พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0df78f20… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ ลิขสิทธิ์มาตรา ๖–๔๓ · 42 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิของนักแสดงมาตรา ๔๔–๕๓/๕ · 16 มาตรา
- หมวด ๓ การใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณDพิเศษมาตรา ๕๔–๕๕ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ คณะกรรมการลิขสิทธิ์มาตรา ๕๖–๖๐ · 5 มาตรา
- หมวด ๕ ลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงระหว่างประเทศมาตรา ๖๑ · 1 มาตรา
- หมวด ๖ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดงมาตรา ๖๒–๖๖ · 6 มาตรา
- หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๖๗–๖๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๖๙–๗๗ · 11 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๗๘ · 1 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๙ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นปีที่ ๔๙ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภาดังต่อไปนี้
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗”
- ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- ๓
ให้ยกเลิ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑
- ๔
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรคD” หมายความว่าผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรคDอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์”หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่ จะทำการใด ๆตามพระราชบัญญัตินี้ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรคDได้ทำขึ้น “วรรณกรรม”หมายความว่ งานนิพนธDที่ทำขึ้นทุกชนิดเช่น หนังสือจุลสารสิ่งเขียน สิ่งพิมพD ปาฐกถาเทศนาคำปราศรัย สุนทรพจนD และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอรDด้วย “โปรแกรมคอมพิวเตอรD” หมายความว่ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอรD เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอรDทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอรDในลักษณะใด “นาฏกรรม”หมายความว่างานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราวและให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๑/ตอนที่๕๙ก/หน้า ๑/๒๑ธันวาคม๒๕๓๗้ ๒้ “ศิลปกรรม”หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
(๑) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรคDรูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือ สิ่งอื่น อย่างใดอย่ งหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัลงบนวัสดุอย่ งเดียวหรือหลายอย่าง
(๒) งานประติมากรรมได้แก่ งานสร้างสรรคDรูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและ จับต้องได้
(๓) งานภาพพิมพD ได้แก่ งานสร้างสรรคDภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพD และ หมายความรวมถึงแม่พิมพDหรือแบบพิมพDที่ใช้ในการพิมพDด้วย
(๔) งานสถาปัตยกรรมได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้ งานออกแบบ ตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรคD หุ่นจำลองของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
(๕) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรคDภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพ โดยให้แสงผ่านเลนซDไปยังฟNลDมหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใดๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น
(๖) งานภาพประกอบแผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรคDรูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตรD ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตรD
(๗) งานศิลปประยุกตD ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (๑) ถึง
(๖) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกัไปใช้ประโยชนDอย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชนDทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (๑) ถึง
(๗) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความ รวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม”หมายความว่ งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้อง ไม่ว่าจะมีทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิ เพลงที่ได้แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่างานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงใน วัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการ ใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตรD”หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพซึ่ง สามารถนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตรDหรือสามารถบัทึกลงบนวัดุอื่น เพื่อนำออกฉาย ต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตรD และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตรDนั้นด้วย ถ้ามี “สิ่งบัทึกเสียง” หมายความว่ งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียง การแสดงหรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆอันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้ อีกโดยใช้เครื่องมือที่ จ เป็หรับการใช้ว ดุนั้นแต่ทั้งนี้ิ ให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบ ภาพยนตรDหรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง”หมายความว่ ผู้แสดง นักดนตรี ร้องนักเต้น รำและผู้ซึ่งแสดง ท่าทาง ร้อง กล่าว พากยD แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด้ ๓้ “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่ เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศนD หรือโดยวิธีอย่างอื่นอัคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึ คัดลอกไม่ว่ โดยวิธีใด ๆ เลียนแบบทำสำเนา ทำแม่พิมพD บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการ โฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรม คอมพิวเตอรDให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDจากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วย วิธีใด ๆในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน “ดัดแปลง”หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือ จำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน
(๑) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรมให้หมายความรวมถึ แปลวรรณกรรมเปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่
(๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอรD ให้หมายความรวมถึงทำซ้ำโดยเปลี่ยน รูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอรDในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็น การจัดทำขึ้นใหม่
(๓) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึ เปลี่ยนงานที่มิใช่าฏกรรมให้ เป็นนาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่าง ภาษากัน
(๔) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติ หรือสามมิติ ให้เป็รูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ
(๕) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียง ประสานหรือเปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน”หมายความว่าทำให้ปรากฏต่อสาธารณชนโดยการแสดง การบรรยายการสวดการบรรเลงการทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา”หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะ อย่างใดที่ทำขึ้นโดยความยิ ยอมของผู้สร้างสรรคDออกจำหน่ ย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อ สาธารณชนเป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้นแต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดง หรือการทำให้ปรากฏซึ่งนาฏกรรมดนตรี หรือภาพยนตรD การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่ง วรรณกรรมการแพร่เสียงแพร่ภาพเกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงาน สถาปัตยกรรม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ”๒ หมายความว่าข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรคD งานสร้างสรรคD กแสดง การแสดง เจ้ ของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจน ตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือสิ่งบันทึกการแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี”๓ หมายความว่าเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อปSองกันการ ทำซ้ำหรือควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง โดยเทคโนโลยีเช่นว่ นี้ได้นำมาใช้ กับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดงนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี”๔ หมายความว่าการกระทำด้วยประการใดๆ ที่ทำให้มาตรการทางเทคโนโลยีไม่เกิดผล “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่าอธิบดีกรมทรัพยDสินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึง ผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพยD ินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี”หมายความว่ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชยDรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑ ลิขสิทธิ์
42 มาตรา- ๖
งานอันมีลิ ขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรคDประเภท วรรณกรรมนาฏกรรมศิลปกรรมดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรDสิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียง แพร่ภาพหรืองานอื่ ใดในแผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตรDหรือแผนกศิลปะของผู้สร้ งสรรคDไม่ว่า งานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ไม่ ลุมถึงความคิด หรือขั้นตอนกรรมวิธีหรือระบบ หรือ วิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตรD หรือ คณิตศาสตรD
- ๗
สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(๑) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานใน แผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตรDหรือแผนกศิลปะ
(๒) รัฐธรรมนูญและกฎหมาย
(๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวงกรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(๔) คำพิพากษาคำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(๕) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆตาม(๑) ถึง
(๔) ที่กระทรวง ทบวงกรมหรือ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น ส่วนที่ ๒ การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์
- ๘
ให้ผู้สร้างสรรคDเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรคDขึ้นภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรคDต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ ในราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรคDงานนั้น
(๒) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้วการโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้นใน ราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็น ภาคีอยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็น ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางาน ดังกล่ วในราชอาณาจัรหรือในประเทศที่เป็ภาคีแห่งอนุสัญญาว่ ด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่ง ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรคD เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน
(๑) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรคDต้ องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรคDเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- ๙
งานที่ผู้สร้างสรรคDได้สร้างสรรคDขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรคD แต่ายจ้างมีสิทธินำ งานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงคDแห่งการจ้างแรงงานนั้น
- ๑๐
งานที่ผู้สร้างสรรคDได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้าง เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรคDและผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
- ๑๑
งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ นี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิ ขสิทธิ์ในงานที่ ได้ดัดแปลงตาม้ ๖้ พระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรคD เดิมที่ถูกดัดแปลง
- ๑๒
งานใดมีลักษณะเป็นการนำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มารวบรวมหรือประกอบเข้ากันโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเป็นการนำเอาข้อมูล หรือสิ่งอื่นใดซึ่งสามารถอ่านหรือถ่ายทอดได้โดยอาศัยเครื่องกลหรืออุปกรณDอื่นใดมารวบรวมหรือ ประกอบเข้ากัน หากผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันซึ่งงานดังกล่าว ขึ้นโดยการคัดเลือกหรือจัดลำดับในลักษณะซึ่งมิได้ลอกเลียนงานของบุคคลอื่น ให้ผู้ที่ได้รวบรวมหรือ ประกอบเข้ากันนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ วบรวมหรือประกอบเข้ากันตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ท้ งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงาน หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นใด ของผู้สร้างสรรคD เดิมที่ถูกนำมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน
- ๑๓
ให้นำมาตรา ๘มาตรา ๙และมาตรา ๑๐มาใช้บังคับแก่การมีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๒โดยอนุโลม
- ๑๔
กระทรวงทบวงกรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นย่อม มีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ ตกลงกันไว้เป็นอย่ งอื่นเป็นลายลักษณDอักษร ส่วนที่ ๓ การคุ้มครองลิขสิทธิ์
- ๑๕
ภายใต้บังคับมาตรา ๙มาตรา ๑๐และมาตรา ๑๔เจ้าของลิขสิทธิ์ ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอรD โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD และสิ่งบันทึกเสีย
(๔) ให้ประโยชนDอันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ิทธิตาม (๑) (๒) หรือ
(๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใด หรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง
(๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขัโดยไม่เป็น ธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑD วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๑๖
ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิ ตามมาตรา ๑๕(๕) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ใน หนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้้ ๗้
- ๑๗
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอนให้โดยมี หนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
- ๑๘
ผู้สร้างสรรคDงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่า ตนเป็นผู้สร้างสรรคDงานดังกล่าว และมีิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุ คลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอนดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ ของผู้สร้างสรรคD และเมื่อผู้สร้างสรรคDถึงแก่ วามตายทายาทของผู้สร้างสรรคDมีสิทธิที่ จะฟSองร้อง บังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่าง อื่นเป็นลายลักษณDอักษร ส่วนที่ ๔ อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์
- ๑๙
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑และมาตรา ๒๒ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้ ร้างสรรคD และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้ งสรรคDถึงแก่ความ ตาย ในกรณีที่มีผู้ ร้ งสรรคD ่ ว ลิขสิทธิ์ในงานดักล่ วให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้ สร้างสรรคDร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรคDร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย ถ้าผู้สร้ งสรรคDหรือผู้สร้ งสรรคDร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้ารโฆษณางาน นั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรคDเป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรคDได้ สร้างสรรคDขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับ แต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
- ๒๐
งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยผู้ สร้างสรรคDใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้ งสรรคD ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้ ร้างสรรคDงาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มี การโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรคD ให้นำมาตรา ๑๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๒๑
ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD สิ่งบันทึกเสียงหรือ งานแพร่เสียงแพร่ภาพให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรคDงานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก้ ๘้
- ๒๒
ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกตDให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้ ร้างสรรคDงาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มี การโฆษณาเป็นครั้งแรก
- ๒๓
ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความ ควบคุมตามมาตรา ๑๔ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรคDงานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
- ๒๔
การโฆษณางานตามมาตรา ๑๙มาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓อัเป็นการเริ่มนับอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หมายความถึ การนำงานออกทำการ โฆษณาโดยความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์
- ๒๕
เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใด ถ้าวันครบกำหนด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบกำหนดอายุ แห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่แน่นอน ให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น
- ๒๖
การนำงานอันมีลิขสิทธิ์ออกทำการโฆษณาภายหลังจากที่อายุแห่งการ คุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นสุดลงไม่ก่อให้เกิดลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆขึ้นใหม่ ส่วนที่ ๕ การละเมิดลิขสิทธิ์
- ๒๗
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
- ๒๘
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD หรือสิ่ง บันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ทั้งนี้ ไม่ว่าใน ส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือ เนางานดังกล่าว้ ๙้
- ๒๘/๑
การทำซ้ำโดยการบันทึกเสียงหรือภาพหรือทั้งเสียงและภาพจาก ภาพยนตรDอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ในโรงภาพยนตรDตามกฎหมายว่ ด้วยภาพยนตรD และวีดิทัศนD ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ในระหว่างการฉาย ในโรงภาพยนตรDให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และมิให้นำมาตรา ๓๒วรรคสอง(๒) มาใช้บังคับ
- ๒๙
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรDสิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
(๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
(๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือ ผลประโยชนDอย่างอื่นในทางการค้
- ๓๐
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โปรแกรมคอมพิวเตอรDอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือ เนางานดังกล่าว
- ๓๑
ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ขายมีไว้เพื่อขาย เสนอขายให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
(๔) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนที่ ๖ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
- ๓๒
การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชนDจากงานอัมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้ ของลิขสิทธิ์และไม่ กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมี ลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ ระทำดังต่อไปนี้
(๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๒) ใช้เพื่อประโยชนDของตนเอง หรือเพื่อประโยชนDของตนเองและบุคคลอื่นใน ครอบครัวหรือญาติสนิท
(๓) ติชม วิจารณD หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น
(๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น
(๕) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชนDในการพิจารณา ของศาลหรือเจ้ พนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
(๖) ทำซ้ำ ดัดแปลงนำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชนDในการ สอนของตนอันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๗) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงานหรือตัดทอนหรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือ สถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็น การกระทำเพื่อหากำไร
(๘) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (๙)๖ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเพื่อประโยชนDของคนพิการที่ไม่สามารถเข้าถึงงานอันมี ลิขสิทธิ์อันเนื่องมาจากความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน สติปัญญา หรือการเรียนรู้ หรือความ บกพร่องอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวงโดยต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร ทั้งนี้ รูปแบบของ การทำซ้ำหรือดัดแปลงตามความจำเป็นของคนพิการ และองคDกรผู้จัดทำ รวมทั้งหลักเกณฑDและ วิธีการดำเนินการเพื่อทำซ้ำหรือดัดแปลงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
- ๓๒/๑
การจำหน่ายต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยผู้ได้มาซึ่ง กรรมสิทธิ์ในต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์
- ๓๒/๒
การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ทำหรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ในระบบคอมพิวเตอรDท่มีลักษณะเป็นการทำซ้ำที่จำเป็นต้องมีสำหรับการนำสำเนามาใช้เพื่อให้อุปกรณD ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอรD หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอรDทำงานได้ ตามปกติมิให้ถือว่ เป็การละเมิดลิขสิทธิ์
- ๓๒/๓
ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบ คอมพิวเตอรDของผู้ให้บริาร เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการ ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เพื่อประโยชนDแห่งมาตรานี้ ผู้ให้บริการ หมายความว่
(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอรDเน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดย ประการอื่นโดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอรD ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือใน นามหรือเพื่อประโยชนDของบุคคลอื่น
(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอรDเพื่อประโยชนDของบุคคลอื่น คำร้องตามวรรคหนึ่ ต้องมีรายละเอียดโดยชัดแจ้งซึ่งข้อมูล หลัฐานและคำขอ บังคับ ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ให้บริก
(๒) งานอันมีลิขสิทธิ์ที่อ้างว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์
(๓) งานที่อ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์
(๔) กระบวนการสืบทราบ วันและเวลาที่พบการกระทำ และการกระทำหรือ พฤติการณD ตลอดทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์
(๕) ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
(๖) คำขอบังคับให้ผู้ให้บริการนำงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการ หรือระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยวิธีอื่นใด เมื่อศาลได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลทำการไต่สวน หากศาลเห็นว่าคำร้องมี รายละเอียดครบถ้วนตามวรรคสามและมีเหตุจำเป็นที่ศาลสมควรจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องนั้น ให้ ศาลมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือนำงานที่อ้างว่าได้ทำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด โดยคำสั่ง ศาลให้บังคับผู้ให้บริการได้ทันที แล้วแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ให้บริการทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีเช่นนี้ ให้ เจ้าของลิขสิทธิ์ดำเนินคดีต่อผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ะงับการกระทำ ที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือนำงานที่อ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรD ในกรณีที่ผู้ให้บริการมิใช่ผู้ควบคุม ริเริ่ม หรือสั่งการให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ใน ระบบคอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการนั้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลตามวรรคสี่แล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดเกี่ยวกับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่ง และหลังจากคำสั่งศาลเป็นอันสิ้นผลแล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการดำเนิ การตามคำสั่ง ศาลตามวรรคสี่
- ๓๓
การกล่าว คัด ลอกเลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีารรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง
- ๓๔
การทำซ้ โดยบรรณารัษDของห้องสมุดซึ่ งานอัมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
(๒) การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชนDในการวิจัยหรือ การศึกษา
- ๓๕
การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอรDอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) วิจัยหรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๒) ใช้เพื่อประโยชนDของเจ้ ของสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๓) ติชม วิจารณD หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน โปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน โปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๕) ทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDในจำนวนที่สมควรโดยบุคคลผู้ ซึ่งได้ซื้อหรือ ได้รับโปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้อง เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชนDในการบำรุงรักษาหรือปSองกัน การสูญหาย
(๖) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชนDในการพิจารณา ของศาลหรือเจ้าพนังานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
(๗) นำโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ
(๘) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรDในกรณีที่จำเป็แก่การใช้
(๙) จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDเพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับการอ้างอิง หรือ ค้นคว้าเพื่อประโยชนDของสาธารณชน
- ๓๖
การนำงานนาฏกรรม หรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อ สาธารณชนตามความเหมาะสมโดยมิได้จัดทำขึ้ หรือดำเนินการเพื่อหากำไรเนื่องจากการจัดให้มีการ เผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น และมิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมและนักแสดง ไม่ได้รับค่าตอบแทนในการแสดงนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นการดำเนินการโดย สมาคมมูลนิธิ หรือองคDการอื่นที่มีวัตถุประสงคDเพื่อการสาธารณกุศล การศึกษา การศาสนาหรือการ สังคมสงเคราะหD และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง
- ๓๗
การวาดเขีย การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะลายเส้ การปัWน การแกะสลัก การพิมพDภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตรD การแพร่ภาพ หรือการกระทำใด ๆ ทำนองเดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปNดเผยประจำอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น้ ๑๓้
- ๓๘
การวาดเขีย การเขียนระบายสี การแกะลายเส้ การปัW แกะสลัก การพิมพDภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตรDหรือการแพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสถาปัตยกรรมนั้น
- ๓๙
การถ่ายภาพหรือการถ่ายภาพยนตรDหรือการแพร่ภาพซึ่งงานใด ๆอันมี ศิลปกรรมใดรวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น
- ๔๐
ในกรณีที่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมใดมีบุ คคลอื่นนอกจากผู้สร้างสรรคDเป็น เจ้าของอยู่ด้วยการที่ผู้สร้างสรรคDคนเดียวกันได้ทำศิลปกรรมนั้นอีกในภายหลังในลักษณะที่เป็นการ ทำซ้ำบางส่วนกับศิลปกรรมเดิม หรือใช้แบบพิมพD ภาพร่าง แผนผัแบบจำลองหรือข้อมูลที่ได้จาก การศึกษาที่ใช้ในการทำศิลปกรรมเดิม ถ้าปรากฏว่าผู้สร้างสรรคDมิได้ทำซ้ำหรือลอกแบบในส่วนอันเป็น สาระสำคัญของศิลปกรรมเดิมมิให้ถือว่ เป็การละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น
- ๔๑
อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ การบูรณะอาคารนั้นในรูปแบบเดิม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
- ๔๒
ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในภาพยนตรDใดสิ้นสุดลงแล้ว มิให้ถือว่าการนำภาพยนตรDนั้นเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรมดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ สิ่งบัทึกเสียงหรืองานที่ใช้จัดทำภาพยนตรDนั้น
- ๔๓
การทำซ้ำ เพื่อประโยชนDในการปฏิบัติราชการโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งมี อำนาจตามกฎหมายหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และที่ อยู่ในความครอบครองของทางราชการ มิให้ถือว่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้ ได้ปฏิบัติตาม มาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง
หมวด ๒ สิทธิของนักแสดง
16 มาตรา- ๔๔
นักแสดงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตน ดังต่อไปนี้
(๑) แพร่เสียงแพร่ภาพ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง เว้นแต่จะเป็นการ แพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนจากสิ่งบันทึกการแสดงที่มีการบันทึกไว้แล้ว
(๒) บัทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้แล้ว
(๓) ทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดงหรือ สิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงคDอื่น หรือสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการ ละเมิดสิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๕๓้ ๑๔้
- ๔๕
ผู้ใดนำสิ่งบัทึกเสียงการแสดงซึ่งได้นำออกเผยแพร่เพื่อวัตถุประสงคD ทางการค้าแล้ว หรือนำสำเนาของงานนั้นไปแพร่เสียงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยตรง ให้ผู้นั้นจ่าย ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่นักแสดง ในกรณีที่ตกลงค่าตอบแทนไม่ได้ ให้อธิบดีเป็นผู้มีคำสั่งกำหนด ค่าตอบแทน ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนปกติในธุรกิจประเภทนั้น คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจอุทธรณDต่อคณะกรรมการได้ภายในเก้าสิบ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของอธิบดี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
- ๔๖
ในกรณีที่การแสดงหรือการบันทึกเสียงการแสดงใดมี แสดงมากกว่า หนึ่งคนขึ้นไป นักแสดงเหล่านั้นอาจแต่งตั้งตัวแทนร่วมเพื่อดูแลหรือบริหารเกี่ยวกับสิทธิของตนได้
- ๔๗
ให้นักแสดงมีสิทธิในการแสดงตามมาตรา ๔๔หากเป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) นักแสดงนั้นมีสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือ
(๒) การแสดงหรือส่วนใหญ่ของการแสดงนั้ นเกิดขึ้นในราชอาณาจักร หรือใน ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
- ๔๘
ให้นักแสดงมีสิ ทธิได้รับค่าตอบแทนตามมาตรา ๔๕หากเป็นไปตาม เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) แสดงมีสัญชาติไทยหรือมีถิ่ ที่อยู่ในราชอาณาจัในขณะที่มี บันทึกเสียงการแสดงนั้น หรือในขณะที่เรียกร้องสิทธิ หรือ
(๒) การบันทึกเสียงการแสดงหรือส่วนใหญ่ของการบันทึกเสียงการแสดงนั้นเกิดขึ้น ในราชอาณาจักร หรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดงซึ่ง ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
- ๔๙
สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๔ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ของปีที่มีการแสดง ในกรณีที่มีการบันทึกการแสดงให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิ นของปีที่มีการ บันทึกการแสดง
- ๕๐
สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๕ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ของปีที่ได้มีการบันทึกเสียงการแสดง
- ๕๑
สิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๔๔และมาตรา ๔๕ย่อมโอนให้แก่กันได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และจะโอนให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองก็ได้ ในกรณีที่มีนักแสดงมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป นักแสดงมีสิทธิโอนเฉพาะสิทธิส่วนที่เป็น ของตนเท่านั้น การโอนโดยทางอื่นนอกจากทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและ ผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอนให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสามปี้ ๑๕้
- ๕๑/๑
แสดงย่อมมีสิทธิที่จะแสดงว่ ตนเป็นนักแสดงในการแสดงของ ตนและมีสิทธิห้ามผู้รับโอนสิทธิของนักแสดงหรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอนดัดแปลง หรือทำโดย ประการอื่นใดแก่ารแสดงนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสีย หรือเกียรติคุณของนักแสดง และเมื่อ นักแสดงถึงแก่ความตาย ทายาทของนักแสดงมีสิทธิฟSองร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่ง การคุ้มครองสิทธิของนักแสดง ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณDอักษร
- ๕๒
ผู้ใดกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๔๔โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กแสดงหรือไม่จ่ายค่าตอบแทนตามมาตรา ๔๕ให้ถือว่าผู้นั้นละเมิดสิทธิของนักแสดง
- ๕๓
ให้นำมาตรา ๓๒มาตรา ๓๒/๒มาตรา ๓๒/๓มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖มาตรา ๔๒และมาตรา ๔๓มาใช้บังคับแก่สิทธิของนักแสดงโดยอนุโลม หมวด ๒/๑ ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี๑๒
- ๕๓/๑
การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่า การกระทำนั้นอาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือปกปNดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของ นักแสดงให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ
- ๕๓/๒
ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่างานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นได้ีการลบหรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิด้วย ถ้าได้ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้น ดัต่อไปนี้
(๑) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
- ๕๓/๓
การกระทำใด ๆดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการ บริหารสิทธิ หมวด ๒/๑ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี มาตรา ๕๓/๑ถึง มาตรา ๕๓/๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘
(๑) การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตาม กฎหมายเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายการอันจำเป็นในการปSองกันประเทศ การรักษาความ มั่นคงแห่งชาติ หรือวัตถุประสงคDอื่นในทำนองเดียวกัน
(๒) การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยสถาบัการศึกษา หอ จดหมายเหตุห้องสมุด หรือองคDกรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะที่ไม่ได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร
(๓) การเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุห้องสมุด หรือองคDกรแพร่ เสียงแพร่ภาพสาธารณะที่ไม่ได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร ลักษณะของข้อมูลการบริหารสิทธิตาม
(๒) และงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มี การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิตาม
(๓) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๕๓/๔
การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีหรือการให้บริการเพื่อ ก่อให้เกิดการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี โดยรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนั้นอาจจูงใจหรือก่อให้เกิด การละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี
- ๕๓/๕
การกระทำตามมาตรา ๕๓/๔ในกรณีดังต่อไปนี้ มิให้ถือว่าเป็น การละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี
(๑) การกระทำนั้นจำเป็นสำหรับการกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับยกเว้นการ ละเมิดลิขสิทธิ์
(๒) เพื่ อวิเคราะหDองคDประกอบที่จำเป็นของโปรแกรมคอมพิวเตอรDในการใช้ ร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอรDอื่น
(๓) เพื่อประโยชนDแห่งการวิจัย วิเคราะหD และหาข้อบกพร่องของเทคโนโลยีการ เข้ารหัสโดยผู้กระทำต้องได้มาซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายและได้ใช้ความ พยายามโดยสุจริตในการขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว
(๔) เพื่อวัตถุประสงคDเฉพาะในการทดสอบ ตรวจสอบหรือแก้ไขระบบความมั่นคง ปลอดภัยของคอมพิวเตอรD ของระบบคอมพิวเตอรD หรือของเครือข่ายคอมพิวเตอรD โดยได้รับอนุญาต จากเจ้าของคอมพิวเตอรDระบบคอมพิวเตอรDหรือเครือข่ายคอมพิวเตอรD แล้วแต่กรณี
(๕) เพื่อระงับการทำงานของมาตรการทางเทคโนโลยีในส่วนที่เกี่ยวกับการรวบรวม หรือกระจายข้อมูลบ่ ชี้ส่วนบุคคลที่สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมบนอินเทอรDเน็ตของผู้ที่เข้ ถึงงานอันมี ลิขสิทธิ์โดยการกระทำนั้นต้องไม่กระทบต่อการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยบุคคลอื่น
(๖) การกระทำโดยเจ้ พนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อบังคับการให้เป็นไปตาม กฎหมายการอันจำเป็นในการปSองกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติหรือวัตถุประสงคDอื่นใน ทำนองเดียวกัน
(๗) การกระทำโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุห้องสมุด หรือองคDกรแพร่ เสียงแพร่ภาพสาธารณะที่ไม่ได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร เพื่อเข้ ถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึง ได้ด้วยวิธีอื่น
หมวด ๓ การใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณDพิเศษ
2 มาตรา- ๕๔
ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งประสงคDจะขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในงานที่มีการ เผยแพร่ต่อสาธารณชนในรูปของสิ่งพิมพDหรืออย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อ ประโยชนDในการเรียนการสอน หรือค้นคว้า ที่มิได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไรอาจยื่นคำขอต่ออธิบดี โดยแสดงหลักฐานว่าผู้ขอได้ขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในการจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยหรือทำซ้ำสำเนา งานที่ได้เคยจัดพิมพDงานแปลเป็นภาษาไทยดังกล่าวจากเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ได้รับการปฏิเสธหรือเมื่อได้ ใช้เวลาอันสมควรแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ยื่ คำขอดังกล่าว
(๑) เจ้าของลิขสิทธิ์มิได้จัดทำหรืออนุญาตให้ผู้ใดจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยของงาน ดังกล่าวออกทำการโฆษณาภายในสามปีหลัจากที่ได้มีการโฆษณางานเป็นครั้งแรก หรือ
(๒) เจ้าของลิขสิทธิ์ได้จัดพิมพDคำแปลงานของตนเป็นภาษาไทยออกทำการโฆษณา ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดสามปีหลังจากที่ได้จัดพิมพDคำแปลงานดังกล่าวครั้งสุดท้ายไม่มีการจัดพิมพDคำแปล งานนั้นอีกและไม่มีสำเนาคำแปลงานดังกล่าวในท้องตลาด การขออนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑD วิธีการและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) การขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้อธิบดีมีคำสั่งอนุญาต หากระยะเวลาตาม วรรคหนึ่ง (๑) หรือ
(๒) สิ้นสุดลงไม่เกินหกเดือน
(๒) ในกรณีที่อธิบดีมคำสั่งอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการ จัดทำคำแปลหรือจัดพิมพDคำแปลงานที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว และในกรณีที่ระยะเวลาในหนังสือ อนุญาตยังไม่สิ้นสุดลงหรือสิ้นสุดยังไม่เกินหกเดือนห้ามมิให้อธิบดีอนุญาตให้บุคคลอื่นจัดทำคำแปล เป็นภาษาไทยในงานลิขสิทธิ์เดียวกันนั้นอีก
(๓) ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตโอนสิทธิที่ได้รับอนุญาตให้แก่บุคคลอื่น
(๔) ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์แสดงต่อ อธิบดีว่าตนได้จัดทำคำแปลเป็นภาษาไทย หรือจัดพิมพDคำแปลงานดังกล่าวเป็นภาษาไทย โดยมี เนื้ อหาเหมือนกันกับสิ่ งพิมพDที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๕๕และจำหน่ายสิ่งพิมพDนั้นในราคาที่ เหมาะสมโดยเปรียบเทียบกับงานอื่นในลักษณะเดียวกันที่จำหน่ายในประเทศไทย ให้อธิบดีมีคำสั่งว่า หนังสืออนุญาตที่ออกให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตเป็อันสิ้นสุดลง และแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบถึงคำสั่ง ดังกล่าวโดยไม่ชักช้า เนาสิ่ พิมพDที่ จดทำหรือจัดพิ พDขึ้นก่อนที่ อธิบดีมีคำสั่งให้หนังสืออนุญาต สิ้นสุดลง ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะจำหน่ายสำเนาดังกล่าวจนกว่าจะหมดสิ้นไป
(๕) ห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสำเนาสิ่งพิมพDที่ได้รับ อนุญาตให้จัดแปลหรือจัดทำเป็นภาษาไทยดังกล่าว เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(ก) ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศเป็นบุคคลสัญชาติไทย
(ข) สิ่งพิมพDดังกล่าวใช้เพื่อวัตถุประสงคDในการเรียน การสอนหรือค้นคว้า
(ค) การส่งสิ่งพิมพDดังกล่าวจะต้องไม่เป็นไปเพื่อการค้า และ้ ๑๘้
(ง) ประเทศที่สิ่งพิมพDถูกส่งไปดังกล่าวจะต้องอนุญาตให้ประเทศไทยส่งหรือ แจกจ่ายสิ่งพิมพDดังกล่าวในประเทศนั้น
- ๕๕
เมื่อได้รับคำขอตามมาตรา ๕๔ให้อธิบดีดำเนินการให้มารตกลงกัน ระหว่างคู่กรณีในเรื่องค่าตอบแทนและเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์ ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ให้อธิบดีเป็น ผู้พิจารณามีคำสั่งกำหนดค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนปกติในธุรกิจ ประเภทนั้น และอาจกำหนดเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์ตามที่เห็นสมควร เมื่อได้มีการกำหนดค่าตอบแทนและเงื่อนไขการใช้ลิขสิทธิ์แล้ว ให้อธิบดีออกหนังสือ อนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้ลิขสิทธิ์ คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่ง คู่กรณีอาจอุทธรณDต่อคณะกรรมการได้ภายในเก้าสิบ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของอธิบดี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
หมวด ๔ คณะกรรมการลิขสิทธิ์
5 มาตรา- ๕๖
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า“คณะกรรมการลิขสิทธิ์”ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพาณิชยDเป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก ไม่เกินสิบสองคน ในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของสมาคมเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และผู้แทนของสมาคมผู้ใช้งานลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหกคนเป็นกรรมการ คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
- ๕๗
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการซึ่ง พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง กรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้ แต่งตั้งไว้แล้ว
- ๕๘
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) เป็คนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือ
(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ้ ๑๙้
- ๕๙
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึ เป็นองคDประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่าประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธาน ในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
- ๖๐
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑)ให้ำแนะนำหรือคำปรึ ษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) วินิจฉัยอุทธรณDคำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๔๕และมาตรา ๕๕
(๓) ส่งเสริมหรือสนับสนุนสมาคมหรือองคD รของผู้สร้างสรรคDหรือนักแสดงเกี่ยวกับ การดำเนินการเพื่อจัดเก็บค่าตอบแทนจากบุคคลอื่นที่ใช้งานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง และ การคุ้มครองหรือปกปSองสิทธิหรือประโยชนDอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) พิจารณาเรื่องอื่น ๆตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่ อพิจารณาหรือปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และให้นำมาตรา ๕๙มาใช้บังคับแก่การประชุม ของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็น หนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆมาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ ตามความจำเป็น
หมวด ๕ ลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงระหว่างประเทศ
1 มาตรา- ๖๑
งานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้สร้างสรรคDและสิทธิของนักแสดงของประเทศที่ เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนักแสดง ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรืองานอันมีลิขสิทธิ์ขององคDการระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยร่วม เป็นสมาชิกอยู่ด้วยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศรายชื่อประเทศภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของนัแสดงในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๖ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง
6 มาตรา- ๖๒
คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะ เป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่างานที่มีการฟSองร้องในคดีนั้น เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ และโจทกDเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงใน งานดังกล่าว เว้นแต่จำเลยจะโต้แย้งว่าไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดง หรือโต้แย้ง สิทธิของโจทกD งานใดมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อของบุคคลใดที่อ้างว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของนักแสดงแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อนั้นเป็น ผู้สร้างสรรคDหรือนักแสดง งานใดไม่มีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ หรือมีชื่อหรือสิ่งที่ใช้แทนชื่อแสดงไว้ แต่มิได้อ้างว่าเป็นเจ้ ของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงและมีชื่อหรือสิ่งใดที่ใช้แทนชื่อของบุคคลอื่น ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้พิมพD ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพDและผู้โฆษณาแสดงไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลซึ่ง เป็ผู้พิมพD ผู้โฆษณา หรือผู้พิมพDและผู้โฆษณานั้นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนัแสดงในงานนั้น
- ๖๓
ห้ามมิให้ฟSองคดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเมื่อพ้นกำหนด สามปีนับแต่วันที่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง
- ๖๔
ในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ศาลมีอำนาจสั่งให้ ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรโดย คำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหาย รวมทั้งการสูญเสียประโยชนDและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการ บังคับตามสิทธิของเจ้ ของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงด้วย ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงเป็นการ กระทำโดยจงใจ หรือมีเจตนาเป็นเหตุให้านอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงสามารถเข้าถึงโดย สาธารณชนได้อย่างแพร่หลายให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้นไม่เกินสองเท่าของ ค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง๑๙
- ๖๕
ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าบุคคลใดกระทำการหรือกำลังจะ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง เจ้ ของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของนักแสดงอาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับหรือละเว้นการกระทำดังกล่าวนั้นได้ คำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่งไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงใน การเรียกร้องค่าเสียหายตามมาตรา ๖๔
- ๖๕/๑
ให้นำมาตรา ๖๓มาตรา ๖๔และมาตรา ๖๕มาใช้บังคับแก่การ ฟSองคดีเกี่ยวกับข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยีโดยอนุโลม
- ๖๖
ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นความผิดอันยอมความได้
หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่
2 มาตรา- ๖๗
เพื่อประโยชนDในการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ และหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในอาคาร สถานที่ทำการ สถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บสินค้าของบุคคลใด ในเวลาระหว่างพระอาทิตยDขึ้นถึงพระอาทิตยDตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น หรือเข้าไปใน ยานพาหนะเพื่อตรวจค้นสินค้า หรือตรวจสอบเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้
(๒) ยึดหรืออายัดเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ ประโยชนDในการดำเนินคดีในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) สั่งให้บุคคลใด ๆมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นในกรณีมี เหตุอันควรเชื่อว่าถ้อยคำ สมุดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานดังกล่าวมีประโยชนDแก่การค้นพบหรือใช้ เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจนDการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตาม สมควร
- ๖๘
ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้ หน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวแก่ บุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้ หน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
หมวด ๘ บทกำหนดโทษ
11 มาตรา- ๖๙
ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘มาตรา ๒๙มาตรา ๓๐หรือมาตรา ๕๒ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสอง แสนบาท ถ้ การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ้ ๒๒้
- ๖๙/๑
ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๒๘/๑ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๗๐
ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา ๓๑ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๗๐/๑
ผู้ใดกระทำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิตามมาตรา ๕๓/๑ หรือมาตรา ๕๓/๒หรือละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยีตามมาตรา ๕๓/๔ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่ แสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุก ตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสี่แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๗๑
ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ตามที่ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการสั่งตามมาตรา ๖๐วรรคสามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสาม เดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๗๒
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติ หน้าที่ตามมาตรา ๖๗หรือฝYาฝZนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่ สั่งตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๗๓
ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษ แล้วยังไม่ครบกำหนดห้ ปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อ ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของ โทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
- ๗๔
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของ นิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่ วมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการ และละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษ ตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย มาตรา ๗๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับ ความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐้ ๒๓้
- ๗๕
บรรดาสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงและสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสีย ทั้งสิ้น หรือในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลอาจสั่งให้ทำให้สิ่งนั้นใช้ไม่ได้หรือจะสั่งทำลายสิ่งนั้นก็ได้ โดย ให้ผู้กระทำละเมิดเสียค่าใช้จ่ายในการนั้น
- ๗๖
ค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษา ให้จ่ายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ ของนักแสดงเป็นจำนวนกึ่งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือ สิทธิของนักแสดงที่จะฟSองเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของ ลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงได้รับแล้ว้น
- ๗๗
ความผิดตามมาตรา ๖๙วรรคหนึ่ มาตรา ๗๐วรรคหนึ่ง และ มาตรา ๗๐/๑วรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบได้
บทเฉพาะกาล
1 มาตรา- ๗๘
งานอันมีลิขสิทธิ์อยู่แล้วตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและ ศิลปกรรมพุทธศัราช๒๔๗๔หรือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับให้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ งานที่ได้จัดทำขึ้ ก่อนวัที่พระราชบัญญัติี้ ใช้บัคับ และไม่มีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔หรือพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑แต่เป็งานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ได้รับความคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี มาตรา ๗๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๗๗แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘้ ๒๔้ หมายเหตุ่้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติต่าง ๆจึงไม่สอดคล้องกับสถานการณDทั้งภายใน และภายนอกประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการพัฒนาและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของประเทศและระหว่างประเทศ สมควรที่จะได้มีการปรับปรุงมาตรการ คุ้มครองด้านลิขสิทธิ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเพื่อส่งเสริมให้มี การสร้างสรรคDงานในด้านวรรณกรรม ศิลปกรรม และงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น จึง จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ประกาศสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ๒๖ (คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๕/๒๕๕๖ลงวันที่ ๑๖พฤษภาคม๒๕๕๖ วินิจฉัยว่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗มาตรา ๗๔มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓๙วรรคสอง จึงเป็นอันใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖) พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘๒๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๔ บรรดาคดีละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงที่มีการฟSองคดีอาญาไว้ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่ถึงที่สุด ให้นำมาตรา ๗๕แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ซึ่งแก้ไขเพิ่ มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับกับสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาใน ราชอาณาจักรอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชยDรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ่้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีการนำข้อมูลการ บริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยีมาใช้ในการคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง สมควรกำหนดให้มีการคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี รวมทั้งกำหนด ข้อยกเว้นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงเพิ่มขึ้น อีกทั้งสมควรกำหนดให้ศาลมีอำนาจ สั่งให้ผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงที่ทำให้งานอัมีลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนัแสดงเข้าถึง โดยสาธารณชนได้อย่างแพร่หลาย ต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มขึ้น และสมควรกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่ง ริบหรือสั่งทำลายสิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดและสิ่งที่ได้ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรอัน เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงได้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๐/ตอนที่๔๓ก/หน้า ๑๖/๒๑พฤษภาคม๒๕๕๖ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๒/ตอนที่ ๖ก/หน้า ๗/๕กุมภาพันธD ๒๕๕๘้ ๒๕้ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๘๒๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้ กำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ่้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาการทำซ้ำ โดยการบันทึกเสียงหรือภาพ หรือทั้งเสียงและภาพจากภาพยนตรDในระหว่างการฉายในโรงภาพยนตรD ทั้งภาพยนตรDไทยและภาพยนตรDต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วนำไปทำซ้ ในสื่อต่าง ๆเช่น แผ่นซีดี หรือแผ่นดีวีดี เป็นต้นออกจำหน่าย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรม ภาพยนตรDและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการขัดต่อการแสวงหาประโยชนDจากงานอันมี ลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ และอาศัยข้อยกเว้นการละเมิด ลิขสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ในปัจจุบัโดยอ้างว่าเป็นการทำซ้ำเพื่อประโยชนDของตนเองจึง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗โดยกำหนดให้การกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ใน ลักษณะดังกล่าวเป็นความผิดเฉพาะและมีอัตราโทษเช่นเดียวกับการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า นอกจากนี้ สมควรกำหนดข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อประโยชนDของคนพิการทางการ มองเห็น คนพิการทางการได้ยิน คนพิการทางสติปัญญาและคนพิการประเภทอื่นที่กำหนดใน พระราชกฤษฎีาที่ จะสามารถเข้ ถึ งานอัมีลิขสิทธิ์ได้ตามความจำเป็จึ จำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทน นิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐๒๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ่้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงพ.ศ. ๒๕๔๕มาตรา ๕๔เฉพาะในส่วนที่สันนิษฐานให้ กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษ ทางอาญาร่วมกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลโดยไม่ปรากฏว่ามีการกระทำหรือเจตนาประการใด อันเกี่ยวกับการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจัรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๓๙วรรคสองเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๖และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้ีคำวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวทำนอง เดียวกัน คือ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗มาตรา ๗๔พระราชบัญญัติการประกอบกิจการ โทรคมนาคมพ.ศ. ๒๕๔๔มาตรา ๗๘พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙มาตรา ๒๘/๔และ พระราชบัญญัติปุ\ย พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๗๒/๕ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๖ก/หน้า ๑๔/๕กุมภาพันธD ๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๔/ตอนที่ ๑๘ก/หน้า ๑/๑๑กุมภาพันธD ๒๕๖๐้ ๒๖้ พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๓๙วรรคสองเป็นอันใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐มาตรา ๖ ดังนั้น เพื่อแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่มี บทบัญญัติในลักษณะเดียวกันมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้้ ๒๗้ กฤษดายุทธ/ผู้จัดทำ ๑๘กุมภาพันธD ๒๕๕๘ วริญา/เพิ่มเติม ๑๖กุมภาพันธD ๒๕๖๐ วิชพงษD/ตรวจ ๒๐กุ ภาพันธD ๒๕๖๐
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ส่วนที่ ๑ งานอันมีลิขสิทธิ์
ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี๑๘ ชื่อหมวด ๖คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทาง เทคโนโลยี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘้ ๒๐้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.dsi.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.dsi.go.th/Upload/1ae21706d29af54f967afa8eae2fd99b.pdf27 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:0df78f2052b0ac401730ec21c5dc244394ce6a26bc23b0c7c756e5ebb65144adดึงเมื่อ 2026-08-24T07:38:11.918Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- พบความเพี้ยน 281 จุด"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR