๕. ปัณฑิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ปัณฑิตสูตร ว่าด้วยกรรมที่บัณฑิตบัญญัติไว้
ภิกษุทั้งหลาย กรรม ๓ ประการนี้บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ กรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ทาน(การให้) ๒. ปัพพัชชา(การถือบวช) ๓. มาตาปิตุอุปัฏฐาน(การบำรุงมารดาบิดา) กรรม ๓ ประการนี้แลบัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ทาน อหิงสา(ความไม่เบียดเบียน) สัญญมะ(ความสำรวม) ทมะ(การฝึกฝน) มาตาปิตุอุปัฏฐาน(การบำรุงมารดาบิดา) เป็นสิ่งที่สัตบุรุษบัญญัติไว้ @เชิงอรรถ : @ ฐานะ ในที่นี้หมายถึงเหตุ (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๔/๑๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. จูฬวรรค ๗. สังขตลักขณสูตร คุณธรรมเหล่านี้เป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบ เป็นพรหมจารีบุคคลซึ่งบัณฑิตควรเสพ บัณฑิตนั้นเป็นอริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ เข้าถึงโลกอันเกษม ได้ ปัณฑิตสูตรที่ ๕ จบ ๖. สีลวันตสูตร ว่าด้วยบรรพชิตผู้มีศีล
ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือตำบลใดอยู่มนุษย์ทั้งหลายในหมู่บ้านหรือตำบลนั้น ย่อมประสพบุญมากด้วยฐานะ ๓ ประการ ฐานะ ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กาย ๒. วาจา ๓. ใจ ภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีลเข้าไปอาศัยหมู่บ้านหรือตำบลใดอยู่ มนุษย์ทั้งหลายในหมู่บ้านหรือตำบลนั้นย่อมประสพบุญมากด้วยฐานะ ๓ ประการนี้แลสีลวันตสูตรที่ ๖ จบ ๗. สังขตลักขณสูตร ว่าด้วยลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะแห่งสังขตธรรม(ลักษณะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง แห่งธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง) ๓ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ อริยบุคคลผู้มีทัสสนะสมบูรณ์ ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้บำรุงมารดาบิดา มิใช่หมายถึงพระพุทธเจ้า@หรือพระโสดาบัน (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ โลกอันเกษม ในที่นี้หมายถึงเทวโลก (องฺ.ติก.อ. ๒/๔๕/๑๕๓) @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๔๔ ติกนิบาต หน้า ๒๐๗ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๐๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ปัณฑิตสูตร
๔๕ ตีณีมานิ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ สปฺปุริสปญฺญตฺตานิ กตมานิ ตีณิ ทานํ ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ สปฺปุริสปญฺญตฺตํ ปพฺพชฺชา ภิกฺขเว ปณฺฑิตปญฺญตฺตา สปฺปุริสปญฺญตฺตา มาตาปิตุนฺนํ ภิกฺขเว อุปฏฺฐานํ ปณฺฑิตปญฺญตฺตํ สปฺปุริสปญฺญตฺตํ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ ปณฺฑิตปญฺญตฺตานิ สปฺปุริสปญฺญตฺตานีติ ฯ สพฺภิ ทานํ อุปญฺญตฺตํ อหึสา สญฺญโม ทโม มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ สนฺตานํ พฺรหฺมจารินํ สตํ เอตานิ ฐานานิ ยานิ เสเวถ ปณฺฑิโต อริโย ทสฺสนสมฺปนฺโน ส โลกํ ภชเต สิวนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ บัณฑิตได้บัญญัติ ไว้ สัตบุรุษได้บัญญัติไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ทาน ๑ บรรพชา ๑มาตาปิตุอุปัฏฐาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แล บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ฯ ทาน การไม่เบียดเบียน ความสำรวม การฝึกตน การบำรุง มารดาและบิดา สัตบุรุษบัญญัติไว้ เหตุที่บัณฑิตเสพ เป็น เหตุของสัตบุรุษ ผู้เป็นคนดี เป็นพรหมจารีบุคคล ผู้ที่เป็น อริยสมบูรณ์ด้วยทัศนะ ย่อมคบโลกอันเกษม ฯ