๑๑. สยกตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๑๑. สยกตสูตร
๓๖๖ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่ควรเป็นได้ ๖ ประการนี้ ๖ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ ย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อเชื่อถือสุขทุกข์ที่ตนเองกระทำแล้ว ๑ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเชื่อถือสุขทุกข์ที่ผู้อื่นกระทำแล้ว ๑เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเชื่อถือสุขทุกข์ที่ตนเองกระทำแล้วและที่ผู้อื่นกระทำแล้ว ๑เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเชื่อถือสุขทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง ที่ตนเองไม่กระทำไว้ ๑ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเชื่อถือสุขทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง ที่ผู้อื่นไม่กระทำไว้ ๑ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อเชื่อถือสุขทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง ที่ตนเองไม่กระทำไว้ และที่ผู้อื่นไม่กระทำไว้ ๑ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเหตุว่า เหตุและธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากเหตุ อันบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐินั้นเห็นแล้วด้วยดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่ควรเป็นได้ ๖ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๑ จบสีติวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สีติสูตร ๒. ภัพพสูตร ๓. อาวรณตาสูตร ๔. สุสสูสาสูตร ๕. ปหาตัพพสูตร ๖. ปหีนสูตร ๗. อุปปาเทตัพพสูตร ๘. สัตถริสูตร ๙. กัญจิสังขารสูตร ๑๐. มาตริสูตร ๑๑. สยกตสูตร ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. จตุตถอภัพพัฏฐานสูตร ว่าด้วยฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ สูตรที่ ๔
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการนี้ ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ๑. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่ตนเองทำไว้ ๒. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่ผู้อื่นทำไว้ ๓. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่ตนเองและผู้อื่นทำไว้ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ตามอำนาจทิฏฐิของตนได้ (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๙๕/๑๕๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๑๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๙. สีติวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๔. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นเองและตนเองไม่ได้ทำไว้ ๕. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง และผู้อื่นไม่ได้ทำไว้ ๖. เป็นผู้ไม่อาจยึดถือสุขและทุกข์ที่เกิดขึ้นเอง ที่ตนเอง และผู้อื่นไม่ได้ทำไว้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าเหตุและธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากเหตุอันบุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐินั้นเห็นได้ดี ภิกษุทั้งหลาย ฐานะที่ไม่อาจเป็นได้ ๖ ประการนี้แล จตุตถอภัพพัฏฐานสูตรที่ ๑๑ จบ สีติวรรคที่ ๙ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สีติภาวสูตร ๒. อาวรณตาสูตร ๓. โวโรปิตสูตร ๔. สุสสูสติสูตร ๕. อัปปหายสูตร ๖. ปหีนสูตร ๗. อภัพพสูตร ๘. ปฐมอภัพพัฏฐานสูตร ๙. ทุติยอภัพพัฏฐานสูตร ๑๐. ตติยอภัพพัฏฐานสูตร ๑๑. จตุตถอภัพพัฏฐานสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๑๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสยกตสูตรที่ ๑๑
พึงทราบวินิจฉัยในสยกตสูตรที่ ๑๑ ดังต่อไปนี้ :-
คำเป็นต้นว่า สยํ กตํ ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยสามารถแห่งอัตตทิฏฐิ (ความเห็นเนื่องด้วยอัตตา).
บทว่า อธิจฺจสมุปฺปนฺนํ ความว่า เกิดขึ้นโดยหาเหตุมิได้.
คำที่เหลือในสูตรทั้งปวงง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาสยกตสูตรที่ ๑๑ จบสีติวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สีติสูตร
๒. ภัพพสูตร
๓. อาวรณตาสูตร
๔. สุสสูสาสูตร
๕. ปหาตัพพสูตร
๖. ปหีนสูตร
๗. อุปปาเทตัพพสูตร
๘. สัตถริสูตร
๙. กัญจิสังขารสูตร
๑๐. มาตริสูตร
๑๑. สยกตสูตร ฯ -----------------------------------------------------