อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯฉบับนี้ไม่มีเรื่องที่ตำแหน่งนี้แสดง

อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จูฬวรรคที่ ๕ ๗. สังขตสูตร

อรรถกถาแปลไทย

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกข้อ ๔๘๖8 ข้อ1 ฉบับคำแปลไทย · ต้นฉบับยังไม่มีในคลังนี้

อรรถกถาแปลไทย · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสังขตสูตรที่ ๗

พึงทราบวินิจฉัยในสังขตสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สงฺขตสฺส ความว่า อันปัจจัยทั้งหลายมารวมกันสร้าง (ปรุงแต่ง). เครื่องหมายที่เป็นเหตุให้หมายรู้ว่า สิ่งนี้อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว ชื่อว่าสังขตลักษณะ.

บทว่า อุปฺปาโท ได้แก่ ความเกิด.

ความแตกดับชื่อว่าความเสื่อม ความแก่ชื่อว่าความแปรไปของผู้ที่ดำรงอยู่แล้ว.

ธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่าสังขตะ ในบทว่า สงฺขตสฺส นั้น แต่มรรคผลพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสไว้ในพระสูตรนี้ เพราะไม่เข้าถึงการพิจารณา.

การเกิดขึ้นเป็นต้น ชื่อว่าสังขตลักษณะ. บรรดาลักษณะทั้ง ๓ นั้น ความเกิดขึ้นมีในอุปปาทขณะ. ความแก่มีในขณะที่ตั้งอยู่ (ฐิติขณะ). ความเสื่อมมีในภังคขณะ.

ลักษณะเครื่องหมายไม่ใช่สังขตะ (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) สังขตะ (สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง) ก็ไม่ใช่ลักษณะ (เครื่องหมาย). แต่สิ่งที่เป็นสังขตะถูกกำหนดด้วยลักษณะ. ลักษณะของช้าง ม้า โคและกระบือเป็นต้นที่เป็นเหตุให้จำได้หมายรู้ เช่น หอกหลาวเป็นต้น ไม่ใช่ (ตัว) ช้างเป็นต้น ถึง (ตัว) ช้างเป็นต้นก็ไม่ใช่ลักษณะเหมือนกันแต่ช้าง ม้า โคและกระบือเป็นต้นเหล่านั้น (เรา) รู้กันว่าเป็นช้างของคนโน้น ม้าของคนโน้น หรือช้างชื่อโน้น ม้าชื่อโน้น ก็ด้วยลักษณะทั้งหลายฉันใด ข้ออุปไมยนี้ก็พึงทราบฉันนั้น.

จบอรรถกถาสังขตสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา