๑๐. สัปปสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๑๐. สัปปสูตรที่ ๒
๒๓๐ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉนคือ เป็นสัตว์มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้ฉันนั้นเหมือนกัน๕ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในโทษ ๕ ประการนั้นความที่มาตุคามเป็นผู้มีพิษร้าย คือ โดยมากมาตุคามมีราคะจัด ความที่มาตุคามเป็นผู้มีสองลิ้น คือ โดยมากมาตุคามมีวาจาส่อเสียด ความที่มาตุคามเป็นผู้มักประทุษร้ายมิตร คือ โดยมากมาตุคามมักประพฤตินอกใจ ดูกรภิกษุทั้งหลายโทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบทีฆจาริกวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทีฆจาริกสูตรที่ ๑ ๒. ทีฆจาริกสูตรที่ ๒ ๓. อภินิวาสสูตร๔. มัจฉรสูตร ๕. กุลุปกสูตรที่ ๑ ๖. กุลุปกสูตรที่ ๒ ๗. โภคสูตร๘. ภัตตสูตร ๙. สัปปสูตรที่ ๑ ๑๐. สัปปสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ทุติยกัณหสัปปสูตร ว่าด้วยงูเห่า สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย งูเห่ามีโทษ ๕ ประการนี้ โทษ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เป็นสัตว์มักโกรธ ๒. เป็นสัตว์มักผูกโกรธ ๓. เป็นสัตว์มีพิษร้าย ๔. เป็นสัตว์มีลิ้นสองแฉก ๕. เป็นสัตว์มักทำร้ายมิตร ภิกษุทั้งหลาย งูเห่ามีโทษ ๕ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย ในทำนองเดียวกัน มาตุคามมีโทษ ๕ ประการนี้ โทษ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เป็นผู้มักโกรธ ๒. เป็นผู้มักผูกโกรธ @เชิงอรรถ : @ ประทุษร้าย เบียดเบียนแม้มิตรผู้ให้น้ำและโภชนาหารแก่ตน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๒๒๙/๙๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๗๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๓. ทีฆจาริกวรร รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๓. เป็นผู้มีพิษร้าย ๔. เป็นผู้มีลิ้นสองแฉก ๕. เป็นผู้มักทำร้ายมิตร ภิกษุทั้งหลาย บรรดาโทษ ๕ ประการนั้น การที่มาตุคามมีพิษร้าย หมายถึงส่วนมากมาตุคามมีราคะจัด การที่มาตุคามมีลิ้นสองแฉก หมายถึงส่วนมากมาตุคามมักพูดส่อเสียด การที่มาตุคามมักทำร้ายมิตร หมายถึงส่วนมากมาตุคามมักนอกใจ ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามมีโทษ ๕ ประการนี้แล ทุติยกัณหสัปปสูตรที่ ๑๐ จบ ทีฆจาริกวรรคที่ ๓ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฐมทีฆจาริกสูตร ๒. ทุติยทีฆจาริกสูตร ๓. อตินิวาสสูตร ๔. มัจฉรีสูตร ๕. ปฐมกุลุปกสูตร ๖. ทุติยกุลุปกสูตร ๗. โภคสูตร ๘. อุสสูรภัตตสูตร ๙. ปฐมกัณหสัปปสูตร ๑๐. ทุติยกัณหสัปปสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๗๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยสัปปสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยสัปปสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โฆรวิโส คือ มีพิษร้ายกาจ.
บทว่า ทุชิวฺโห คือ มีลิ้นสองแฉก.
บทว่า โฆรวิสตา คือ เพราะเป็นสัตว์มีพิษร้าย.
แม้ในสองบทที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาทุติยสัปปสูตรที่ ๑๐ จบทีฆจาริกวรรควรรณนาที่ ๓ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ทีฆจาริกสูตรที่ ๑
๒. ทีฆจาริกสูตรที่ ๒
๓. อภินิวาสสูตร
๔. มัจฉรสูตร
๕. กุลุปกสูตรที่ ๑
๖. กุลุปกสูตรที่ ๒
๗. โภคสูตร
๘. ภัตตสูตร
๙. สัปปสูตรที่ ๑
๑๐. สัปปสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------