พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0df78f20… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ ลิขสิทธิ์มาตรา ๖–๔๓ · 42 มาตรา
- หมวด ๒ สิทธิของนักแสดงมาตรา ๔๔–๕๓/๕ · 16 มาตรา
- หมวด ๓ การใช้ลิขสิทธิ์ในพฤติการณDพิเศษมาตรา ๕๔–๕๕ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ คณะกรรมการลิขสิทธิ์มาตรา ๕๖–๖๐ · 5 มาตรา
- หมวด ๕ ลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดงระหว่างประเทศมาตรา ๖๑ · 1 มาตรา
- หมวด ๖ คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดงมาตรา ๖๒–๖๖ · 6 มาตรา
- หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๖๗–๖๘ · 2 มาตรา
- หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๖๙–๗๗ · 11 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๗๘ · 1 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๙ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นปีที่ ๔๙ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๑ ลิขสิทธิ์
42 มาตรา- ๖
งานอันมีลิ ขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรคDประเภท วรรณกรรมนาฏกรรมศิลปกรรมดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรDสิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียง แพร่ภาพหรืองานอื่ ใดในแผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตรDหรือแผนกศิลปะของผู้สร้ งสรรคDไม่ว่า งานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ ไม่ ลุมถึงความคิด หรือขั้นตอนกรรมวิธีหรือระบบ หรือ วิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตรD หรือ คณิตศาสตรD
- ๗
สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(๑) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานใน แผนกวรรณคดีแผนกวิทยาศาสตรDหรือแผนกศิลปะ
(๒) รัฐธรรมนูญและกฎหมาย
(๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศคำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวงกรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(๔) คำพิพากษาคำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(๕) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆตาม(๑) ถึง
(๔) ที่กระทรวง ทบวงกรมหรือ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น ส่วนที่ ๒ การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์
- ๘
ให้ผู้สร้างสรรคDเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรคDขึ้นภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรคDต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ ในราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครอง ลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรคDงานนั้น
(๒) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้วการโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้นใน ราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็น ภาคีอยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็น ภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางาน ดังกล่ วในราชอาณาจัรหรือในประเทศที่เป็ภาคีแห่งอนุสัญญาว่ ด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่ง ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรคD เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน
(๑) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรคDต้ องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรคDเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- ๙
งานที่ผู้สร้างสรรคDได้สร้างสรรคDขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรคD แต่ายจ้างมีสิทธินำ งานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงคDแห่งการจ้างแรงงานนั้น
- ๑๐
งานที่ผู้สร้างสรรคDได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้าง เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรคDและผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
- ๑๑
งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ นี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิ ขสิทธิ์ในงานที่ ได้ดัดแปลงตาม้ ๖้ พระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรคD เดิมที่ถูกดัดแปลง
- ๑๒
งานใดมีลักษณะเป็นการนำเอางานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มารวบรวมหรือประกอบเข้ากันโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือเป็นการนำเอาข้อมูล หรือสิ่งอื่นใดซึ่งสามารถอ่านหรือถ่ายทอดได้โดยอาศัยเครื่องกลหรืออุปกรณDอื่นใดมารวบรวมหรือ ประกอบเข้ากัน หากผู้ที่ได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันได้รวบรวมหรือประกอบเข้ากันซึ่งงานดังกล่าว ขึ้นโดยการคัดเลือกหรือจัดลำดับในลักษณะซึ่งมิได้ลอกเลียนงานของบุคคลอื่น ให้ผู้ที่ได้รวบรวมหรือ ประกอบเข้ากันนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ วบรวมหรือประกอบเข้ากันตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ท้ งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงาน หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นใด ของผู้สร้างสรรคD เดิมที่ถูกนำมารวบรวมหรือประกอบเข้ากัน
- ๑๓
ให้นำมาตรา ๘มาตรา ๙และมาตรา ๑๐มาใช้บังคับแก่การมีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๒โดยอนุโลม
- ๑๔
กระทรวงทบวงกรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นย่อม มีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความควบคุมของตน เว้นแต่จะได้ ตกลงกันไว้เป็นอย่ งอื่นเป็นลายลักษณDอักษร ส่วนที่ ๓ การคุ้มครองลิขสิทธิ์
- ๑๕
ภายใต้บังคับมาตรา ๙มาตรา ๑๐และมาตรา ๑๔เจ้าของลิขสิทธิ์ ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอรD โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD และสิ่งบันทึกเสีย
(๔) ให้ประโยชนDอันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ิทธิตาม (๑) (๒) หรือ
(๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใด หรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง
(๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขัโดยไม่เป็น ธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑD วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๑๖
ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ได้อนุญาตให้ผู้ใดใช้สิทธิ ตามมาตรา ๑๕(๕) ย่อมไม่ตัดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ด้วย เว้นแต่ใน หนังสืออนุญาตได้ระบุเป็นข้อห้ามไว้้ ๗้
- ๑๗
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอนให้โดยมี หนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
- ๑๘
ผู้สร้างสรรคDงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่า ตนเป็นผู้สร้างสรรคDงานดังกล่าว และมีิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุ คลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอนดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณ ของผู้สร้างสรรคD และเมื่อผู้สร้างสรรคDถึงแก่ วามตายทายาทของผู้สร้างสรรคDมีสิทธิที่ จะฟSองร้อง บังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่าง อื่นเป็นลายลักษณDอักษร ส่วนที่ ๔ อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์
- ๑๙
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑และมาตรา ๒๒ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้ ร้างสรรคD และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปี นับแต่ผู้สร้ งสรรคDถึงแก่ความ ตาย ในกรณีที่มีผู้ ร้ งสรรคD ่ ว ลิขสิทธิ์ในงานดักล่ วให้มีอยู่ตลอดอายุของผู้ สร้างสรรคDร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรคDร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย ถ้าผู้สร้ งสรรคDหรือผู้สร้ งสรรคDร่วมทุกคนถึงแก่ความตายก่อนที่ได้ารโฆษณางาน นั้น ให้ลิขสิทธิ์ดังกล่าวมีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรคDเป็นนิติบุคคล ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ผู้สร้างสรรคDได้ สร้างสรรคDขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับ แต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
- ๒๐
งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยผู้ สร้างสรรคDใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อผู้สร้ งสรรคD ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้ ร้างสรรคDงาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มี การโฆษณาเป็นครั้งแรก ในกรณีที่รู้ตัวผู้สร้างสรรคD ให้นำมาตรา ๑๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ๒๑
ลิขสิทธิ์ในงานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD สิ่งบันทึกเสียงหรือ งานแพร่เสียงแพร่ภาพให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรคDงานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นใน ระหว่างระยะเวลาดังกล่าวให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก้ ๘้
- ๒๒
ลิขสิทธิ์ในงานศิลปประยุกตDให้มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้ ร้างสรรคDงาน นั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุยี่สิบห้าปีนับแต่ได้มี การโฆษณาเป็นครั้งแรก
- ๒๓
ลิขสิทธิ์ในงานที่ได้สร้างสรรคDขึ้นโดยการจ้างหรือตามคำสั่งหรือในความ ควบคุมตามมาตรา ๑๔ให้มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้สร้างสรรคDงานนั้นขึ้น แต่ถ้าได้มีการโฆษณางานนั้น ในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ให้ลิขสิทธิ์มีอายุห้าสิบปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก
- ๒๔
การโฆษณางานตามมาตรา ๑๙มาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓อัเป็นการเริ่มนับอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หมายความถึ การนำงานออกทำการ โฆษณาโดยความยินยอมของเจ้าของลิขสิทธิ์
- ๒๕
เมื่ออายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ครบกำหนดในปีใด ถ้าวันครบกำหนด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่ตรงกับวันสิ้นปีปฏิทิน หรือในกรณีที่ไม่อาจทราบวันครบกำหนดอายุ แห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่แน่นอน ให้ลิขสิทธิ์ยังคงมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นปีปฏิทินของปีนั้น
- ๒๖
การนำงานอันมีลิขสิทธิ์ออกทำการโฆษณาภายหลังจากที่อายุแห่งการ คุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นสุดลงไม่ก่อให้เกิดลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆขึ้นใหม่ ส่วนที่ ๕ การละเมิดลิขสิทธิ์
- ๒๗
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
- ๒๘
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรD หรือสิ่ง บันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ทั้งนี้ ไม่ว่าใน ส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือ เนางานดังกล่าว้ ๙้
- ๒๘/๑
การทำซ้ำโดยการบันทึกเสียงหรือภาพหรือทั้งเสียงและภาพจาก ภาพยนตรDอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ในโรงภาพยนตรDตามกฎหมายว่ ด้วยภาพยนตรD และวีดิทัศนD ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ในระหว่างการฉาย ในโรงภาพยนตรDให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และมิให้นำมาตรา ๓๒วรรคสอง(๒) มาใช้บังคับ
- ๒๙
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานแพร่เสียงแพร่ภาพอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตรDสิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
(๒) แพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
(๓) จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียงแพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือ ผลประโยชนDอย่างอื่นในทางการค้
- ๓๐
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โปรแกรมคอมพิวเตอรDอันมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕(๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำ ดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือ เนางานดังกล่าว
- ๓๑
ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของ ผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ขายมีไว้เพื่อขาย เสนอขายให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
(๔) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนที่ ๖ ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
- ๓๒
การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชนDจากงานอัมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้ ของลิขสิทธิ์และไม่ กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์ ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมี ลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ ระทำดังต่อไปนี้
(๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๒) ใช้เพื่อประโยชนDของตนเอง หรือเพื่อประโยชนDของตนเองและบุคคลอื่นใน ครอบครัวหรือญาติสนิท
(๓) ติชม วิจารณD หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น
(๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน งานนั้น
(๕) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชนDในการพิจารณา ของศาลหรือเจ้ พนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
(๖) ทำซ้ำ ดัดแปลงนำออกแสดงหรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชนDในการ สอนของตนอันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
(๗) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงานหรือตัดทอนหรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือ สถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่ายหรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็น การกระทำเพื่อหากำไร
(๘) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ (๙)๖ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงเพื่อประโยชนDของคนพิการที่ไม่สามารถเข้าถึงงานอันมี ลิขสิทธิ์อันเนื่องมาจากความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน สติปัญญา หรือการเรียนรู้ หรือความ บกพร่องอื่นตามที่ก หนดในกฎกระทรวงโดยต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร ทั้งนี้ รูปแบบของ การทำซ้ำหรือดัดแปลงตามความจำเป็นของคนพิการ และองคDกรผู้จัดทำ รวมทั้งหลักเกณฑDและ วิธีการดำเนินการเพื่อทำซ้ำหรือดัดแปลงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
- ๓๒/๑
การจำหน่ายต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยผู้ได้มาซึ่ง กรรมสิทธิ์ในต้นฉบับหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์นั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย มิให้ถือว่าเป็นการละเมิด ลิขสิทธิ์
- ๓๒/๒
การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ทำหรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ในระบบคอมพิวเตอรDท่มีลักษณะเป็นการทำซ้ำที่จำเป็นต้องมีสำหรับการนำสำเนามาใช้เพื่อให้อุปกรณD ที่ใช้ในระบบคอมพิวเตอรD หรือกระบวนการส่งงานอันมีลิขสิทธิ์ทางระบบคอมพิวเตอรDทำงานได้ ตามปกติมิให้ถือว่ เป็การละเมิดลิขสิทธิ์
- ๓๒/๓
ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบ คอมพิวเตอรDของผู้ให้บริาร เจ้าของลิขสิทธิ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการ ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เพื่อประโยชนDแห่งมาตรานี้ ผู้ให้บริการ หมายความว่
(๑) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอรDเน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดย ประการอื่นโดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอรD ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือใน นามหรือเพื่อประโยชนDของบุคคลอื่น
(๒) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอรDเพื่อประโยชนDของบุคคลอื่น คำร้องตามวรรคหนึ่ ต้องมีรายละเอียดโดยชัดแจ้งซึ่งข้อมูล หลัฐานและคำขอ บังคับ ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ให้บริก
(๒) งานอันมีลิขสิทธิ์ที่อ้างว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์
(๓) งานที่อ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์
(๔) กระบวนการสืบทราบ วันและเวลาที่พบการกระทำ และการกระทำหรือ พฤติการณD ตลอดทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์
(๕) ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
(๖) คำขอบังคับให้ผู้ให้บริการนำงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการ หรือระงับการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยวิธีอื่นใด เมื่อศาลได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลทำการไต่สวน หากศาลเห็นว่าคำร้องมี รายละเอียดครบถ้วนตามวรรคสามและมีเหตุจำเป็นที่ศาลสมควรจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องนั้น ให้ ศาลมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือนำงานที่อ้างว่าได้ทำขึ้น โดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด โดยคำสั่ง ศาลให้บังคับผู้ให้บริการได้ทันที แล้วแจ้งคำสั่งนั้นให้ผู้ให้บริการทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีเช่นนี้ ให้ เจ้าของลิขสิทธิ์ดำเนินคดีต่อผู้กระทำละเมิดลิขสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ะงับการกระทำ ที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือนำงานที่อ้างว่าได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบ คอมพิวเตอรD ในกรณีที่ผู้ให้บริการมิใช่ผู้ควบคุม ริเริ่ม หรือสั่งการให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ใน ระบบคอมพิวเตอรDของผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการนั้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลตามวรรคสี่แล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดเกี่ยวกับการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่ง และหลังจากคำสั่งศาลเป็นอันสิ้นผลแล้ว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการดำเนิ การตามคำสั่ง ศาลตามวรรคสี่
- ๓๓
การกล่าว คัด ลอกเลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงาน อันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีารรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็น การละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง
- ๓๔
การทำซ้ โดยบรรณารัษDของห้องสมุดซึ่ งานอัมีลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากการทำซ้ำนั้นมิได้มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การทำซ้ำเพื่อใช้ในห้องสมุดหรือให้แก่ห้องสมุดอื่น
(๒) การทำซ้ำงานบางตอนตามสมควรให้แก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชนDในการวิจัยหรือ การศึกษา
- ๓๕
การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอรDอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากไม่มีวัตถุประสงคDเพื่อหากำไร และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) วิจัยหรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๒) ใช้เพื่อประโยชนDของเจ้ ของสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๓) ติชม วิจารณD หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน โปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๔) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน โปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้น
(๕) ทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDในจำนวนที่สมควรโดยบุคคลผู้ ซึ่งได้ซื้อหรือ ได้รับโปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้อง เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชนDในการบำรุงรักษาหรือปSองกัน การสูญหาย
(๖) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชนDในการพิจารณา ของศาลหรือเจ้าพนังานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
(๗) นำโปรแกรมคอมพิวเตอรDนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ
(๘) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอรDในกรณีที่จำเป็แก่การใช้
(๙) จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอรDเพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับการอ้างอิง หรือ ค้นคว้าเพื่อประโยชนDของสาธารณชน
- ๓๖
การนำงานนาฏกรรม หรือดนตรีกรรมออกแสดงเพื่อเผยแพร่ต่อ สาธารณชนตามความเหมาะสมโดยมิได้จัดทำขึ้ หรือดำเนินการเพื่อหากำไรเนื่องจากการจัดให้มีการ เผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น และมิได้จัดเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อมและนักแสดง ไม่ได้รับค่าตอบแทนในการแสดงนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นการดำเนินการโดย สมาคมมูลนิธิ หรือองคDการอื่นที่มีวัตถุประสงคDเพื่อการสาธารณกุศล การศึกษา การศาสนาหรือการ สังคมสงเคราะหD และได้ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง
- ๓๗
การวาดเขีย การเขียนระบายสี การก่อสร้าง การแกะลายเส้ การปัWน การแกะสลัก การพิมพDภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตรD การแพร่ภาพ หรือการกระทำใด ๆ ทำนองเดียวกันนี้ซึ่งศิลปกรรมใดอันตั้งเปNดเผยประจำอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากงานสถาปัตยกรรม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น้ ๑๓้
- ๓๘
การวาดเขีย การเขียนระบายสี การแกะลายเส้ การปัW แกะสลัก การพิมพDภาพ การถ่ายภาพ การถ่ายภาพยนตรDหรือการแพร่ภาพซึ่งงานสถาปัตยกรรมใด มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสถาปัตยกรรมนั้น
- ๓๙
การถ่ายภาพหรือการถ่ายภาพยนตรDหรือการแพร่ภาพซึ่งงานใด ๆอันมี ศิลปกรรมใดรวมอยู่เป็นส่วนประกอบด้วยมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น
- ๔๐
ในกรณีที่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมใดมีบุ คคลอื่นนอกจากผู้สร้างสรรคDเป็น เจ้าของอยู่ด้วยการที่ผู้สร้างสรรคDคนเดียวกันได้ทำศิลปกรรมนั้นอีกในภายหลังในลักษณะที่เป็นการ ทำซ้ำบางส่วนกับศิลปกรรมเดิม หรือใช้แบบพิมพD ภาพร่าง แผนผัแบบจำลองหรือข้อมูลที่ได้จาก การศึกษาที่ใช้ในการทำศิลปกรรมเดิม ถ้าปรากฏว่าผู้สร้างสรรคDมิได้ทำซ้ำหรือลอกแบบในส่วนอันเป็น สาระสำคัญของศิลปกรรมเดิมมิให้ถือว่ เป็การละเมิดลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมนั้น
- ๔๑
อาคารใดเป็นงานสถาปัตยกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ การบูรณะอาคารนั้นในรูปแบบเดิม มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
- ๔๒
ในกรณีที่อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในภาพยนตรDใดสิ้นสุดลงแล้ว มิให้ถือว่าการนำภาพยนตรDนั้นเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ในวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรมดนตรีกรรมโสตทัศนวัสดุ สิ่งบัทึกเสียงหรืองานที่ใช้จัดทำภาพยนตรDนั้น
- ๔๓
การทำซ้ำ เพื่อประโยชนDในการปฏิบัติราชการโดยเจ้าพนักงาน ซึ่งมี อำนาจตามกฎหมายหรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ และที่ อยู่ในความครอบครองของทางราชการ มิให้ถือว่ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้ ได้ปฏิบัติตาม มาตรา ๓๒วรรคหนึ่ง
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ส่วนที่ ๑ งานอันมีลิขสิทธิ์
ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทางเทคโนโลยี๑๘ ชื่อหมวด ๖คดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ สิทธิของนักแสดง ข้อมูลการบริหารสิทธิและมาตรการทาง เทคโนโลยี แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๕๘้ ๒๐้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.dsi.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.dsi.go.th/Upload/1ae21706d29af54f967afa8eae2fd99b.pdf27 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:0df78f2052b0ac401730ec21c5dc244394ce6a26bc23b0c7c756e5ebb65144adดึงเมื่อ 2026-08-24T07:38:11.918Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- พบความเพี้ยน 281 จุด"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR