๑๐. กิมมิลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๑๑๔๐ เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา กิมฺมิลายํ วิหรติ เวฬุวเน ฯ อถ โข อายสฺมา กิมฺมิโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา กิมฺมิโล ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม น จิรฏฺฐิติโก โหตีติ อิธ กิมฺมิล ตถาคเต ปรินิพฺพุเต ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย สตฺถริ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา ธมฺเม อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา สงฺเฆ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา สิกฺขาย อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา อปฺปมาเท อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา ปฏิสนฺถาเร อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา อยํ โข กิมฺมิล เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม น จิรฏฺฐิติโก โหตีติ ฯ {๓๑๑.๑} โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม จิรฏฺฐิติโก โหตีติ อิธ กิมฺมิล ตถาคเต ปรินิพฺพุเต ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย สตฺถริ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา ธมฺเม สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา สงฺเฆ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา สิกฺขาย สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา อปฺปมาเท สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา ปฏิสนฺถาเร สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา อยํ โข กิมฺมิล เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม จิรฏฺฐิติโก โหตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. กิมมิลสูตร ว่าด้วยท่านพระกิมมิละ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าไผ่ เขตเมืองกิมมิลา ครั้งนั้นท่านพระกิมมิละเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุปัจจัยให้พระสัทธรรมไม่ดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “กิมมิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณีอุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ๑. อยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในศาสดา ๒. อยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๙๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. เทวตาวรรค ๑๐. กิมมิลสูตร ๓. อยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสงฆ์ ๔. อยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในสิกขา ๕. อยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในความไม่ประมาท ๖. อยู่อย่างไม่มีความเคารพ ไม่มีความยำเกรงในปฏิสันถาร กิมมิละ นี้แล เป็นเหตุปัจจัยให้สัทธรรมไม่ดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว” ท่านกิมมิละทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุปัจจัยให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตปรินิพพานแล้ว” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “กิมมิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณีอุบาสก อุบาสิกาในธรรมวินัยนี้ ๑. อยู่อย่างมีความเคารพ มีความยำเกรงในศาสดา ๒. อยู่อย่างมีความเคารพ มีความยำเกรงในธรรม ๓. อยู่อย่างมีความเคารพ มีความยำเกรงในสงฆ์ ๔. อยู่อย่างมีความเคารพ มีความยำเกรงในสิกขา ๕. อยู่อย่างมีความเคารพ มีความยำเกรงในความไม่ประมาท ๖. อยู่อย่างมีความเคารพ มีความยำเกรงในปฏิสันถาร กิมมิละ นี้แล เป็นเหตุปัจจัยให้สัทธรรมดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อตถาคต ปรินิพพานแล้ว” กิมมิลสูตรที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๙๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากิมมิลสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในกิมมิลสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า เวฬุวเน ได้แก่ ในป่ามุจลินท์.
บทว่า สทฺธมฺโม ได้แก่ พระสัทธรรม คือพระศาสนา.
จบอรรถกถากิมมิลสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------