ปัณฑิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ปัณฑิตสูตร
๔๕ ตีณีมานิ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ สปฺปุริสปญฺญตฺตานิ กตมานิ ตีณิ ทานํ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ สปฺปุริสปญฺญตฺตํ ปพฺพชฺชา ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตา สปฺปุริสปญฺญตฺตา มาตาปิตุนฺนํ ภิกฺขเว อุปฏฺฐานํ ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ สปฺปุริสปญฺญตฺตํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ สปฺปุริสปญฺญตฺตานีติ ฯ สพฺภิ ทานํ อุปญฺญตฺตํ อหึสา สญฺญโม ทโม มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ สนฺตานํ พฺรหฺมจารินํ สตํ เอตานิ ฐานานิ ยานิ เสเวถ ปณฺฑิโต อริโย ทสฺสนสมฺปนฺโน ส โลกํ ภชเต สิวนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ บัณฑิตได้บัญญัติ ไว้ สัตบุรุษได้บัญญัติไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ทาน ๑ บรรพชา ๑มาตาปิตุอุปัฏฐาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แล บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ฯ ทาน การไม่เบียดเบียน ความสำรวม การฝึกตน การบำรุง มารดาและบิดา สัตบุรุษบัญญัติไว้ เหตุที่บัณฑิตเสพ เป็น เหตุของสัตบุรุษ ผู้เป็นคนดี เป็นพรหมจารีบุคคล ผู้ที่เป็น อริยสมบูรณ์ด้วยทัศนะ ย่อมคบโลกอันเกษม ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ปัณฑิตสูตร ว่าด้วยกรรมที่บัณฑิตบัญญัติไว้
ภิกษุทั้งหลาย กรรม ๓ ประการนี้บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ กรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทาน(การให้) ๒. ปัพพัชชา(การถือบวช) ๓. มาตาปิตุอุปัฏฐาน(การบำรุงมารดาบิดา) กรรม ๓ ประการนี้แลบัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ทาน อหิงสา(ความไม่เบียดเบียน) สัญญมะ(ความสำรวม) ทมะ(การฝึกฝน) มาตาปิตุอุปัฏฐาน(การบำรุงมารดาบิดา) เป็นสิ่งที่สัตบุรุษบัญญัติไว้ @เชิงอรรถ : @ ฐานะ ในที่นี้หมายถึงเหตุ (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๔/๑๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. จูฬวรรค ๗. สังขตลักขณสูตร คุณธรรมเหล่านี้เป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบ เป็นพรหมจารีบุคคลซึ่งบัณฑิตควรเสพ บัณฑิตนั้นเป็นอริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ เข้าถึงโลกอันเกษม ได้ ปัณฑิตสูตรที่ ๕ จบ ๖. สีลวันตสูตร ว่าด้วยบรรพชิตผู้มีศีล
ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือตำบลใดอยู่มนุษย์ทั้งหลายในหมู่บ้านหรือตำบลนั้น ย่อมประสพบุญมากด้วยฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กาย ๒. วาจา ๓. ใจ ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือตำบลใดอยู่ มนุษย์ทั้งหลายในหมู่บ้านหรือตำบลนั้นย่อมประสพบุญมากด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แลสีลวันตสูตรที่ ๖ จบ ๗. สังขตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะแห่งสังขตธรรม(ลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง แห่งธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ๓ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ อริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้บำรุงมารดาบิดา มิใช่หมายถึงพระพุทธเจ้า@หรือพระโสดาบัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ โลกอันเกษม ในที่นี้หมายถึงเทวโลก (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๔๔ ติกนิบาต หน้า ๒๐๗ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัณฑิตสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในปัณฑิตสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ ความว่า อันบัณฑิตทั้งหลายบัญญัติไว้ คือกล่าวไว้ ได้แก่สรรเสริญแล้ว.
บทว่า สปฺปุริสปญฺญตฺตานิ ความว่า อันสัตบุรุษทั้งหลาย คือ มหาบุรุษทั้งหลายบัญญัติไว้แล้ว คือกล่าวไว้แล้ว ได้แก่สรรเสริญแล้ว.
ทั้งกรุณา ทั้งธรรมที่เป็นเบื้องต้นของกรุณา ชื่อว่าอหิงสา. การสำรวมในศีล ชื่อว่าสังยมะ. การสำรวมอินทรีย์ หรือการฝึกตนด้วยอุโบสถ ชื่อว่าทมะ.
ส่วนในปุณโณวาทสูตร พระองค์ตรัสเรียกขันติว่าทมะ. แม้ปัญญาที่ตรัสไว้ในอาฬวกสูตร ก็เหมาะสมในพระสูตรนี้เหมือนกัน.
การรักษา คุ้มครอง ปรนนิบัติมารดาบิดา ชื่อว่าการบำรุงมารดาบิดา.
บทว่า สนฺตานํ ความว่า ในสูตรอื่น พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระอริยสาวกทั้งหลาย ชื่อว่าสัตบุรุษ แต่ในพระสูตรนี้ ทรงประสงค์เอาผู้บำรุงเลี้ยงมารดาบิดา. เพราะเหตุนั้น บุคคลเหล่านั้นชื่อว่าสัตบุรุษ เพราะหมายความว่าสูงสุด. ชื่อว่าพรหมจารี เพราะหมายความว่าประพฤติประเสริฐที่สุด.
การบำรุงมารดาบิดานี้ สัตบุรุษทั้งหลายบัญญัติไว้แล้ว พึงทราบเนื้อความในเรื่องนี้ดังพรรณนามานี้แล.
บทว่า สตํ เอตานิ ฐานานิ ความว่า ข้อเหล่านี้เป็นฐานะ คือเป็นเหตุของสัตบุรุษทั้งหลาย. บุคคลผู้ทั้งประเสริฐ ทั้งถึงพร้อมด้วยทัศนะ (ความเห็น) เพราะเหตุ ๓ สถานเหล่านี้แหละ พึงทราบว่าเป็นอริยะและถึงพร้อมด้วยความเห็น ในพระสูตรนี้ ไม่ใช่พระพุทธเจ้าเป็นต้นและไม่ใช่พระโสดาบัน.
อีกนัยหนึ่ง พึงทราบอรรถาธิบายแห่งพระคาถานี้ ด้วยสามารถแห่งการบำรุงมารดาบิดาอย่างนี้ว่า เหตุของสัตบุรุษทั้งหลาย ได้แก่ อุดมบุรุษทั้งหลายเหล่านี้ คือ การบำรุงมารดา ๑ การบำรุงบิดา ๑ ชื่อว่าฐานะเหล่านี้ของสัตบุรุษทั้งหลาย.
จริงอยู่ ผู้บำรุงมารดาบิดาเท่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า เป็นอริยะและถึงพร้อมด้วยทัศนะ ในพระสูตรนี้.
บทว่า ส โลกํ ภชเต สิวํ ความว่า ผู้นั้นย่อมไปสู่เทวโลกอันเป็นแดนเกษม.
จบอรรถกถาปัณฑิตสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------