เทวตาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๒๓๑๙ อิมญฺจ ภิกฺขเว รตฺตึ สมฺพหุลา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ เอกมนฺตํ ฐิตา โข ภิกฺขเว ตา เทวตา มํ เอตทโวจุํ อุปสงฺกมึสุ โน ภนฺเต ปุพฺเพ มนุสฺสภูตานํ ปพฺพชิตา อคารานิ เต มยํ ภนฺเต ปจฺจุฏฺฐิมฺห โน จ โข อภิวาทิมฺห เต มยํ ภนฺเต อปริปุณฺณกมฺมนฺตา วิปฺปฏิสารินิโย ปจฺฉานุตาปินิโย หีนํ กายํ อุปปนฺนาติ ฯ {๒๒๓.๑} อปราปิ มํ ภิกฺขเว สมฺพหุลา เทวตา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ อุปสงฺกมึสุ โน ภนฺเต ปุพฺเพ มนุสฺสภูตานํ ปพฺพชิตา อคารานิ เต มยํ ภนฺเต ปจฺจุฏฺฐิมฺห จ อภิวาทิมฺห จ โน จ โข อาสนํ อทิมฺห เต มยํ ภนฺเต อปริปุณฺณกมฺมนฺตา วิปฺปฏิสารินิโย ปจฺฉานุตาปินิโย หีนํ กายํ อุปปนฺนาติ ฯ {๒๒๓.๒} อปราปิ มํ ภิกฺขเว สมฺพหุลา เทวตา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ อุปสงฺกมึสุ โน ภนฺเต ปุพฺเพ มนุสฺสภูตานํ ปพฺพชิตา อคารานิ เต มยํ ภนฺเต ปจฺจุฏฺฐิมฺห จ อภิวาทิมฺห จ อาสนญฺจ อทิมฺห โน จ โข ยถาสตฺติ ยถาพลํ สํวิภชิมฺห ฯเปฯ ยถาสตฺติ ยถาพลํ สํวิภชิมฺห โน จ โข อุปนิสีทิมฺห ธมฺมสฺสวนาย อุปนิสีทิมฺห ธมฺมสฺสวนาย โน จ โข โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณิมฺห โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณิมฺห โน จ โข สุตฺวา ธมฺมํ ธารยิมฺห สุตฺวา จ ธมฺมํ ธารยิมฺห โน จ โข ธตานํ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขิมฺห ธตานญฺจ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขิมฺห โน จ โข อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปชฺชิมฺห เต มยํ ภนฺเต อปริปุณฺณกมฺมนฺตา วิปฺปฏิสารินิโย ปจฺฉานุตาปินิโย หีนํ กายํ อุปปนฺนาติ ฯ อปราปิ มํ ภิกฺขเว สมฺพหุลา เทวตา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ อุปสงฺกมึสุ โน ภนฺเต ปุพฺเพ มนุสฺสภูตานํ ปพฺพชิตา อคารานิ เต มยํ ภนฺเต ปจฺจุฏฺฐิมฺห จ อภิวาทิมฺห จ อาสนญฺจ อทิมฺห ยถาสตฺติ ยถาพลํ สํวิภชิมฺห อุปนิสีทิมฺห จ ธมฺมสฺสวนาย โอหิตโสตา จ ธมฺมํ สุณิมฺห สุตฺวา ธมฺมํ ธารยิมฺห ธตานญฺจ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขิมฺห อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปชฺชิมฺห เต มยํ ภนฺเต ปริปุณฺณกมฺมนฺตา อวิปฺปฏิสารินิโย อปจฺฉานุตาปินิโย ปณีตํ กายํ อุปปนฺนาติ ฯ เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺขมูลานิ เอตานิ สุญฺญาคารานิ ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทถ มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ เสยฺยถาปิ ตา ปุริมิกา เทวตาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. เทวตาสูตร ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับของเทวดา
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้ เมื่อราตรีผ่านไป เทวดาจำนวนมาก มี วรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างไปทั่วพระเชตวัน เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ ไหว้เราแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวกับเราดังนี้ว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บรรพชิตทั้งหลายเข้ามายังเรือนของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้เคยเป็นมนุษย์ ข้าพระองค์เหล่านั้นได้ลุกรับ แต่ไม่กราบไหว้ ข้าพระองค์เหล่านั้นทำหน้าที่ยังไม่บริบูรณ์ มีความร้อนใจเดือดร้อนใจในภายหลัง จึงเกิดในหมู่เทพชั้นต่ำ’ เทวดาจำนวนมากอีกพวกหนึ่งเข้ามาหาเราแล้วกล่าวดังนี้ว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บรรพชิตทั้งหลายเข้ามายังเรือนของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้เคยเป็นมนุษย์ข้าพระองค์เหล่านั้นได้ลุกรับ กราบไหว้ แต่ไม่ให้อาสนะแก่บรรพชิตเหล่านั้น ข้าพระองค์@เชิงอรรถ : @ ทิศเบื้องบน หมายถึงเทวโลก (วิสุทฺธิ.มหาฏีกา ๑/๒๕๔/๔๓๕) @ ทิศเบื้องล่าง หมายถึงนรกและนาค (วิสุทฺธิ.มหาฏีกา ๑/๒๕๔/๔๓๕) @ ทิศเฉียง หมายถึงทิศย่อยของทิศใหญ่ หรือทิศรอง (วิสุทฺธิ.มหาฏีกา ๑/๒๕๔/๔๓๕)@ ดูเชิงอรรถที่ ๑ นวกนิบาต ข้อ ๑๑ หน้า ๔๕๒ ในเล่มนี้ @ ดูเชิงอรรถที่ ๑ สัตตกนิบาต ข้อ ๓๒ หน้า ๔๙ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๖๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๙. เทวตาสูตร เหล่านั้นทำหน้าที่ยังไม่บริบูรณ์ มีความร้อนใจ เดือดร้อนใจในภายหลัง จึงเกิดในหมู่เทพชั้นต่ำ’ เทวดาจำนวนมากอีกพวกหนึ่งเข้ามาหาเราแล้วกล่าวดังนี้ว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บรรพชิตทั้งหลายเข้ามายังเรือนของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้เคยเป็นมนุษย์ข้าพระองค์เหล่านั้นได้ลุกรับ กราบไหว้ และให้อาสนะ แต่ไม่ได้แบ่งปันของให้ตามความสามารถ ตามกำลัง ฯลฯ แบ่งปันของให้ตามความสามารถ ตามกำลัง แต่ไม่นั่งใกล้เพื่อฟังธรรม ฯลฯ นั่งใกล้เพื่อฟังธรรม แต่ไม่เงี่ยโสตฟังธรรม ฯลฯ เงี่ยโสตฟังธรรม แต่ฟังแล้วก็ไม่ทรงจำธรรมไว้ได้ ฯลฯ ฟังแล้วทรงจำธรรมไว้ได้ แต่ไม่พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ ฯลฯ พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ได้ แต่หารู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรมไม่ ข้าพระองค์เหล่านั้นทำหน้าที่ยังไม่บริบูรณ์ มีความร้อนใจ เดือดร้อนใจในภายหลัง จึงเกิดในหมู่เทพชั้นต่ำ’ เทวดาจำนวนมากอีกพวกหนึ่งเข้ามาหาเราแล้วกล่าวดังนี้ว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บรรพชิตทั้งหลายเข้ามายังเรือนของข้าพระองค์ทั้งหลายผู้เคยเป็นมนุษย์ข้าพระองค์เหล่านั้นได้ลุกรับ กราบไหว้ ให้อาสนะ แบ่งปันของให้ตามความสามารถตามกำลัง นั่งใกล้เพื่อฟังธรรม เงี่ยโสตฟังธรรม ฟังแล้วทรงจำธรรมไว้ได้ พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ได้ และรู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม’ข้าพระองค์เหล่านั้นทำหน้าที่บริบูรณ์แล้ว ไม่มีความร้อนใจ ไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง จึงเกิดในหมู่เทพชั้นประณีต’ ภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่ง อย่าประมาทอย่าเป็นผู้มีวิปปฏิสาร(ความร้อนใจ) ในภายหลังเหมือนเทวดาพวกแรกๆ เหล่านั้นเลยเทวตาสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๑,๒ สัตตกนิบาต ข้อ ๗๔ หน้า ๑๗๐ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๖๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาเทวตาสูตรที่ ๙
เทวตาสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า วิปฺปฏิสารินิโย ความว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงความเดือดร้อน คือความเป็นผู้เก้อเขิน.
บทว่า หีนํ กายํ ความว่า หมู่เทวดาชั้นต่ำ ท่านเรียกว่าเลว ก็เพราะอาศัยเทวโลกชั้นสูง.
บทว่า โน จ โข ยถาสตฺติยถาพลํ สํวิภชิมฺหา ความว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายยังไม่แบ่งของให้แก่ท่านผู้มีศีลทั้งหลายตามสามารถ คือตามสมควรแก่กำลังของตน บริโภคเสียแล้ว.
จบอรรถกถาเทวตาสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------