๑. อารัญญกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรญฺญวคฺโค จตุตฺโถ
๑๘๑ปญฺจิเม ภิกฺขเว อารญฺญกา กตเม ปญฺจ มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อารญฺญโก โหติ ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อารญฺญโก โหติ อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา อารญฺญโก โหติ วณฺณิตํ พุทฺเธหิ พุทฺธสาวเกหีติ อารญฺญโก โหติ อปฺปิจฺฉตญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย อารญฺญโก โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อารญฺญกา ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อารญฺญกานํ ยฺวายํ อารญฺญโก อปฺปิจฺฉตญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย อารญฺญโก โหติ อยํ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อารญฺญกานํ อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ โมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ควา ขีรํ ขีรมฺหา ทธิ ทธิมฺหา นวนีตํ นวนีตมฺหา สปฺปิ สปฺปิมฺหา สปฺปิมณฺโฑ สปฺปิมณฺโฑ ตตฺถ อคฺคมกฺขายติ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อารญฺญกานํ ยฺวายํ อารญฺญโก อปฺปิจฺฉตญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย อารญฺญโก โหติ อยํ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อารญฺญกานํ อคฺโค จ เสฏฺโฐ จ โมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๔. อรัญญวรรค ๑. อารัญญิกสูตร ๔. อรัญญวรรค หมวดว่าด้วยป่า ๑. อารัญญิกสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวกนี้ ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตรเพราะโง่เขลา เพราะหลงงมงาย ๒. ภิกษุผู้มีความปรารถนาชั่ว ถูกความปรารถนาครอบงำ จึงอยู่ป่าเป็นวัตร ๓. ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตรเพราะเป็นบ้า เพราะมีจิตฟุ้งซ่าน ๔. ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร เพราะรู้ว่า ‘เป็นวัตรที่พระพุทธเจ้าและสาวก ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายสรรเสริญ’ ๕. ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร เพราะอาศัยความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความสงัด ความต้องการด้วยข้อปฏิบัติอันงามเช่นนี้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวกนี้แล ภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวกนี้ ภิกษุผู้อยู่ป่า เป็นวัตร เพราะอาศัยความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความสงัดความต้องการด้วยข้อปฏิบัติอันงามเช่นนี้ เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นประธานเป็นผู้สูงสุด และเป็นผู้ประเสริฐสุด @เชิงอรรถ : @ เพราะโง่เขลา เพราะหลงงมงาย หมายถึงไม่รู้วิธีปฏิบัติสมาทาน และไม่รู้อานิสงส์แห่งการปฏิบัติ-@สมาทาน (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๘๑/๗๑) @ มีความปรารถนาชั่ว ถูกความปรารถนาครอบงำ หมายถึงมีความปรารถนาว่า เมื่อเราอยู่ป่า คนทั้งหลาย@ก็จักสักการะเราด้วยปัจจัย ๔ ด้วยคิดว่า ‘ภิกษุรูปนี้อยู่ป่าเป็นวัตร’ ทั้งจักยกย่องเราว่า ‘ภิกษุนี้เป็นลัชชี@ภิกษุนี้ชอบสงัด’ จึงอยู่ป่า (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๑๘๑/๗๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๓๐๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต [๔. จตุตถปัณณาสก์] ๔. อรัญญวรรค ๒. จีวรสูตร เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจาก นมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส บรรดาโครส ๕ ชนิดนั้นหัวเนยใส ชาวโลกกล่าวว่าเลิศ แม้ฉันใด บรรดาภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ๕ จำพวกนี้ ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร เพราะอาศัย ความมักน้อย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความสงัด ความต้องการด้วยข้อปฏิบัติอันงามเช่นนี้ เป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐ เป็นประธาน เป็นผู้สูงสุด และเป็นผู้ประเสริฐสุด ฉันนั้นเหมือนกัน อารัญญิกสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรัญญวรรควรรณนาที่ ๔ อรรถกถาอารัญญกสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในอารัญญกสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ความว่า ไม่รู้การสมาทาน ไม่รู้อานิสงส์ แต่อยู่ป่าเป็นวัตรโดยไม่รู้ เพราะตนเขลาเฉาโฉด.
บทว่า ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต ความว่า ภิกษุตั้งอยู่ในความปรารถนาลามกอย่างนี้ว่า เมื่อเราอยู่ในป่า ชนทั้งหลายจักทำสักการะด้วยปัจจัย ๔ ด้วยคิดว่า ภิกษุนี้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร และจักยกย่องด้วยคุณทั้งหลายมีอาทิว่า ภิกษุนี้เป็นลัชชี ชอบสงัดดังนี้ แล้วถูกความปรารถนาลามกนั้นนั่นแหละครอบงำ จึงเป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร.
อนึ่ง ภิกษุเข้าไปอยู่ป่าโดยความบ้า ชื่อว่าถืออยู่ป่าเป็นวัตรเพราะความบ้า เพราะจิตฟุ้งซ่าน.
บทว่า วณฺณิตํ ความว่า ชื่อว่าองค์แห่งภิกษุผู้ถือการอยู่เป็นวัตรนี้ พระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้ายกย่องแล้ว คือสรรเสริญแล้ว เพราะฉะนั้น ภิกษุจึงเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร.
บทว่า อิทมตฺถิตํ ความว่า ชื่อว่า อิทมตฺถิ เพราะมีความต้องการด้วยข้อปฏิบัติอันงามนี้ ความเป็นผู้มีความต้องการ ชื่อว่า อิทมตฺถิตา. อธิบายว่า อาศัยความเป็นผู้มีความต้องการนั้นเท่านั้น มิได้อาศัยโลกามิสไรๆ อื่น.
บทที่เหลือในสูตรนี้และในสูตรนอกจากนี้ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอารัญญกสูตรที่ ๑ จบอรัญญวรรควรรณนาที่ ๔ -----------------------------------------------------