มลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต มลสูตร
๑๕ อฏฺฐิมานิ ภิกฺขเว มลานิ ฯ กตมานิ อฏฺฐ อสชฺฌายมลา ภิกฺขเว มนฺตา อนุฏฺฐานมลา ภิกฺขเว ฆรา มลํ ภิกฺขเว วณฺณสฺส โกสชฺชํ ปมาโท ภิกฺขเว รกฺขโต มลํ มลํ ภิกฺขเว อิตฺถิยา ทุจฺจริตํ มจฺเฉรํ ภิกฺขเว ททโต มลํ มลา ภิกฺขเว ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ตโต จ ภิกฺขเว มลา มลตรํ อวิชฺชาปรมํ มลํ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว อฏฺฐ มลานีติ ฯ อสชฺฌายมลา มนฺตา อนุฏฺฐานมลา ฆรา มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ ปมาโท รกฺขโต มลํ มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ มจฺเฉรํ ททโต มลํ มลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ตโต มลา มลตรํ อวิชฺชา ปรมํ มลนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย มลทิน ๘ ประการนี้ ๘ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนต์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน ๑ เรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน ๑ ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ ๑ ความประมาทเป็นมลทินของผู้รักษา ๑ ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง ๑ ความตระหนี่เป็นมลทินของผู้ให้ ๑ อกุศลธรรมที่ลามกเป็นมลทินแท้ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ๑ เราจะบอกมลทินที่ยิ่งกว่ามลทินนั้น คือ อวิชชาเป็นมลทินอย่างยิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลายมลทิน ๘ ประการนี้แล ฯ มนต์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน เรือนมีความไม่หมั่นเป็น มลทิน ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ ความ ประมาทเป็นมลทินของผู้รักษา ความประพฤติชั่วเป็นมลทิน ของหญิง ความตระหนี่เป็นมลทินของผู้ให้ ธรรมอันลามก เป็นมลทินแท้ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เราจะบอกมลทินที่ ยิ่งกว่านั้น คือ อวิชชาเป็นมลทินอย่างยิ่ง ฯ จบสูตรที่ ๕
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. มหาวรรค ๕. มลสูตร ๕. มลสูตร ว่าด้วยมลทิน
ภิกษุทั้งหลาย มลทิน (ความมัวหมอง) ๘ ประการนี้ มลทิน ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มนตร์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน ๒. เรือน มีความไม่ขยันหมั่นเพียรเป็นมลทิน ๓. ผิวพรรณมีความเกียจคร้านเป็นมลทิน ๔. ผู้รักษามีความประมาทเป็นมลทิน ๕. สตรีมีความประพฤติชั่ว เป็นมลทิน ๖. ผู้ให้มีความตระหนี่เป็นมลทิน ๗. บาปอกุศลธรรมเป็นมลทินทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ๘. มลทินที่ยิ่งกว่ามลทินนั้นคืออวิชชา ภิกษุทั้งหลาย มลทิน ๘ ประการนี้แล มนตร์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน เรือนมีความไม่ขยันหมั่นเพียรเป็นมลทิน ผิวพรรณมีความเกียจคร้านเป็นมลทิน ผู้รักษามีความประมาทเป็นมลทิน สตรีมีความประพฤติชั่วเป็นมลทิน @เชิงอรรถ : @ เรือน หมายถึงบุคคลผู้อยู่ครองเรือน (องฺ.อฏฐก.ฏีกา ๓/๑๕-๑๘/๒๗๙)@ ประพฤติชั่ว หมายถึงประพฤตินอกใจ (องฺ.อฏฺฐก.ฏีกา ๓/๑๕-๑๘/๒๗๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๒๔๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. มหาวรรค ๖. ทูเตยยสูตร ผู้ให้มีความตระหนี่เป็นมลทิน บาปธรรมเป็นมลทินทั้งในโลกนี้และโลกหน้า มลทินที่ยิ่งกว่ามลทินนั้นคืออวิชชา มลสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามลสูตรที่ ๕
มลสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อสชฺฌายมลา ความว่า การไม่ทำการสาธยายมนต์ที่ตนเรียนแล้ว ชื่อว่าเป็นมลทิน.
บทว่า อนุฏฺฐานมลา ฆรา ความว่า ความไม่ขยันหมั่นเพียร ชื่อว่าเป็นมลทินแห่งเรือน.
บทว่า วณฺณสฺส ได้แก่ ผิวพรรณของกาย.
บทว่า รกฺขโต ความว่า รักษาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเป็นสมบัติของตน.
บทว่า อวิชฺชา ปรมํ มลํ ความว่า อวิชชาคือความมืดบอดหนาแน่น กล่าวคือมูลแห่งวัฏฏะอันเป็นความไม่รู้ในฐานะ ๘ เป็นมลทินอย่างยิ่งกว่ามลทินคืออกุศลธรรมที่เหลือนั้น มลทินอื่นที่ชื่อว่ายิ่งกว่าอวิชชานั้นไม่มี.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเฉพาะวัฏฏะอย่างเดียวในพระสูตรแม้นี้.
จบอรรถกถามลสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------