑฺเฑยฺย พหุนฺนํ มจฺฉานํ อหิตาย ทุกฺขาย อนยาย พฺยสนาย เอวมว โข ภิกฺขเว มกฺขลิ โมฆปุริโส มนุสฺสขิปมฺมญฺเญ โลเก อุปฺปนฺโน พหุนฺนํ สตฺตานํ อหิตาย ทุกฺขาย อนยาย พฺยสนายาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ บัณฑิต กล่าวว่าเลวกว่าผ้าที่ช่างหูกทอแล้วทุกชนิด ผ้ากัมพลที่ทำด้วยผมมนุษย์ในฤดูหนาวก็เย็น ในฤดูร้อนก็ร้อน สีน่าเกลียด กลิ่นเหม็น สัมผัสไม่สบาย แม้ฉันใดดูกรภิกษุทั้งหลาย วาทะของเจ้าลัทธิชื่อว่ามักขลิ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล บัณฑิตกล่าวว่าเลวกว่าวาทะของสมณะทุกพวก เจ้าลัทธิชื่อว่ามักขลิเป็นโมฆบุรุษ มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้มีแล้วในอดีตกาล ก็เป็นผู้ตรัสกรรม ตรัสกิริยา และตรัสความเพียร ถึงพระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จักมีในอนาคตกาล ก็จักเป็นผู้ตรัสกรรมตรัสกิริยา ตรัสความเพียร ถึงพระผู้มีพระภาคเหล่านั้น ก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี แม้เราผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้ ก็กล่าวกรรม กล่าวกิริยา กล่าวความเพียร แม้เราก็ถูกโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิคัดค้านว่า กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลพึงวางไซดักปลาไว้ที่ปากอ่าว เพื่อมิใช่ประโยชน์เพื่อทุกข์ เพื่อความฉิบหาย เพื่อความพินาศแก่ปลาเป็นอันมาก แม้ฉันใดโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลิ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล เป็นเหมือนไซดักมนุษย์ เกิดขึ้นในโลกแล้ว เพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์ เพื่อความฉิบหาย เพื่อความพินาศแก่สัตว์เป็นอันมาก ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๔. โยธาชีววรรค ๕. เกสกัมพลสูตร ๕. เกสกัมพลสูตร ว่าด้วยวาทะของมักขลิเปรียบเหมือนผ้ากัมพลทอด้วยผมคน
ภิกษุทั้งหลาย ผ้ากัมพลทอด้วยผมคน บัณฑิตเรียกว่า เลวกว่าผ้า ที่ช่างหูกทอแล้วทุกชนิด ผ้ากัมพลทอด้วยผมคน ในฤดูหนาวก็เย็น ในฤดูร้อนก็ร้อนสีไม่สวย มีกลิ่นเหม็น เนื้อผ้าไม่อ่อนนุ่ม แม้ฉันใด วาทะ ของเจ้าลัทธิชื่อมักขลิก็ฉันนั้นเหมือนกัน บัณฑิตกล่าวว่าเลวกว่าวาทะของสมณะทุกจำพวก มักขลิเป็นโมฆบุรุษ(คนไร้ค่า)มีวาทะอย่างนี้ มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า “กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี” ตลอดอดีตกาลอันยาวนาน แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสเรื่องกรรม ตรัสเรื่องกิริยา และตรัสเรื่องความเพียร โมฆบุรุษชื่อมักขลิกลับคัดค้านพระผู้มีพระภาคแม้เหล่านั้นว่า “กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี” แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จักมีในอนาคตก็จักตรัสเรื่องกรรม ตรัสเรื่องกิริยา และตรัสเรื่องความเพียร โมฆบุรุษชื่อมักขลิกลับคัดค้านพระผู้มีพระภาคแม้เหล่านั้นว่า “กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี” แม้เราที่เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในปัจจุบันก็ยังกล่าวเรื่องกรรม กล่าวเรื่องกิริยา กล่าวเรื่องความเพียร โมฆบุรุษชื่อมักขลิก็คัดค้านแม้เราว่า “กรรมไม่มี กิริยาไม่มี ความเพียรไม่มี” ภิกษุทั้งหลาย โมฆบุรุษชื่อมักขลิเป็นเหมือนไซดักมนุษย์ เกิดขึ้นมาในโลก เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความฉิบหาย เพื่อความพินาศของสัตว์เป็นจำนวนมากเปรียบเหมือนบุคคลพึงวางไซดักปลาไว้ที่ปากอ่าว เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความฉิบหาย เพื่อความพินาศของปลาเป็นจำนวนมาก เกสกัมพลสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ วาทะ ในที่นี้หมายถึงลัทธิ(ความเชื่อถือ)ของตน ลัทธิของครูมักขลิโคสาลจัดอยู่ในประเภทนัตถิกวาทะ คือ@เห็นว่าไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย คือจะบริสุทธิ์ก็บริสุทธิ์เอง จะเศร้าหมองก็เศร้าหมองเอง (องฺ.ติก.อ. ๒/๖๖/๒๐๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๓๘๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาเกสกัมพลสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในเกสกัมพลสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตนฺตาวุตานํ วตฺถานํ เป็นฉัฏฐีวิภัติ ลงในอรรถแห่งปฐมาวิภัติ. อธิบายว่า ได้แก่ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้าย. ผ้ากัมพลที่ทอด้วยผมมนุษย์ ชื่อว่าเกสกัมพล.
แม้บทว่า ปวาทานํ นี้ก็เป็นฉัฏฐีวิภัติ ลงในอรรถแห่งปฐมาวิภัติ.
บทว่า ปฏิกิฏฺโฐ ความว่า ลัทธิหลัง เลว.
บทว่า โมฆปุริโส แปลว่า บุรุษเปล่า คือบุรุษหลงงมงาย.
บทว่า ปฏิพาหติ แปลว่า ปฏิเสธ.
บทว่า ขิปฺปํ อุฑฺเฑยฺย ได้แก่ ดักไซ.
จบอรรถกถาเกสกัมพลสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------