๘. สัทธานิสังสสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๘. สัทธานิสังสสูตร
ปญฺจิเม ภิกฺขเว สทฺเธ กุลปุตฺเต อานิสํสา กตเม ปญฺจ เย เต ภิกฺขเว โลเก สนฺโต สปฺปุริสา เต สทฺธญฺเญว ปฐมํ อนุกมฺปนฺตา อนุกมฺปนฺติ โน ตถา อสฺสทฺธํ สทฺธญฺเญว ปฐมํ อุปสงฺกมนฺตา อุปสงฺกมนฺติ โน ตถา อสฺสทฺธํ สทฺธสฺเสว ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหนฺตา ปฏิคฺคณฺหนฺติ โน ตถา อสฺสทฺธสฺส สทฺธสฺเสว ปฐมํ ธมฺมํ เทเสนฺตา เทเสนฺติ โน ตถา อสฺสทฺธสฺส สทฺโธ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ สทฺเธ กุลปุตฺเต อานิสํสา เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว สุภูมิยํ จตุมฺมหาปเถ มหานิโคฺรโธ สมนฺตา ปกฺขีนํ ปฏิสฺสรณํ โหติ เอวเมว โข ภิกฺขเว สทฺโธ กุลปุตฺโต พหุโน ชนสฺส ปฏิสฺสรณํ โหติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานนฺติ ฯ สาขาปตฺตผลูเปโต ขนฺธิมาว มหาทุโม มูลวา ผลสมฺปนฺโน ปติฏฺฐา โหติ ปกฺขินํ มโนรเม อายตเน เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา ฉายํ ฉายตฺถิกา ยนฺติ ผลตฺถา ผลโภชิโน ตเถว สีลสมฺปนฺนํ สทฺธํ ปุริสปุคฺคลํ นิวาตวุตฺตึ อตฺถทฺธํ สุรตํ สขิลํ มุทุํ วีตราคา วีตโทสา วีตโมหา อนาสวา ปุญฺญกฺเขตฺตานิ โลกสฺมึ เสวนฺติ ตาทิสํ นรํ เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ สพฺพทุกฺขาปนูทนํ ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญาย ปรินิพฺพาตนาสโวติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธา ย่อมมีอานิสงส์ ๕ ประการ ๕ ประการเป็นไฉน คือ สัปบุรุษผู้สงบในโลกทุกๆ ท่าน เมื่อจะอนุเคราะห์ย่อมอนุเคราะห์ผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่อนุเคราะห์ผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑เมื่อจะเข้าไปหา ย่อมเข้าไปหาผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่เข้าไปหาผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ เมื่อจะต้อนรับ ย่อมต้อนรับผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่ต้อนรับผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ เมื่อจะแสดงธรรม ย่อมแสดงธรรมแก่ผู้มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ย่อมไม่แสดงธรรมแก่ผู้ไม่มีศรัทธาก่อนผู้อื่น ๑ กุลบุตรผู้มีศรัทธาเมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธาย่อมมีอานิสงส์ ๕ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนต้นไทรใหญ่ที่ทางสี่แยก มีพื้นราบเรียบ ย่อมเป็นที่พึ่งของพวกนกโดยรอบ ฉันใด กุลบุตรผู้มีศรัทธาก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นที่พึ่งของชนเป็นอันมาก คือ ภิกษุ ภิกษุณีอุบาสก อุบาสิกา ฯ ต้นไม้ใหญ่ สล้างด้วยกิ่ง ใบ และผล มีลำต้นแข็งแรง มีรากมั่นคง สมบูรณ์ด้วยผล ย่อมเป็นที่พึ่งของนกทั้งหลาย ฝูงนกย่อมอาศัยต้นไม้นั้น ซึ่งเป็นที่รื่นรมย์ใจ ให้เกิดสุข ผู้ต้องการความร่มเย็น ย่อมเข้าไปอาศัยร่มเงา ผู้ต้องการผล ก็ย่อมบริโภคผลได้ ฉันใด ท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจาก โทสะ ปราศจากโมหะ ไม่มีอาสวะ เป็นบุญเขตในโลก ย่อมคบหาบุคคลผู้มีศรัทธา ซึ่งสมบูรณ์ด้วยศีล ประพฤติ ถ่อมตน ไม่กระด้าง สุภาพ อ่อนโยน มีใจมั่นคง ฉันนั้น เหมือนกัน ท่านเหล่านั้น ย่อมแสดงธรรมเครื่องบรรเทาทุกข์ ทั้งปวงแก่เขา เขาเข้าใจทั่วถึงธรรมนั้นแล้ว ย่อมเป็นผู้หมด อาสวกิเลส ปรินิพพาน ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. สัทธสูตร ว่าด้วยอานิสงส์แห่งศรัทธา
ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธา ย่อมได้อานิสงส์ ๕ ประการ อานิสงส์ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ สัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบในโลก ๑. เมื่อจะอนุเคราะห์ ย่อมอนุเคราะห์ผู้มีศรัทธาก่อน ไม่อนุเคราะห์ ผู้ไม่มีศรัทธาก่อน ๒. เมื่อจะเข้าไปหา ย่อมเข้าไปหาผู้มีศรัทธาก่อน ไม่เข้าไปหา ผู้ไม่มีศรัทธาก่อน ๓. เมื่อจะต้อนรับ ย่อมต้อนรับผู้มีศรัทธาก่อน ไม่ต้อนรับผู้ไม่มี ศรัทธาก่อน ๔. เมื่อจะแสดงธรรม ย่อมแสดงธรรมแก่ผู้มีศรัทธาก่อน ไม่แสดง ธรรมแก่ผู้ไม่มีศรัทธาก่อน ๕. กุลบุตรผู้มีศรัทธา หลังจากตายแล้วย่อมเกิดในสุคติโลกสวรรค์ ภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรผู้มีศรัทธา ย่อมได้อานิสงส์ ๕ ประการนี้แล เปรียบเหมือนต้นไทรใหญ่ที่ทางใหญ่สี่แพร่ง มีพื้นราบเรียบ ย่อมเป็นที่พึ่งของหมู่นกโดยรอบ ฉันใด กุลบุตรผู้มีศรัทธาก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเป็นที่พึ่งของคนหมู่มาก คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. สุมนวรรค ๙. ปุตตสูตร ต้นไม้ใหญ่ มีกิ่ง ใบ และผล มีลำต้นแข็งแรง มีรากมั่นคง สมบูรณ์ด้วยผล ย่อมเป็นที่พึ่งของนกทั้งหลาย ฝูงนกย่อมอาศัยต้นไม้นั้นซึ่งเป็นที่รื่นรมย์ใจ ให้เกิดสุข ผู้ต้องการความร่มเย็น ย่อมเข้าไปอาศัยร่มเงา ผู้ต้องการผล ย่อมบริโภคผลได้ ฉันใด ท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ ไม่มีอาสวะ เป็นนาบุญของโลก ย่อมคบหาบุคคลผู้มีศรัทธาซึ่งสมบูรณ์ด้วยศีล ประพฤติถ่อมตน ไม่กระด้าง สุภาพ น่าชื่นชม อ่อนโยน มั่นคง ฉันนั้น ท่านเหล่านั้นย่อมแสดงธรรม เป็นเครื่องบรรเทาทุกข์ทั้งปวงแก่เขา เขารู้ชัดธรรมนั้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพานในโลกนี้ สัทธสูตรที่ ๘ จบ ๙. ปุตตสูตร ว่าด้วยบุตร
ภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดา เมื่อเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึงปรารถนา บุตรผู้เกิดในตระกูล ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้วจักเลี้ยงเรา ๒. บุตรจักช่วยทำกิจของเรา @เชิงอรรถ : @ ไม่กระด้าง หมายถึงปราศจากความกระด้าง คือ โกธะ (ความโกรธ) และมานะ (ความถือตัว)@(องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๓๘/๒๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัทธานิสังสสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในสัทธานิสังสสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อนุกมฺปนฺติ คือ อนุเคราะห์.
บทว่า ขนฺธิมาว มหาทุโม คือ เหมือนต้นไม้ใหญ่สมบูรณ์ด้วยลำต้น.
บทว่า มโนรเม อายตเน ได้แก่ ในสถานที่ชุมนุมอันน่ารื่นรมย์.
บทว่า ฉายํ ฉายตฺถิกา ยนฺติ ได้แก่ ผู้ต้องการร่มเงา ก็เข้าไปอาศัยร่มเงา.
บทว่า นิวาตวุตฺตึ คือ ประพฤติอ่อนน้อม.
บทว่า อตฺถทฺธํ คือ เว้นความเป็นกระด้าง เพราะโกธะและมานะ.
บทว่า โสรตํ ได้แก่ เป็นผู้ประกอบด้วยความสงบเสงี่ยม มีศีลสะอาด.
บทว่า สขีลํ คือ น่าบันเทิงใจ.
จบอรรถกถาสัทธานิสังสสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------