๙. นิทานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๑๐๓๙ ตีณีมานิ ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย กตมานิ ตีณิ โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย โทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย โมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย น ภิกฺขเว โลภา อโลโภ สมุเทติ อถ โข ภิกฺขเว โลภา โลโภว สมุเทติ น ภิกฺขเว โทสา อโทโส สมุเทติ อถ โข ภิกฺขเว โทสา โทโสว สมุเทติ น ภิกฺขเว โมหา อโมโห สมุเทติ อถ โข ภิกฺขเว โมหา โมโหว สมุเทติ น ภิกฺขเว โลภเชน กมฺเมน โทสเชน กมฺเมน โมหเชน กมฺเมน เทวา ปญฺญายนฺติ มนุสฺสา ปญฺญายนฺติ ยา วาปนญฺญาปิ กาจิ สุคติ อถ โข ภิกฺขเว โลภเชน กมฺเมน โทสเชน กมฺเมน โมหเชน กมฺเมน นิรโย ปญฺญายติ ติรจฺฉานโยนิ ปญฺญายติ ปิตฺติวิสโย ปญฺญายติ ยา วาปนญฺญาปิ กาจิ ทุคฺคติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย ฯ {๓๑๐.๑} ตีณีมานิ ภิกฺขเว นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย กตมานิ ตีณิ อโลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย อโทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย อโมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย น ภิกฺขเว อโลภา โลโภ สมุเทติ อถ โข ภิกฺขเว อโลภา อโลโภว สมุเทติ น ภิกฺขเว อโทสา โทโส สมุเทติ อถ โข ภิกฺขเว อโทสา อโทโสว สมุเทติ น ภิกฺขเว อโมหา โมโห สมุเทติ อถ โข ภิกฺขเว อโมหา อโมโหว สมุเทติ น ภิกฺขเว อโลภเชน กมฺเมน อโทสเชน กมฺเมน อโมหเชน กมฺเมน นิรโย ปญฺญายติ ติรจฺฉานโยนิ ปญฺญายติ ปิตฺติวิสโย ปญฺญายติ ยา วาปนญฺญาปิ กาจิ ทุคฺคติ อถ โข ภิกฺขเว อโลภเชน กมฺเมน อโทสเชน กมฺเมน อโมหเชน กมฺเมน เทวา ปญฺญายนฺติ มนุสฺสา ปญฺญายนฺติ ยา วาปนญฺญาปิ กาจิ สุคติ อิมานิ โข ภิกฺขเว ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยายาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. เทวตาวรรค ๙. นิทานสูตร ๙. นิทานสูตร ว่าด้วยเหตุให้เกิดกรรม
ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม(ชั่ว) ๓ ประการนี้ เหตุให้เกิดกรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. โลภะ(ความอยากได้)เป็นเหตุให้เกิดกรรม ๒. โทสะ(ความคิดประทุษร้าย)เป็นเหตุให้เกิดกรรม ๓. โมหะ(ความหลง)เป็นเหตุให้เกิดกรรม ภิกษุทั้งหลาย อโลภะไม่เกิดขึ้นเพราะโลภะ แท้จริง โลภะเท่านั้นเกิดขึ้นเพราะโลภะอโทสะไม่เกิดขึ้นเพราะโทสะ แท้จริง โทสะเท่านั้นเกิดขึ้นเพราะโทสะ อโมหะไม่เกิดขึ้นเพราะโมหะ แท้จริง โมหะเท่านั้นเกิดขึ้นเพราะโมหะ เทวดา มนุษย์ หรือแม้สุคติอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ปรากฏเพราะกรรมที่เกิดจากโลภะ เพราะกรรมที่เกิดจากโทสะ และเพราะกรรมที่เกิดจากโมหะ แท้จริงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน แดนเปรต หรือแม้ทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมปรากฏเพราะกรรมที่เกิดจากโลภะ เพราะกรรมที่เกิดจากโทสะ และเพราะกรรมที่เกิดจากโมหะ ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม ๓ ประการนี้แล ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม (ดี) ๓ ประการนี้ เหตุให้เกิดกรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อโลภะ(ความไม่อยากได้)เป็นเหตุให้เกิดกรรม ๒. อโทสะ(ความไม่คิดประทุษร้าย)เป็นเหตุให้เกิดกรรม ๓. อโมหะ(ความไม่หลง)เป็นเหตุให้เกิดกรรม ภิกษุทั้งหลาย โลภะไม่เกิดขึ้นเพราะอโลภะ แท้จริง อโลภะเท่านั้นเกิดขึ้นเพราะอโลภะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๔๙๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๔. เทวตาวรรค ๑๐. กิมมิลสูตร โทสะไม่เกิดขึ้นเพราะอโทสะ แท้จริง อโทสะเท่านั้นเกิดขึ้นเพราะอโทสะโมหะไม่เกิดขึ้นเพราะอโมหะ แท้จริง อโมหะเท่านั้นเกิดขึ้นเพราะอโมหะ นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน แดนเปรต หรือแม้ทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ปรากฏเพราะกรรมที่เกิดจากอโลภะ เพราะกรรมที่เกิดจากอโทสะ และเพราะกรรมที่เกิดจากอโมหะ แท้จริง เทวดา มนุษย์ทั้งหลาย หรือแม้สุคติอย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมปรากฏเพราะกรรมที่เกิดจากอโลภะ เพราะกรรมที่เกิดจากอโทสะ และเพราะกรรมที่เกิดจากอโมหะ ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม ๓ ประการนี้แล นิทานสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานิทานสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในนิทานสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า กมฺมานํ ได้แก่ กรรมที่ให้ถึงวัฏฏะ.
บทว่า สมุทายาย ความว่า เพื่อประโยชน์แก่การประมวล (กรรมมา).
บทว่า นิทานํ ได้แก่ เป็นปัจจัย.
บทว่า โลภเชน ความว่า เกิดจากความโลภ.
บทว่า น ปญฺญายนฺติ ความว่า ไม่ปรากฏว่าเกิดแล้ว เพราะกรรมเห็นปานนี้.
ในธรรมฝ่ายขาว บทว่า กมฺมานํ ได้แก่ กรรมที่ให้ถึงวิวัฏฏะ.
ดังนั้น ในพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ทั้งวัฏฏะและวิวัฏฏะ.
จบอรรถกถานิทานสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------