ปหานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต ปหานสูตร
สตฺตนฺนํ ภิกฺขเว สญฺโญชนานํ ปหานาย สมุจฺเฉทาย พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ อนุนยสญฺโญชนสฺส ปหานาย สมุจฺเฉทาย พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ ปฏิฆสญฺโญชนสฺส ฯเปฯ ทิฏฺฐิสญฺโญชนสฺส วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนสฺส มานสญฺโญชนสฺส ภวราคสญฺโญชนสฺส อวิชฺชาสญฺโญชนสฺส ปหานาย สมุจฺเฉทาย พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิเมสํ โข ภิกฺขเว สตฺตนฺนํ สญฺโญชนานํ ปหานาย สมุจฺเฉทาย พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อนุนยสญฺโญชนํ ปหีนํ โหติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวํ กตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ ปฏิฆสญฺโญชนํ ฯเปฯ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ มานสญฺโญชนํ ภวราคสญฺโญชนํ อวิชฺชาสญฺโญชนํ ปหีนํ โหติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวํ กตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อจฺเฉชฺชิ ตณฺหํ วิวตฺตยิ สญฺโญชนํ สมฺมามานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์ ๗ ประการ ๗ ประการเป็นไฉน คือ สังโยชน์ คือ ความยินดี ๑ความยินร้าย ๑ ความเห็นผิด ๑ ความสงสัย ๑ มานะ ๑ ความกำหนัดในภพ ๑อวิชชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์ ๗ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ภิกษุละสังโยชน์ คือความยินดีเสียได้ ตัดรากขาดแล้ว ทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มีไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา ละสังโยชน์ คือความยินร้าย ฯลฯ สังโยชน์คือความเห็นผิด ฯลฯ สังโยชน์คือความสงสัย ฯลฯ สังโยชน์คือมานะ ฯลฯ สังโยชน์คือความกำหนัดในภพ ฯลฯ สังโยชน์คืออวิชชาเสียได้ ตัดรากขาดแล้วทำให้เป็นเหมือนตาลยอดด้วน ไม่ให้มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดาเมื่อนั้น ภิกษุนี้ เรากล่าวว่า ตัดตัณหาได้ขาดแล้ว เพิกถอนสังโยชน์ได้แล้วกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้แล้ว เพราะตรัสรู้คือละมานะเสียได้โดยชอบ ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ๑. ธนวรรค ๙. ปหานสูตร ๙. ปหานสูตร ว่าด้วยการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละสังโยชน์
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์ ๗ ประการ ภิกษุอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ภิกษุอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดอนุนยสังโยชน์ ๒. ... ปฏิฆสังโยชน์ ๓. ... ทิฏฐิสังโยชน์ ๔. ... วิจิกิจฉาสังโยชน์ ๕. ... มานสังโยชน์ ๖. ... ภวราคสังโยชน์ ๗. ภิกษุอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดอวิชชาสังโยชน์ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อละ เพื่อตัดสังโยชน์ ๗ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละอนุนยสังโยชน์ได้เด็ดขาด ตัดรากถอนโคน เหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้ว เหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ ละปฏิฆสังโยชน์ได้เด็ดขาด ฯลฯ ทิฏฐิสังโยชน์ ฯลฯ วิจิกิจฉาสังโยชน์ ฯลฯ มานสังโยชน์ ฯลฯ ภวราคสังโยชน์ ฯลฯ ละอวิชชาสังโยชน์ได้เด็ดขาด ตัดรากถอนโคน เหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้ว เหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ เมื่อนั้น เราจึงเรียกภิกษุนี้ว่า ‘ตัดตัณหาได้แล้ว ถอนสังโยชน์ได้แล้ว ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้แล้วเพราะละมานะได้โดยชอบ‘ ปหานสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงตัดตัณหาได้เด็ดขาดด้วยโลกุตตรมรรค ถอนสังโยชน์ ๑๐ ประการได้ ทำให้วัฏฏทุกข์หยุดการ@หมุนได้ และคำว่า “เพราะละมานะได้” แปลจากบาลีว่า “มานาภิสมยา” ตามนัย วิ.อ. ๑/๙๗ ใช้ใน@ความหมายว่า ‘ละ’ ดังนั้น จึงมีความหมายว่า เพราะรู้ยิ่งคือเห็นและละมานะ ๙ ประการได้@(ม.มู.อ. ๑/๒๘/๙๕, องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๗๗/๓๙๘) และดู องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๗๗/๒๔๙, ๒๕๗/๓๗๔,@องฺ.ฉกฺก. (แปล) ๒๒/๑๐๕/๖๒๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๑๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสูตรที่ ๙ และ ๑๐ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา.
จบธนวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๘. สังโยชนสูตร