อัคคิสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต อัคคิสูตรที่ ๑
สตฺติเม ภิกฺขเว อคฺคี ฯ กตเม สตฺต ราคคฺคิ โทสคฺคิ โมหคฺคิ อาหุเนยฺยคฺคิ คหปตคฺคิ ทกฺขิเณยฺยคฺคิ กฏฺฐคฺคิ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต อคฺคีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฟ ๗ กองนี้ ๗ กองเป็นไฉน คือ ไฟคือราคะ ๑ ไฟคือโทสะ ๑ ไฟคือโมหะ ๑ ไฟคืออาหุไนยบุคคล ๑ ไฟคือคหบดี ๑ ไฟคือทักขิไณยบุคคล ๑ ไฟเกิดแต่ไม้ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายไฟ ๗ กองนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๓
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปฐมอัคคิสูตร ว่าด้วยไฟ สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย อัคคิ (ไฟ) ๗ ประการนี้ อัคคิ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ราคัคคิ (ไฟคือราคะ) ๒. โทสัคคิ (ไฟคือโทสะ) ๓. โมหัคคิ (ไฟคือโมหะ) ๔. อาหุเนยยัคคิ (ไฟคืออาหุไนยบุคคล) ๕. คหปตัคคิ (ไฟคือคหบดี) ๖. ทักขิเณยยัคคิ (ไฟคือทักขิไณยบุคคล) ๗. กัฏฐัคคิ (ไฟที่เกิดจากไม้) ภิกษุทั้งหลาย อัคคิ ๗ ประการนี้แล ปฐมอัคคิสูตรที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ อุปนิสะ หมายถึงอุปนิสสัยในที่นี้ได้แก่หมวดธรรมที่เป็นเหตุทำหน้าที่ร่วมกัน @(ที.ม.อ. ๒/๒๙๐/๒๕๗, ๒๙๐/๒๖๗) @ ราคะโทสะ และโมหะ ที่เรียกว่า อัคคิ เพราะมีความหมายว่า ตามเผาผลาญ อาหุเนยยัคคิ แยกอธิบาย@ดังนี้ คือ อาหุเนยยะ + อัคคิ คำว่า อาหุเนยยะ มาจาก อาหุนะ หมายถึงเครื่องสักการะ บุคคลผู้ควรแก่@เครื่องสักการะ เรียกว่า อาหุไนยบุคคล คือมารดาบิดา ที่เรียกว่า อัคคิ เพราะเป็นเหตุให้บุตรผู้ปฏิบัติผิด@ต่อตนต้องถูกเผาไหม้ในนรกได้ คหปตัคคิ แยกเป็น คหปติ + อัคคิ คำว่า คหบดี หมายถึงเจ้าของเรือนผู้@ให้ที่นอน เสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่เรียกว่า อัคคิ เพราะเป็นเหตุให้มาตุคามผู้ประพฤตินอกใจตน ต้องถูก@เผาไหม้ในนรก ทักขิเณยยัคคิ แยกเป็น ทักขิเณยยะ + อัคคิ คำว่า ทักขิเณยยะ มาจากคำว่า ทักขิณา@หมายถึงปัจจัย ๔ บุคคลผู้ควรแก่ปัจจัย ๔ เรียกว่า ทักขิไณยบุคคล คือภิกษุสงฆ์ ที่เรียกว่า อัคคิ เพราะ@เป็นเหตุให้คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติผิด เช่น ด่า บริภาษ ต้องถูกเผาไหม้ในนรก เป็นต้น กัฏฐัคคิ หมายถึงไฟที่เกิด@จากไม้แห้ง (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๔๖/๑๘๒-๑๘๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๖๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมอัคคิสูตรที่ ๓
ปฐมอัคคิสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้นแม้ทั้งหมด ชื่อว่า อคฺคิ ไฟ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญ.
ส่วนบทเป็นต้นว่า อาหุเนยฺยคฺคิ นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
สักการะท่านเรียกว่า อาหุนะ ชนเหล่าใดย่อมควรซึ่งอาหุนะ เหตุนั้น ชนเหล่านั้น ชื่อว่าอาหุเนยฺยา ชนผู้ควรซึ่งอาหุนะ.
จริงอยู่ มารดาและบิดาทั้งหลายย่อมควรซึ่งอาหุนะ เพราะท่านทั้งสองเป็นผู้มีอุปการมากแก่บุตรทั้งหลาย บุตรทั้งหลายผู้ปฏิบัติผิดในมารดาแลบิดาทั้ง ๒ นั้น ย่อมบังเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ถึงแม้มารดาและบิดา จะมิได้ตามเผาผลาญอยู่ก็จริง ถึงกระนั้นท่านทั้ง ๒ ก็ยังเป็นปัจจัยเก่าการตามเผาผลาญอยู่ ดังนั้น ท่านเรียกมารดาบิดาว่าอาหุเนยยัคคิ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญนั่นแล.
ก็เจ้าบ้านท่านเรียกว่า คหบดี.
จริงอยู่ คหบดีนั้นมีอุปการะมากแก่มาตุคามด้วยการมอบให้ ที่นอน เสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นต้น มาตุคามผู้นอกใจสามีนั้น ย่อมบังเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น สามีแม้นั้น ท่านก็เรียกว่าคหปตัคคิ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญ โดยนัยก่อนนั่นแล.
ส่วนในคำว่า ทกฺขิเณยฺยคฺคิ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
ปัจจัย ๔ ชื่อว่าทักษิณา ภิกษุสงฆ์ชื่อว่าทักขิเณยยบุคคล ผู้ควรแก่ทักษิณา.
จริงอยู่ ภิกษุสงฆ์นั้นย่อมเป็นผู้มีอุปการะมากแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยการประกอบไว้ในกัลยาณธรรมทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ คือในสรณะ ๓ ศีล ๕ ศีล ๑๐ การบำรุงมารดาและบิดา การบำรุงสมณะและพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติผิดในภิกษุสงฆ์นั้น ด่า บริภาษภิกษุสงฆ์ ย่อมบังเกิดในอบายทั้งหลายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ภิกษุสงฆ์นั้น ท่านเรียกว่าทักขิเณยยัคคิ ไฟคือทักขิเณยยบุคคล เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญโดยนัยก่อนนั่นแล.
ไฟตามปกติที่เกิดแต่ไม้ ชื่อว่า กัฏฐัคคิ ไฟเกิดแต่ไม้.
จบอรรถกถาปฐมอัคคิสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------